4 กลยุทธ์สื่อดิจิตัลที่น่าจับตา…#FOCAL 2013 โดย Group M

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

กรุ๊ปเอ็ม บริษัทด้านการบริหารจัดการสื่อโฆษณาชั้นนำของประเทศไทย และเอ็มอินเตอร์แอ็คชั่น บริษัทในเครือซึ่งเป็นเอเจนซี่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิตัล เผย 4  ทิศทางใหม่ที่น่าจับตามองในปัจจุบัน ณ งานสัมมนา FOCAL 2013 สำหรับปีนี้กรุ๊ปเอ็มนำเสนอการวางแผนการตลาดผ่านสื่อดิจิตัลแบบองค์รวม ผ่านการเลือกซื้อสื่อโฆษณาประเภท Paid Media การผสมผสานสื่อโฆษณาตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การใช้สื่อวิดีโอ และการสร้าง engagement กับลูกค้าผ่านสื่อประเภท owned และ earned media

งานสัมมนา FOCAL 2013 จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้แบรนด์สินค้ารวมถึงเอเจนซี่ต่างๆในประเทศไทยได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวโน้มทิศทางของการตลาดดิจิตัลในอนาคต โดยผสานความรู้ความเชี่ยวชาญของมืออาชีพด้านสื่อออนไลน์เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่ และนำเสนอสื่อรูปแบบใหม่เพื่อเชื่อมโยงการตลาดในแบบดั้งเดิมและวิวัฒนาการล่าสุดเข้าด้วยกัน ซึ่งเครื่องมือสำคัญทั้ง 4 ที่กรุ๊ปเอ็มนำเสนอในงานสัมมนาครั้งนี้ ถือเป็นคู่มือสื่อดิจิตัลที่จะช่วยให้นักโฆษณาสามารถสร้างมูลค่าให้แบรนด์สินค้าได้อย่างสูงสุด และสามารถใช้กลยุทธ์ด้านสื่อออนไลน์อย่างทรงประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย

ศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอ็มอินเตอร์แอ็คชั่น นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเติบโตของสื่อโฆษณาดิจิตัลในประเทศไทย ซึ่งจากปี 2554 จนถึง 2555 มีการขยายตัวถึง 48.03% โดยถือเป็น 4% ของสื่อโฆษณาทั้งหมด และมีเม็ดเงินรวมถึง 4.5 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 3 พันล้านบาทในปี 2554  ศิวัตรได้แนะนำนักการตลาดดิจิตัลว่าควรให้ความสำคัญกับ 4 ทิศทางใหม่ในปี 2556 ได้แก่ การเลือกซื้อสื่อโฆษณาประเภท Paid Media การผสมผสานสื่อโฆษณาตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การใช้สื่อวิดีโอ และการสร้าง engagement กับลูกค้าผ่านสื่อประเภท owned และ earned media

นิคลาส สตอลเบิร์ก ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น สนับสนุนให้นักการตลาดเปลี่ยนแนวคิดจากการซื้อสื่อจากตำแหน่งมาเป็นซื้อจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง Demand Side Platforms (DSPs) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสให้มีการเลือกลงสื่อโดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เหมาะกับเนื้อหาสื่อมากที่สุด โดยใช้ระบบการ bidding และสามารถเลือกการจ่ายตามจำนวนครั้งการมองเห็นหรือรูปแบบอื่นๆที่เหมาะสมกับแคมเปญ ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 30% 

“อีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญคือการใช้ search marketing แบบตลอดต่อเนื่อง (always-on) ซึ่งการตลาดผ่าน search engine นั้นจะทรงประสิทธิภาพเมื่อวางแผนการใช้คำค้นหาให้สอดคล้องกับการตลาดฝั่ง above the line ดังนั้นการสร้างศัพท์ใหม่ๆจากสื่อหลักก่อนกระจายเข้าสู่ social media และ search engine จึงสามารถยกระดับแคมเปญให้ประสบผลสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น “เป็ดพ่นไฟ” ซึ่งเป็นศัพท์ใหม่และไม่มีความหมายชี้เฉพาะมาก่อน ได้มีการนำเสนอผ่านสื่อหลักและได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสดิจิตัล ซึ่งนำไปสู่การทำการตลาดผ่าน search engine และ social media ได้อย่างเห็นผล” ศิวัตรกล่าว

