103.58.148.118

Consumer insight

Ξ Leave a comment

เผยเทรนด์ชาวออฟฟิศเมืองกรุง ปี 2562 พนักงานคาดหวังอะไรกับสถานที่ทำงานมากที่สุด

posted by  1,182 views

Key Trends for Bangkok Office Workers TH (1)

ผลสำรวจล่าสุดโดยนีลเส็นประเทศไทย (NielsenThailand) ร่วมกับโครงการ The PARQ (เดอะ ปาร์ค) ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด และบริหารงานโดย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) เผยเทรนด์ความต้องการที่กำลังมาแรงของมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ ชี้ว่าออฟฟิศซึ่งมีทำเลที่ตั้งสะดวกสบายและเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้สะดวกคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะพิจารณาเมื่อเปลี่ยนงาน นอกจากนี้ กระแสความต้องการด้านสุขภาวะที่ดีการมีบริการที่อำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน และเทคโนโลยีล้ำสมัยภายในอาคารสำนักงานก็สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของพนักงานออฟฟิศ ซึ่งบ่งบอกถึง
เทรนด์ใหม่ที่จะพลิกโฉมรูปแบบอาคารสำนักงานชั้นนำของกรุงเทพฯ ในอนาคต

ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงในกรุงเทพฯ รวม 400 คน อายุระหว่าง 25-45 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานทั้งในบริษัทของไทยและนานาชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับทัศนคติต่อสถานที่ทำงานในปัจจุบันและปัจจัยด้านต่างๆ ของสถานที่ทำงานในมุมมองของคนวัยทำงานในกรุงเทพฯ  เพื่อทำความเข้าใจว่าอาคารสำนักงานหรือสถานที่ทำงานมีบทบาทและความสำคัญอย่างไรต่อการตัดสินใจ

เลือกสถานที่ทำงาน สร้างความพึงพอใจและส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งผลสำรวจนี้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ และเหล่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์วางแผนจัดการพื้นที่อาคารสำนักงานในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

ชาวออฟฟิศยกให้ “ตำแหน่งที่ตั้ง” ของสถานที่ทำงานมีความสำคัญสูงสุด

92% ของผู้ร่วมตอบแบบสำรวจมองว่าสถานที่ตั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำงานและสำหรับการเลือกสถานที่ทำงานในอนาคตด้วยเช่นกัน ระยะเวลาเฉลี่ยที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการเดินทางไป-กลับที่ทำงานในปัจจุบันคือ 60 นาที และใช้รถประเภทต่างๆ เดินทางถึง 2-3 ต่อ โดยมีถึง 91% ระบุว่าระยะทางของสถานที่ทำงานกับจุดบริการขนส่งมวลชนนั้น ‘สำคัญมาก’ ต่อการพิจารณาที่ทำงานใหม่ รวมถึงส่วนเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนด้วยเช่นกัน (69%)

ผลสำรวจยังพบว่าเทรนด์ของหนุ่มสาวชาวออฟฟิศรุ่นใหม่ยกให้ความสะดวกสบายในการเดินทางและที่ทำงานที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชนเป็นปัจจัยสำคัญเหนือกว่าด้านอื่นๆ โดยมีถึง 72% ของผู้ร่วมตอบแบบสำรวจระบุว่าต้องการเดินในระยะทางที่ต่ำกว่า 500 เมตรระหว่างที่ทำงานกับจุดบริการขนส่งมวลชน และ 13% ของกลุ่มคนทำงานวัย 25-30 ปี ปฏิเสธที่จะไม่เดินไประบบขนส่งมวลชนถ้าต้องเดินมากกว่า 100 เมตร และพบว่า 31% ของคนกลุ่มนี้ต้องการใช้เวลาเดินทางไปทำงานต่ำกว่า 15 นาทีต่อวัน โดย 85% ของผู้ตอบแบบสำรวจใช้ BTS และ MRT เป็นวิธีการเดินทางหลัก  ส่วนกลุ่มระดับผู้บริหารวัย 41-45 ปีนั้นใช้เวลาเดินทางโดยรวมนานที่สุด โดย 36.7% ใช้เวลามากกว่า 90 นาที ในการเดินทางมาทำงาน

