ในฐานะผู้ประกอบการชั้นนำในวงการเครื่องเล่นเกม Sony Computer Entertainment เตรียมเปิดตัวเพลย์สเตชั่น 3 ให้โลกได้ตื่นตะลึงและฮือฮาอีกครั้ง พร้อมกับการเปิดบริการมิวสิค วิดีโอเซอร์วิส เพื่อรองรับ Playstation 3 (PS3)
ด้วยการเปิดบริการมิวสิค วิดีโอดังกล่าว จะมีเพลงนับพันๆ เพลงที่เตรียมรอไว้ให้บริการโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติมจากลูกค้า โดยผ่านเพลย์สเตชั่นสโตร์ (Playstation Store) โดยลูกค้าที่ได้ซื้อเครื่องเล่นเพลย์สเตชั่น 3 ไปแล้ว จะสามารถใช้เครื่องเล่นของโซนี่ทำการดาวน์โหลดมิวสิค วิดีโอได้โดยตรง

Playstation 3 เปิดตัวสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2006 ใน 2 ตลาดคือในญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือ และในยุโรปและโอเชียเนีย ทั้งออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง แอฟริกาและนิวซีแลนด์ โดยสามารถจำหน่ายได้ถึง 600,000 เครื่องในการวางจำหน่ายเพียง 2 วันแรกเท่านั้น
พัฒนาการที่สำคัญของเพลย์สเตชั่น 3 ในช่วงที่ผ่านมา คือ การเพิ่มขนาดของหน่วยความจำ จากครั้งแรกที่ออกมามีขนาดของฮาร์ดไดร์ฟเพียง 20 GB ทำการขยายเป็น 60 GB ในการเปิดตัวสิงคโปร์และเป็น 80 GB พร้อม IPTV ในการเปิดตัวที่เกาหลีใต้เมื่อกลางปี 2007
สำหรับการเปิดตัวบริการมิวสิค วิดีโอทางออนไลน์ของโซนี่นี้ ได้ใช้ชื่อบริการว่า VidZone เปิดงานบริหารที่เปิดให้ลูกค้าเจ้าของเพลย์สเตชั่น 3 เข้าไปฟังมิวสิค วิดีโอเพลงหรือดาวน์โหลดเพลงได้ฟรีจาก VidZone.tv website ที่มีการบรรจุเพลงไว้ถึงกว่า 1.5 ล้านแผ่น พร้อมมิวสิค วิดีโอกว่า 25,000 รายการ และเรียลโทนอีกกว่า 15,000 เสียง ซึ่งรวมทั้งการเข้าถึงแคตตาล็อกเพลงทั้งหมดของ Sony BMG และ EMI
แม้ว่าอาจดูเหมือนไม่มีอะไรน่าแปลกใจเป็นพิเศษ แต่ในมุมมองทางการตลาดแล้ว แผนงานของโซนี่ในการจัดบริการฟังมิวสิค วิดีโอออนไลน์ไม่ใช่เพียงขั้นพื้นฐาน หากแต่ยังมีแผนงานที่จะขยายออกไปสู่ระบบวิดีโอเกมของเพลย์สเตชั่น 3 ในยุโรปออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ภายในปี 2009 นี้ด้วย เพื่อจะให้เจ้าของเครื่องเล่นเพลย์สเตชั่น 3 สามารถชมมิวสิค วิดีโอได้อย่างจุใจ
และหากนับรวมเวลาตั้งแต่ที่โซนี่เริ่มเปิดบริการออนไลน์ สำหรับระบบเพลย์สเตชั่น 3 วันแรกเมื่อปี 2006 แล้ว จนถึงวันนี้ก็มีระยะยาวนานติดต่อกันเกิด 3 ปีแล้ว
คุณลักษณะที่สำคัญของการบริหารออนไลน์ทั้งหมดของโซนี่ ก็คือ
- 1. บริการทั้งหมดสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา แทบจะไม่มีอาการสะดุดหรือหยุดชะงักเลย
- 2. บริการออนไลน์ที่โซนี่จัดขึ้น ทั้งในอดีต ปัจจุบันและในอนาคตเป็นบริหารฟรีที่ไม่มีค่าบริการแก่ลูกค้าเครือข่ายที่เป็นเจ้าของเพลย์สเตชั่น 3
- 3. การให้บริการดังกล่าวรวมถึงการสนับสนุนในรูปแบบของมัลติเพลย์เยอร์ ทำให้รูปแบบของการรองรับความต้องการของคนยุคใหม่ ที่มีการดำเนินชีวิตอยู่ในแวดวงของมัลติมีเดียเพลย์เยอร์
