อยากรู้มั้ย??? ทำไมค่าเงินบาทแข็ง Krungsri Global Markets จะอธิบายให้ฟัง

  • 173
  •  
  •  
  •  
  •  

Krungsri Global Markets

ปีนี้หลายฝ่ายต่างฟันธงแล้วว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ที่ดูเหมือนจะยืดเยื้อและไม่จบง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกรณี Brexit ที่แม้จะมีสัญญาณดีขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานกว่ากระบวนการทุกอย่่างจะเสร็จสิ้น และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ลดทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน

แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้สภาพเศรษฐกิจของไทยอยู๋ในภาวะชะงักงันและส่งผลให้เกิดการชะลอตัวคือเรื่องของ “ค่าเงินบาทแข็ง” โดย คุณตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้าน Global Markets ชี้ว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีค่าเงินบาทแข็งมากที่สุดในภูมิภาคถึง 7.41% หากเปรียบเทียบกับค่าเงินในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพิลิปปินส์ที่มีอัตราค่าเงินแข็งในระดับ 3.57% ขณะที่อินโดนีเซียมีอีตราค่าเงินแข็งเพียง 2.68%

Currency Rates
อัตราค่าเงินในภูมิภาค

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งเกิดจากความกังวลและความไม่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนและผู้ประกอบการชะลอการลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์เมื่อไม่มีการลงทุนก็ไม่มีการผลิต ส่งผลให้ไม่มีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพราะความไม่มั่นใจในตลาด ผู้ประกอบการจึงใช้วิธีหาวัตถุดิบจากภายในประเทศ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ราคาขายสูงตามค่าเงินบาท ส่งผลให้เกิดงบขาดดุล

นอกจากนี้เมื่อการลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนจะหันไปสะสมทองคำทดแทนการลงทุน โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาราคาทองปรับตัวลดลงทำให้นักลงทุนแห่กว้านซื้อทองเก็บไว้ จนทองคำกลายเป็นสินค้านำเข้าอันดับหนึ่งของไทย และในช่วงที่ผ่านมาราคาทองปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนจึงเริ่มเทขายทองคำออก และเป็นตัวแปรที่สำคัญในการทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้น ขณะที่ธุรกิจส่งออกก็เน้นการขายออกต่างประเทศมากกว่าการนำเข้า ทั้ง 2 สถานการณ์คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากขึ้น

appreciation-ฺbaht

โดยในปี 2563 Krungsri Global Markets คาดการณ์ว่าจะมีสัญญาณบวกที่ช่วยให้อัตราค่าเงินแข็งของไทยลดลง ประเด็นแรกคือเรื่องสงครามการค้าที่ยังคงยืดเยื้อต่อไป ซึ่งมองในแง่บวกนักลงทุนจะเริ่มย้ายฐานการผลิตมาสู่ภูมิภาคนี้มากขึ้นรวมถึงประเทศไทย นอกจากนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใกล้วาระและจะต้องมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าทรัมป์อาจจะได้เป็นอีกสมัย เพราะแม้ทรัมป์จะมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในสายตาชาวโลก แต่สำหรับชาวอเมริกัน ทรัมป์ช่วยลดอัตราว่างงานในสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบ 50 ปี ซึ่งถือว่าโดนใจชาวอเมริกัน

Situation

และคาดว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ความผันผวนทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะนิ่งอยู่ในระดับทรงตัว นอกจากนี้เรื่องของนโยบายด้านดอกเบี้ยที่ดเหมือนแบงค์ชาติสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงกว่าในปัจจุบัน ในขณะที่มีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% และจะยังใช้อัตรานี้ตลอดทั้งปี 2563 โดยอาจปรับลดได้อีกครั้งเดียว

Interest Rates

การคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% จะช่วยให้นักลงทุนมีความมั่นใจการนำเม็กเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยจะอยู่ในอัตราที่ต่ำ แต่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจโลกกลับมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เช่น สหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่อัตรา 1.25% เท่ากับไทย แต่มีสัญญาณที่แบงค์ชาติจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากกว่านี้อีก หรือในกลุ่ม EU ที่มีอัตราดอกเบี้ย -0.5%

นอกจากนี้ยังมีสัญญาณจากประเทศในกลุ่มเพื่อนบ้านถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเป็นผลดีต่อตลาดการเงินของไทยที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีผลอย่างมากต่อการช่วยพยุงเศรษฐกิจของไทยไว้ แต่ก็ต้องจับตาเนื่องจากความผันผวนทางการเมืองของไทย อาจส่งผลให้งบประมาณในการช่วยเหลือกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้าออกไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทย

Interest Regional Rates
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาค

โดยสรุปแล้ว คาดว่าในปี 2563 ภาพรวมของไทยจะค่อยๆ ดีขึ้น แม้ค่าเงินบาทจะยังคงแข็งอยู๋ แต่เป็นการแข็งค่าในอัตราที่ลดลง โดยประมาณการ GDP ของไทยในปี 2563 จะอยู๋ที่ 2.5% จากเดิมที่ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.4% การส่งออกของไทยในปี 2563 คาดว่าจะแตะที่ระดับ 1.5% ขณะที่ปีนี้คาดกว่าการส่งออกจะอยู่ที่ -2.5% และการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นมากจากเดินที่ปีนี้คาดว่าการนำเข้าอยู๋ที่ -4.0% ในปี 2563 การนำเข้าจะขึ้นมาอยู๋ที่ 3.0%

Forecast

 

Trends appreciation-ฺbaht

สิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปี 2563 คือเรื่องนโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนว่าจะไปในทิศทางใด การดำเนินการของ Brexit ที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่จะเข้ามาดูแล และนโยบายของผู็ว่าฯ แบงค์ชาติคนใหม่ของไทยที่จะหมดวาระลงในปี 2563 รวมไปถึงการเลือกตั้งประธานธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นช่วงปลายปี 2563

 


  • 173
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigalo
Gigalo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา