103.58.148.118

Seminar and Event

Ξ Leave a comment

แนวโน้ม Digital marketing trend ปี 2016: Conversion Marketing และ Mobile is Everything โดย MarketingOops

posted by  83,514 views

จากงาน DAATDay ที่ผ่านมา ประเด็น เทรนด์ของการตลาดสื่อดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2016 โดย “ณธิดา รัฐธนาวุฒิ” ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์MarketingOops! กับ 2 เทรนด์ที่ต้องจับตา คือ Conversion Marketing และ My Mobile, My Everything

1. Conversion Marketing

MarketingOops มองว่าเทรนด์ของ Conversion Marketing น่าจะกำลังมา เนื่องจากที่ผ่านมานักการตลาดและด้านแบรนด์สินค้าเองได้ผ่านการทำแคมเปญทางการตลาดมามากมายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางโซเชียล ทางคอนเท้นต์ หรือทางวิดีโอ และรวมถึงการใช่สื่อดิจิทัล ทั้งสื่อเดิมอย่าง Search, Display, Influencer รวมไปถึงปัจจุบันที่มีเดียมีเรื่องของเทคโนโลยี และ tools เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เราสามารถเข้าถึง insight และ data มากขึ้น สามารถที่จะจับพฤติกรรมของคนดู ซึ่งทั้งหมดนี้นักการตลาดส่วนใหญ่ยังคงทำเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของ awareness และ engagement เป็นหลัก ในขณะที่บางแบรนด์ก็ทำการตลาดเพื่อสร้าง conversion กันบ้างแล้ว เช่น การสร้าง Lead เพื่อให้ได้ยอดการสมัคร และยอดลงทะเบียน เป็นต้น

1

2

ทางเราจึงเชื่อว่าในปี 2016 ทางฝั่งนักโฆษณาเองก็เริ่มที่อยากจะหา conversion อื่นๆที่สามารถตอบโจทย์ KPI ขององค์กรมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่มองว่าสำคัญสุดๆ เลยก็คือจำนวนของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยในตอนนี้ ที่มีมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรไทยแล้ว เป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่าอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่สิ่งที่จะต้องเริ่มเรียนรู้กัน แต่เป็นสิ่งที่คุณจะต้องรู้แล้วว่า พฤติกรรมของคนที่เข้ามาตรงนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะทุกคนพร้อมแล้วสำหรับการใช้อินเตอร์เน็ต นักการตลาดและนักโฆษณาเองก็มีความรู้หรือได้ประสบการณ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งมาแล้วมากกว่า 10 ปี ประกอบกับทางออฟไลน์เอเจนซี่และออนไลน์เอเจนซี่ ก็มีการทำแคมเปญออกมาในหลายๆ แคมเปญ และมีการ integrate กันระหว่างทั้ง 2 สื่อ ส่งผลให้เห็นว่าพลังของออฟไลน์และออนไลน์เมื่อมันรวมกันแล้ว มันสามารถสร้าง conversion ไปถึงยอดขายได้  จึงเชื่อว่าทางนักโฆษณาก็เริ่มที่จะมองหา conversion อื่นๆ ที่อาจจะเป็นยอดขาย เพราะว่ามันคือ KPI จริงๆ รวมถึงการสร้างฐานลูกค้าใหม่ที่จะสร้างจากออนไลน์ หรือที่เรียกว่า online customer

ดังนั้น เทรนด์ต่อไปของนักการตลาดเองเราจึงเชื่อว่า ไม่ว่าจะทำการตลาดผ่านช่องทางไหนก็ตามก็จะต้องมีกระบวนการคิดมากขึ้น ทั้งเรื่องของ insight, creativity, innovation และรวมถึงการรู้จักใช้ media tools อื่นๆ เช่น big data และอีกมากเพื่อที่จะตอบโจทย์ในจุดนั้นให้ได้ ทั้งนักการตลาดและเอเจนซี่จะต้องทำการบ้านมากขึ้น เพราะทางฝั่งแบรนด์เองก็รู้จักดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น conversion ใหม่ๆ ก็เป็นอะไรที่น่าจับตามองเหมือนกัน

2. My Mobile My Everything

เราสามารถเรียกเทรนด์นี้ว่าเป็น MOT หรือ Mobile Of Things ก็เป็นได้ เพราะว่าทุกคนถือโทรศัพท์มือถืออยู่จนอาจลืมไปว่านี่คือเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น อย่างที่เรารู้กันดีอยู่ว่า โทรศัพท์มือถือกลายเป็นอุปกรณ์ที่เราขาดไม่ได้ เพราะโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้กลายเป็น hub ที่ connect ทุกสิ่งอย่าง และเพราะว่าเรามีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในนั้น ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน และไลฟ์สไตล์ของเรา ทั้งการชมวิดีโอ การเข้าสังคม ความบันเทิง หรือเวลาที่เราต้องการจะหาความรู้ ความเข้าใจ เราก็หาจากโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับแรก  และหลายคนก็ใช้มันทำธุรกิจด้วยซ้ำไปคือการพูดคุยขายของกับลูกค้าผ่านทางนั้น และยังมีอีกมากมายเลยที่มือถือทำให้

3

4

ประกอบกับตัวเลขอัพเดทที่ทาง DAAT ได้ทำมา โดยเป็นตัวเลขผู้ใช้โทรศัพท์มือถือของไทยในไตรมาสแรกปี 2015 ตัวเครื่องหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือของประเทศไทยมีเกือบถึง 100 ล้านแล้ว ซึ่งสูงมากและสูงกว่าประชากรไทย สูงกว่าประชากรที่เล่นอินเตอร์เน็ทที่เป็นเดสก์ท็อปด้วย และ 50% ของตรงนี้ก็ยังใช้สมาร์ทโฟน นั่นหมายความว่าเราไม่ต้องรอแล้วว่า users จะใช้หรือเปล่า แต่มันเกิดขึ้นตอนนี้แล้ว และก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะเดียวกัน ยังมีตัวเลขอื่นๆ ที่คนทำงานในวงการดิจิทัล นักการตลาด และนักโฆษณา ได้เห็นกัน ก็คือทั้งเว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์ทั่วไป การค้นหาจากกูเกิ้ล เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ค ร้านค้าออนไลน์ หรือแม้แต่แคมเปญการตลาด และ Banner Ads ต่างๆ นั้น  ทั้งหมดมี traffic มาจากมือถือมากกว่า 50%  ซึ่งนักการตลาดทุกคนต่างรู้กันดีในข้อนี้ แต่เราทุกคนได้ทำอะไรกับมันบ้างหรือยัง ซึ่งบางทีเราได้เห็นแต่ตัวเลขแต่อาจจะไม่ได้ใส่ใจมันมากเท่าไหร่

5

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ ตลาดอีคอมเมิร์ซในบ้านเรา 1 ใน 3 ของ Transaction เกิดขึ้นบนมือถือ เกิดบนตลาดโซเชียลที่เรามองไม่เห็นเลย เป็นการซื้อขายที่ใครก็ได้สามารถไปเปิดร้าน ได้ทั้งบน facebook หรือ instagram สามารถซื้อขายสอบถามได้ในนี้หมด ตรงนี้กำลังจะบอกว่า โมบาย คอมเมิร์ซ มันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจนเท่านั้นเอง ซึ่งคอนซูเมอร์เองก็พร้อมที่จะใช้มัน

6

นอกจากนี้ ยังมีอีกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น นั่นคือ mobile retail, payment, deal, promotion ทางมือถือ ซึ่งล่าสุดที่ได้เห็น คือกิจกรรมที่ทาง Starbucks เพิ่งปล่อยออกมา เป็นโปรโมชั่น Buy 1 Get 1 Free แค่เพียงคลิกเข้าไปในโซเชียลของเขาตอบคำถามเป็นแฟนพันธุ์แท้ เราก็จะได้เป็นคูปองสามารถที่จะแชร์คูปองกับเพื่อนได้ทันที

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้ นอกจากข่าวสารและโปรโมชั่นแล้ว ยังมีทั้งเรื่องช้อปและรีเทล์ที่กำลังจะเข้าถึงกลุ่มคนตรงนี้ และก็เรื่องของ Mobile Payment ที่กำลังเกิดขึ้นต่อเนื่องจากตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องของ CRM ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ CRM ที่ยากเป็นอะไรที่ง่ายขึ้น เพราะฟังก์ชั่นของ iOS หรือ Android ก็เอื้อให้การใช้งานมันง่ายขึ้น อีกหน่อยมันก็จะกลายเป็น ID และเป็น passport ของเรา

