103.58.148.118

Marketing How To

Ξ Leave a comment

5 ไม้ตาย SMEs ชนะคู่แข่งขาดลอยใน “สงครามราคา” ได้อย่างไร?

posted by  2,523 views

เคยหรือไม่? ขายของอยู่ดีๆเจอคู่แข่งตัดราคา ต่างคนต่างลดแลกแจกแถมสู้กัน สุดท้ายไม่มีใครสักคนที่เป็นผู้ชนะในสงครามราคา ได้กำไรน้อยนิดกลับไป

แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะชนะ SMEs คู่แข่งขาดลอย?

shoping_fight

ก่อนอื่นอย่าเพิ่งหาแผนการสู้ แต่จงลุกออกไปค้นคว้าหาข้อมูลว่ากิจการของเราเทียบกับคู่แจ่งแล้วเราอยู่ตรงไหน ความต้องการของลูกค้าคืออะไร? ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอะไร? เอาข้อมูลมาจัดกลุ่มเป้าหมายให้กิจการของเราได้ตอบโจทย์ และดูว่ากิจการคู่แข่งกำลังตอบโจทย์คนกลุ่มไหน เอามาเทียบกับให้เห็นชัดเจน

เพราะถ้าคู่แข่งกำลังตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากลุ่มเดียวกับกิจการของคุณ ก็ได้เวลาที่ต้องงัดกลยุทธ์ออกมาสู้กันแล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่การตัดราคา แต่เป็น 5 แผนการนี้ ทำตามแล้วรับรองว่าคุณจะทิ้งคู่แข่งไม่เห็นฝุ่นแน่!

 

1. ทำสินค้าให้แตกต่าง (หรือถ้าทำไม่ได้ก็หาจุดเด่นของสินค้าและบริการของคุณ)

แผนการนี้การันดีความสำเร็จระยะยาวแน่นอน จุดเด่นของสินค้าและบริการทำให้เราได้เปรียบกว่าคู่แข่ง ฉะนั้นวางตำแหน่งของสินค้าของคุณให้ต่างจากคู่แข่งก่อนสำสินค้าและบริการก่อนเสมอ

แต่แค่มีจุดเด่นอย่างเดียวไม่พอหรอก เพราะเวลาผ่านไป คู่แข่งก็ต้องลอกเลียoทำตามเราได้แน่ๆ มาดูข้อต่อไปกัน

sml_423919220-1443578772-outlet-mall-paris-large

2. เอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

คิดก่อนว่าลูกค้าต้องการอะไร? อะไรที่ลูกค้ายอมจ่ายให้ได้มา? ไม่ว่ากิจการของเราจะทำกลยุทธ์การตลาดอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร ช่องทางในการขายสินค้า และตัวสินค้าเอง ต้องตอบโจทย์ ต้องแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ เหมาะกับแต่ละคนได้ยิ่งดี ที่สำคัญอย่าคิดเอาเอาว่าลูกค่าอยากได้อะไร มีปัญหาอะไร ไปถาม ไปหาข้อมูลด้วย

ลูกค้าถึงจะเห็นค่าของ สินค้าของเรา

GalleriaDallas-Women-GalleriaDallas-1000

3. ตั้งราคาตามคุณค่าของสินค้าของเรา ไม่ใช่ราคาของสินค้าคู่แข่ง

เพราะการตั้งราคาสินค้าตามคุณค่าของตัวมันเองเป็นการบอกลูกค้าว่าสินค้านี้ไม่ใช่ของธรรมดาเหมือนคู่แข่ง มันพิเศษกว่าของคนอื่น นั่นจะทำให้สินค้าของคุณเด่นออกมาจากสินค้าอื่นๆในสายตาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ฉะนั้นถึงจะตั้งราคาให้สูงกว่าคู่แข่ง หรือคู่แข่งจะลดราคาก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

และอย่าลืมคิดถึงต้นทุนเวลาตั้งราคาด้วย

shopping-675x370

4. หาของราคาถูกและ “ต้นทุนต้องต่ำ” มาขาย

ถ้าเกิดเรามีของราคาถูกและ “ต้นทุนต้องต่ำ” มาทดแทนสินค้าของคู่แข่งได้ เราก็จะแข่งกับสินค้าของคู่แข่งได้เช่นกัน ลงใช้แบรนด์ต่างจากคู่แข่งและแบรนด์อื่นๆของเรา ขายในจำนวนจำกัด เพื่อเอาไว้แข่งกับสินค้าคู่แข่งอย่างเดียวเลย

เหตุผลนั้นแยบยลมาก การทำแบบนี้ก็เพื่อเปลี่ยนความคาดหวังและทัศนคติของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายว่า สินค้าราคาถูก ต้องเป็นสินค้าที่มีประโยชน์และฟีเจอร์น้อยกว่า ถ้าสินค้าราคาถูกต้นทุนถูกของเราทดแทนสินค้าของคู่แข่งได้ สินค้าของคู่แข่งจะดูมีคุณค่าน้อยลงไปเลย

และนั่นก็ยิ่งทำให้สินค้าเดิมของเราโดดเด่นขึ้นไปอีก

แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าจะใช้แผนนี้ได้ ตัวสินค้าทดแทนต้องทำกำไรไปด้วย หากสินค้าหลักของเราประสบปัญหาขายไม่ค่อยดี ก็จะมีสินค้าทดแทนคอยพยุงยอดขายและกำไรของกิจการ

ecommerce

5. ขายวิธีแก้ปัญหาให้ลูกค้า ไม่ใช่สินค้า

เพราะไม่แน่ว่าคู่แข่งหน้าใหม่ต้นทุนถูกก็จะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ทำให้สินค้าที่เราขายเป็นของธรรมดาไปเลย ฉะนั้นจงมองข้ามตัวสินค้า และโฟกัสไปที่การตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยเสนอสินค้าพร้อมบริการที่เกี่ยวข้องให้ลูกค้าด้วย (เช่นบริการจัดส่ง) บริการที่เพิ่มขึ้นมาสะท้อนให้ลูกค้าเห็นว่าแบรนด์ของเราใส่ใจลูกค้าจริงๆ แน่นอนว่าคู่แข่งที่มาพร้อมกับต้นทุนต่ำสู้เราไม่ได้แน่

แต่ถ้าบริการที่ว่า เราไม่สามารถจัดเตรียมได้ ก็ไม่มีปัญหา ก็หาพาร์ทเนอร์มาให้บริการแทนเราสิ

 

แต่ที่สำคัญกว่า 5 กลยุทธ์ที่ว่ามา ก็คือการลงมือทำอย่างรอบคอบ รับรองว่าคุณจะทำกำไรได้เน้นๆ

shopping

แหล่งที่มา

https://www.marketingprofs.com/articles/2017/31419/five-ways-to-compete-against-low-price-competitors

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 3 = seven

Recent Posts

Facebook

PR News