103.58.148.118

[expired]-Strategy

Ξ Leave a comment

DTAC กับกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติปี 52

posted by  6,780 views

dtac-ceoCEO คนใหม่ของ DTAC “ทอเร่ จอห์นเซ่น” ต้องเจอกับโจทย์หนัก กับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย

ทอเร่ เลือกที่จะคิดในแง่บวกและคิดอย่างฉลาด ด้วยการใช้งบน้อยลง รักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิม และทำทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อว่ามาร์เก็ตแชร์ของบริษัทที่ระดับ 30-35% จะยังคงอยู่

“ปีนี้ตลาดไม่โต จำนวนเบอร์ใหม่อาจจะเพิ่มราว 4-5 ล้านเบอร์เท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจะโฟกัสไปที่การรักษาลูกค้าที่มีอยู่ ต้องเมคชัวร์ว่าเขาจะอยู่กับเรา ให้ลูกค้าออกให้น้อยลง และการลงทุนจะเน้นที่ระบบดาต้าเพื่อให้บริการลูกค้าดีขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น”

ส่วนวิธีปฏิบัติจะเป็นแบบใดบ้างนั้น ซีอีโอเขายังอุบไว้บอกแต่ว่า จะต้อง “คิดต่าง” จากเดิม และ “I’ll do it my way” ทอเร่บอก

My Way Strategy ของ DTAC

My Way ของทอเร่เริ่มเห็นกันแล้วจากแคมเปญซิมรับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณต่อตลาดถึงความเคลื่อนไหวของดีแทคแบบ “ระวังการใช้จ่าย”

ในขณะที่คู่แข่งอย่าง True Move ที่เปิดตัว iPhone หรือ AIS ใช้ CRM กับลูกค้ากระเป๋าหนักอย่างเข้มข้น DTAC กลับเลือกใช้พนักงานของตนเองจำนวน 999 คนออกแรลลีตามร้านค้า เยี่ยมลูกค้า

… หวังผลทั้งการกระตุ้นพนักงานให้ร่วมมือร่วมใจฝ่าวิกฤติ และสร้างความใกล้ชิดกับร้านค้า ลูกค้า

ตอกย้ำคำว่ามีประสิทธิภาพในการ ”ใช้เงิน” ซึ่งขณะนี้งบการตลาดถูกหั่นลง 10-15% จากระดับหนึ่งพันล้านบาทต่อปี

“CRM แบบใช้เงินจะแพ้เอไอเอส เพราะเรามีเงินน้อยกว่า iPhone ก็ไม่ใช่ตลาดของเรา เพราะเป็นตลาด Niche มีแค่หลักหมื่น เราเน้นตลาด Mass รายได้ปัจจุบันมาจาก Mass ก็จะโฟกัส Mass” ทอเร่กล่าว

ตัวขับเคลื่อนที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพการธุรกิจอีกด้าน คือ พนักงาน ซึ่งทอเร่บอกเขาได้รับการสนับสนุนจากพนักงานในการฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ โดยภายในบริษัทมีโครงการกระตุ้นให้พนักงาน “ตื่นตัว” ต่อภาวะ “คุมต้นทุน” เช่น ให้พนักงานนำเสนอไอเดียดีๆ ช่วยลดต้นทุน ไอเดียใดทำได้จริงก็รับไปเลย 2 แสนบาท  พอลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ลง  ก็จะมีเงินมาทำกิจกรรมเป็นความคิดของทอเร่

“เป้าหมายธุรกิจในปีนี้คือ ให้มีเงินสดหมุนเวียนเพื่อทำธุรกิจได้เพียงพอ ไม่ต้องกู้ เราติดตามดูทุกๆ ไตรมาส ถ้าแคชโฟลว์ลง ก็ใช้ให้น้อยลง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับรายได้และการคุมต้นทุน” เขาเน้น

ดังนั้นงบลงทุนใหม่เพื่อรับเทคโนโลยี 3G ที่ชั่งใจระหว่างการลงทุนในคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์กับ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทอเร่บอกว่าจะพิจารณาความคุ้มค่ากับผลตอบแทนเป็นหลัก

“ปีที่แล้วเราลงทุน 5 พันล้านบาททั่วประเทศ ปีนี้ตัวเลขคงต่ำกว่า 5 พันล้านบาท และต้องดูว่าจะเป็นการลงทุนในคลื่นความถี่ 850 หรือ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพราะ 850 ลงทุนถูกกว่า ครอบคลุมได้ดีกว่าก็จริง แต่ต้องเสียส่วนแบ่งรายได้ให้กสท. 25% ส่วน 2.1 ให้ผลตอบแทนดีกว่า หรือจะเป็นการผสมผสานของทั้ง 2 ระบบ มันก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ต้องมาดูอีกที”

ที่ต้องระมัดระวังเรื่องการเงินเป็นพิเศษ ทอเร่อธิบายว่า เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ ก็ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย แม้สถานะการเงินของบริษัทยังดีอยู่ มีความพร้อมเรื่องเงินทุน การลงทุน และสถานการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้กระทบกับความมั่นคงของเก้าอี้เขาแต่อย่างใด “ถ้าผมทำได้ไม่ดี เขาก็คงเตะผมออกไปแล้ว”

“ผลประกอบการปีนี้เป็นปีที่ท้าทาย คงไม่โตเหมือนปีที่ผ่านๆมา แต่ก็มีช่องว่างที่จะทำให้ดีขึ้นได้ เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ทรุดตัวลง ไม่ได้หมายความว่า เราจะหยุดตามไปด้วย แต่เราต้องทำที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ”

Source: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ five = 7

Recent Posts

Facebook