อีกเรื่องเป็นเรื่องของ Line Pay เชื่อว่าทุกคนทราบเรื่องนี้แต่อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่ได้สังเกตว่ามันออกมาแล้วมันจบแค่นั้นหรือเปล่า ปัจจุบันถ้าเราใช้ Line Pay ก็สามารถเข้าไปซื้อตั๋วหนังได้ สามารถซื้อประกันรถยนต์ได้ ซื้อกาแฟได้ และซื้อได้แล้วอีกหลายอย่าง  ซึ่ง Line ค่อนข้างจะรุกหนักมาก ในการทำพาร์ทเนอร์ชิพกับคนทุกคน แล้วคนที่ใช้ Line ตอนนี้สูงมาก และมีความยินดีที่จะจ่ายเงินในวิถีง่ายๆ  ฉะนั้น ในตอนนี้ Mobile กำลังกลายเป็น Everything จริงๆ

7

แนะนำ 4 โมเมนต์ ของ Mobile

  • 1. I want to know moment เป็นโมเม้นต์ที่ต้องการรู้  เช่นเวลาเราเห็นป้ายโฆษณา หรือเห็น TVC แล้วเกิดอยากจะรู้รายละเอียดเพิ่มเติม ก็จะเกิด moment ของการค้นหา ณ ตอนนั้นเลย
  • 2. I want to go moment เราสามารถเรียก moment นี้ว่า near by search คือ moment ที่ต้องการรู้ว่ามีอะไรอยู่ใกล้เราบ้าง เช่นตอนนี้มีร้านอาหารอยู่ที่ไหนบ้าง หรือมีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง
  • 3. I want to do moment เป็น moment ที่ต้องการเรียนรู้ โดยเฉพากับวิดีโอ How to ซึ่งในบางครั้งเราอาจต้องการทราบถึงวิธีทำอะไรสักอย่าง ว่ามีใครสอนบ้าง เราก็มักจะเปิดยูทูปดู
  • 4. I want to buy moment เป็นโมเมนต์ที่สำคัญที่สุด เป็นโมเมนต์ที่ผู้บริโภคกำลังตัดสินใจว่าจะซื้ออะไรดี ยี่ห้อไหนดี

ฉะนั้น 4 โมเมนต์นี้เป็นอะไรที่เราจะต้องจับตา

8

สุดท้าย 3 Key Factor ที่อยากฝาก

1.Think Mobile Friendly อยากฝากให้นักการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมทั้งนักโฆษณา ให้คิดว่าสำหรับมาร์เก็ตติ้ง แคมเปญ ทุกๆ อันไม่ว่าจะเป็นคอนเท้นต์ วิดีโอ user interfaced แคมเปญ mechanic ฯลฯ ตอนนี้หลายๆ คนยังคิดถึงเดสก์ท็อปก่อน แล้วค่อยมาหาทางซัพพอร์ตโมบาย ซึ่งจริงๆ แล้วคอนซูเมอร์ของคุณ 50% มาจากมือถือ เพราะฉะนั้นอาจจะต้องโฟกัสไปที่ตรงนั้นก่อน

2.Think Mobile First สำหรับ Sales marketing channel คือการคิดถึงการใช้ช่องทางของโทรศัพท์มือถือในการเพิ่มช่องทางการขาย และทำการตลาดเพื่อเข้าถึกลุ่มเป้าหมายในจอแรก

3.Think Mobile First สำหรับการทำ Business channel เช่นกันทำ CRM หรือการเพิ่มช่องทางการทำธุรกิจ  โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ ถ้าคุณเป็นบริษัทที่ใหญ่แต่คุณยังไม่เริ่มทำก่อน เจ้าเล็กๆ ที่เก่งเทคโนโลยีมากๆ และขยับตัวเร็วกว่า จะสามารถเข้ามาแทนที่ธุรกิจของคุณได้

 

ติดตามเทรนด์การตลาดสื่อดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2016 จากงาน DAAT Day ดังนี้

 

Source: Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


one + 8 =

Recent Posts

Facebook

PR News