เครื่องมือต่อมาคือการตลาดผ่านวิดีโอออนไลน์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการใช้การตลาดผ่านวิดีโอออนไลน์ได้แก่ การขยายตัวของอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์และ 3G การแสวงหาช่องทางเพื่อออกอากาศสื่อที่สร้างสรรค์ขึ้นให้มากที่สุด รวมถึงความนิยมในการสร้างสื่อวิดีโอในปัจจุบันของสื่อและผู้บริโภคเองด้วย การทำการตลาดในรูปแบบวิดีโอผ่านช่องทางออนไลน์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น โฆษณาที่เล่นก่อน กลาง และหลังคลิปวิดีโอที่ผู้ชมเลือกรับชม ( pre-roll mid-roll และ post-roll) รวมถึงการที่ผู้ชมเปลี่ยนช่องการการรับชมจากโทรทัศน์เป็นวิดีโอออนไลน์  โดยไม่จำกัดเพียงวิดีโอสั้นๆ แต่ให้ความสนใจกับวิดีโอที่มีความยาว จึงเกิดทางเลือกอีกหนึ่งรูปแบบคือซีรีย์ส webisode (วิดีโอที่แบ่งฉายเป็นตอนๆทางเวบไซต์) หรือ mobisode (วิดีโอที่แบ่งฉายเป็นตอนๆทางโทรศัพท์มือถือ) ปัจจุบันนี้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยกว่า 82% รับชมวิดีโอออนไลน์หรือดาวโหลดวิดีโอออนไลน์ และ VRZO รายการออนไลน์ชื่อดังมียอดการรับชมสูงถึง 160 ล้านครั้ง ส่วนเวบไซต์ที่รวบรวมวิดีโอรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของประเทศอย่าง Mthai ก็เปิดเผยว่ามียอดการรับชมรวมถึง 1.2 พันล้านครั้ง ส่วนในด้านการตลาดออนไลน์ผ่านคลิปวิดีโอ ลูกค้ากว่า 22% ของกรุ๊ปเอ็มเลือกใช้โฆษณาแบบ pre-roll เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การตลาดแบบ multi-screen

เครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ขาดไม่ได้ในปี 2013 คือ social media ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน  การใช้ social media แตกต่างจากการซื้อสื่อแบบดั้งเดิมคือสามารถขยายขอบเขตการสื่อสารได้แบบไม่จำกัด ทั้งยังเหมาะกับการสร้าง engagement กับผู้ชมที่มองเห็นสื่อหลากหลายรูปแบบเป็นจำนวนมากจนยากแก่การจดจำ “เราไม่ควรมองข้ามการตลาดผ่านการสร้างสรรค์เนื้อหาเรื่องราวต่างๆ แต่ก็ไม่ควรจำกัดผลงานอยู่เพียงแค่ภาพถ่าย วิดีโอ หรือเพลง แต่ควรจะผสมผสานการใช้ดารานักแสดงหรือผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านต่างๆกับการตลาดผ่านสื่อ social network ด้วย” ศิวัตรกล่าวทิ้งท้าย

 

เกี่ยวกับเอ็มอินเตอร์แอ็คชั่น

เอ็มอินเตอร์แอ็คชั่น เอเจนซี่ดิจิตัลชั้นนำของประเทศไทยในเครือกรุ๊ปเอ็ม ให้บริการให้คำปรึกษาและวางแผนโฆษณาผ่านสื่อดิจิตัลอย่างครบวงจร โดยมีความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพด้านการซื้อสื่อ วางแผนสื่อ ควบคุมการผลิตและลงโฆษณา งานครีเอทีฟ โซเชียลมีเดีย เครื่องมือค้นหาออนไลน์ ( Search Engine ) อีเมลล์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ การสร้างกระแสในโลกดิจิตัล การทำการตลาดผ่านบล๊อก และบริการอื่นๆอีกมากมาย ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อดิจิตัลอย่างแท้จริงกว่า 115 ชีวิต เอ็มอินเตอร์แอ็คชั่นมั่นใจว่าเราสามารถสร้างประสบการณ์การตลาดในสื่อดิจิตัลแก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการศึกษาค้นคว้าความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ก่อนพัฒนาสู่การวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมและควบคุมคุณภาพงานให้สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

 

เกี่ยวกับกรุ๊ปเอ็ม

กรุ๊ปเอ็ม ผู้นำการบริหารและจัดการธุรกิจสื่อสารการตลาด บริษัทแม่ของกลุ่มเอเยนซี่ WPP ซึ่งมีบริษัทในเครืออาธิเช่น เเม็กซัส เอ็มอีซี มีเดียคอม และมายด์แชร์ โดยมีจุดมุ่งหมายคือการพัฒนาการปฎิบัติงานของบริษัทในเครือ WPP ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลูกค้า ผู้ถือหุ้น รวมถึงพนักงานทุกคนในบริษัท ผ่านการบริหารและทำงานร่วมกับบริษัทต่างๆในเครือ ทั้งในด้านการซื้อพื้นที่สื่อ การสร้างสรรค์เนื้อหาสื่อ การจัดการสื่อดิจิตัล การเงิน การสร้างเครื่องมือทางการตลาด และความสามารถต่างๆที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ โดยทุกบริษัทในเครือกรุ๊ปเอ็มมีระบบปฎิบัติการสากลและต่างเป็นบริษัทแถวหน้าในแวดวงของตน กรุ๊ปเอ็มมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรบุคคลทั้งด้านความคิดสติปัญญาและลงมือการปฎิบัติงานเพื่อการซื้อขาย การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และการให้บริการด้านการสื่อสารที่ล้ำหน้า รวมถึงสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้าและบริษัทด้วย


  •  
  •  
  •  
  •  
  •