ในแวดวงของธุรกิจด้วยกัน นอกเหนือจากโซนี่แล้ว ยาฮูก็เปิดตัวบริการมิวสิค วิดีโอ 2 ส่วน เพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งของมิวสิค วิดีโอมีเดีย และดึงให้กิจการเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการวงการเว็บ หากมีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และถือว่าเป็นการตามกระแสเพราะมิวสิค วิดีโอที่ผลิตออกมาได้มีการชมกันทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกรณีของยาฮูมีคนเข้ามาชมกว่า 3,000 ล้านมิวสิค วีดีโอทีเดียว และตัวเลขเหล่านี้ใกล้เคียงกับกรณีของเอโอแอล ที่อยู่ระหว่าง 3-5 ล้านรายการต่อวันในกรณีของ AOL Music
นอกจากยาฮูและเอโอแอลแล้วก็ยังคงมี You Tube ที่เกิดจากกูเกิ้ลและยูนิเวอร์แซล มิวสิค กรุ๊ป ได้ประกาศเว็บไซต์ใหม่ในชื่อ Vevo เพื่อให้บริการมิวสิค วิดีโอโดยเฉพาะเช่นเดียวกัน แถม Vevo ยังเป็นเว็บไซต์ที่มีงานโฆษณาสนับสนุน เพื่อจะหาทางทำเงินจากธุรกิจประเภทนี้
สิ่งที่น่าสนใจและเป็นบทเรียนที่ควรเรียนรู้จากความสำเร็จของธุรกิจบริหารมิวสิค วิดีโอออนไลน์ก็คือ
- 1. แทนที่จะแยกการจำหน่ายและการบริหารกลยุทธ์การตลาด ระหว่างผลิตภัณฑ์อย่างเครื่องเล่นเพลย์สเตชั่น 3 กับบริการมิวสิควิดีโอออกจากกัน บริษัทอย่างโซนี่เลือกที่จะรับเอา 2 อย่างมาเป็นแพ็กเกจเดียวกัน เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มจากส่วนประสมของสินค้าและบริการในชุดเดียวกัน
- 2. เมื่อมูลค่ารวมกันระหว่างสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ก็หมายความว่าลูกค้ายินดีจะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ได้ส่วนที่เป็นพรีเมียมนี้ เพื่อให้เหมาะกับความลงตัวของไลฟ์สไตล์ของตน พร้อมกันกับการเรียกความจงรักภักดีจากลูกค้าให้ยืดยาวออกไป
- 3. พฤติกรรมอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้าเพลย์สเตชั่น 3 ของโซนี่ คือ ลูกค้าพร้อมที่จะอดใจรอได้เป็นเวลานานทีเดียว เพราะมีความเชื่อว่าในไม่ช้าโซนี่ก็จะออกผลิตภัณฑ์และบริการฮอตๆ ออกมาป้อนความต้องการด้วยเอ็นเตอร์เทนเมนท์ของตน ซึ่งเป็นความต้องการที่มากกว่าเพียงเครื่องเล่นเพลย์สเตชั่น 3 อย่างเดียว
- 4. โซนี่คอมพิวเตอร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์เป็นหนึ่งในบริษัทเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ฉีกตัวเองออกมาจากหลุมของธุรกิจแบบดั้งเดิม แบบอยู่กับที่สู่กิจการที่ปรับตัวอยู่ตลอดเวลา สร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้กิจการสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน เป็นแรงผลักดันในการออกแบบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และน่าจะทำให้เห็นว่าอนาคตของกิจการจะสามารถฝ่าฟันคลื่นลมและมรสุมทางธุรกิจได้ดีเพียงใด โซนี่ได้ใช้ความลงตัวของไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
Source: ผู้จัดการ 360 รายสัปดาห์
