103.58.148.118

Brand Move

Ξ Leave a comment

กางแผนที่ ทำไม “ภูเก็ต” ถึงเป็นเมืองที่เหมาะกับการลงทุนอสังหาฯ

posted by  188 views

1-700

หากพูดถึงเมืองที่น่าลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ นอกจากกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลแล้ว “ภูเก็ต” เป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เมื่อดูจากปัจจัยการเติบโตในด้านต่างๆ จะเห็นว่าภูเก็ตเป็นเมืองที่มีศักยภาพอย่างมาก ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว และการลงทุน

เน้นการแข่งขันในระดับลักชัวรี่

ในปีที่ผ่านมา ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 11.3% หรือประมาณ 8,400,000 คน และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เงินมากขึ้น ด้านโครงสร้างพื้นฐานก็มีอีกหลายโครงการที่จะเกิดขึ้น อาทิ โครงการก่อสร้างถนนคู่ขนานถนนเทพกระษัตรี โครงการรถไฟฟ้ารางเบา รวมถึงการเปิดเฟสใหม่ของสนามบินภูเก็ต การเพิ่มเที่ยวบินต่อวันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน มีการคาดการณ์ว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ภูเก็ตจะกลายเป็น Smart City เต็มรูปแบบ ทำให้ราคาที่ดิน และอสังหาฯ ในภูเก็ตแพงขึ้น ตอนนี้ราคาที่ดินติดทะเลในภูเก็ตอยู่ที่ 80-150 ล้านบาท ต่อ 1 ไร่ และมีอัตราการปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3-5% ต่อปี

ในขณะเดียวกันก็มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจ และมองเห็นโอกาสในการลงทุนทั้งแนวราบ และแนวสูง หากนักลงทุนวางแผนจะลงทุนในภูเก็ต คอนโดราคาหลักล้านต้นๆ แทบไม่มีเหลือ ดังนั้น โครงการที่จะทำตลาดในเวลานี้ได้คือ โครงการระดับลักชัวรี่ เพราะมีคู่แข่งน้อย โดยเฉพาะกลุ่มวิลล่าหรูใหม่ๆ ที่หายไปจากตลาดภูเก็ตหลายปี

3

ล่าสุด ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้เปิดตัวโครงการ “อิมเพรสชั่น ภูเก็ต” (Impression Phuket) ซึ่งเป็นโครงการลักชัวรี่ เรสซิเดนซ์โครงการแรกของบริษัทฯ ที่มีมูลค่า 1,600 ล้านบาท จับกลุ่มนักลงทุนไฮเอนด์คนไทยและต่างชาติ โครงการฯ ตั้งอยู่บนอ่าวฉลอง โครงการฯ แบ่งเป็น 3 ชั้น รวม 42 ยูนิต ในจำนวนนี้เป็นเพนเฮ้าส์ 8 ยูนิต ราคาเริ่ม 25 ล้านบาท โครงการออกแบบตกแต่งภายในด้วยเอกลักษณ์พิเศษอย่างลงตัวทุกห้องชุด (Fully – Furnished ) พร้อมด้วย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของการใช้งานและดีไซน์ อย่างลงตัว ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการ ลักชัวรี่ ของภูเก็ตที่น่าจับตามอง

เมื่อบริษัทฯ ปักหมุดไว้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มไฮเอนด์ สิ่งอำนวนความสะดวกจึงต้องครบครัน นอกจากพื้นที่ส่วนกลางพื้นฐานแล้ว บริการเรือยอร์ชให้ใช้ปีละ 4 ครั้ง ครั้งและไม่เกิน 15 คน (เฉพาะ 3 ปีแรก) และมีที่จอดรถสำหรับซุปเปอร์คาร์ โครงการฯ ยังมีบริการจาก The Black Tie เพื่อสร้างความพิเศษ และความประทับใจให้กับลูกบ้าน

ในส่วนของการซื้อเพื่อลงทุน ผู้ซื้อจะได้กรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเหมือนเป็นเจ้าของโครงการ (Freehold) ด้วยการลงทุนในระยะยาวที่มีผลตอบแทนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นจุดแข็งของโครงการฯ ทั้งนี้ โครงการฯ เริ่มก่อสร้างเดือนกันยายนปีนี้ และคาดว่าจะสร้างเสร็จในไตรมาส 3 ของปี 2562

แม้จะยังไม่เปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้มียอดจองแล้วกว่า 50% ส่วนใหญ่เป็นคนไทย ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ 70%

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Fayossy

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 2 = three

Recent Posts

Facebook