ทั้งนี้ นอกจากเรื่องสถานที่ตั้งของที่ทำงาน ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบัน มนุษย์เงินเดือนต้องการให้ออฟฟิศเป็นมากกว่าแค่สถานที่ทำงาน โดยระบุว่าปัจจัยสำคัญอีกสามประการที่จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานนั้น คือ สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆภายในอาคารสำนักงาน เช่น ร้านค้า ยิม ร้านอาหาร บริการรับส่งไปรษณีย์ (43%) เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยและสวัสดิภาพที่ดี (42%) มีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจระหว่างการทำงาน (36%)

the parq subinfo thai-01

สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ คือ ปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่ทำงาน

ผลสำรวจพบว่าหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่ทำงานคือ สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ภายในอาคารสำนักงานโดยชาวออฟฟิศส่วนใหญ่โหวตให้ฟู้ดคอร์ท ร้านสะดวกซื้อ ยิม และร้านอาหารที่แฮงก์เอาต์หลังเลิกงาน เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการภายในอาคารสำนักงาน 4 อันดับแรกที่ตอบโจทย์ชีวิตการทำงานมากที่สุด

วิถีการดูแลสุขภาพทั้งด้านการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายก็สามารถปฏิวัติได้จากชีวิตการทำงานออฟฟิศเช่นกัน เพราะ 92% ของผู้ร่วมตอบแบบสำรวจระบุว่า การมีตัวเลือกอาหารเพื่อสุขภาพในสถานที่ทำงานจะช่วยให้พวกเขาเลือกกินอาหารที่ดีขึ้นและดูแลสุขภาพมากขึ้นได้ นอกจากนี้ 93% ก็เห็นว่าถ้ามียิมในอาคาร หรือมีสวนสาธารณะอยู่ใกล้ๆ ก็จะทำให้หันมาออกกำลังกายมากขึ้นด้วย

the parq subinfo thai-02

ออฟฟิศยุคใหม่ต้องมี “สมาร์ตเทคโนโลยี”

สมาร์ตเทคโนโลยี คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทุกกลุ่มอายุเห็นพ้องต้องกันว่าทุกอาคารสำนักงานจำเป็นต้องมี โดย 62% ของผู้ร่วมตอบแบบสำรวจระบุว่า เทคโนโลยีการจัดการด้านการรักษาความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พวกเขาต้องการ รองลงมาคือระบบการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน (50%) แสดงให้เห็นถึงกระแสของชาวออฟฟิศที่มีต่ออาคารรักษ์สิ่งแวดล้อม และระบบที่จอดรถพร้อมเทคโนโลยีอันชาญฉลาด (47%) ก็ติดอยู่ในสามอันดับแรกนี้เช่นกัน

ที่น่าสนใจคือเมื่อพิจารณาตามเพศชายหญิง พบว่าเพศหญิงมากถึง 46% ต้องการระบบห้องน้ำอัตโนมัติมากกว่าผู้ชาย เพราะคำนึงถึงเรื่องความสะอาดและต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มผู้ชายนั้นให้ความสำคัญกับสถานีอัดประจุสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากกว่าเพศหญิงซึ่งมีเพียง 9% เทรนด์ดิจิทัลนั้นยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องเพราะหนุ่มสาวชาวออฟฟิศรุ่นใหม่จำนวน 46% อยากให้มีแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์ที่ให้บริการแก่ผู้เช่าอาคาร (สำหรับการสื่อสารระหว่างอาคารสำนักงานและส่วนของบริการต่างๆ ในออฟฟิศ) ซึ่งมีจำนวนมากกว่ากลุ่มคนวัยทำงานที่สูงวัยกว่า ถึง 2 เท่า นอกจากนี้ ยังเห็นได้ชัดว่ากระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนนั้นมาแรงขึ้น เพราะผู้ตอบแบบสำรวจถึง 40% เทใจให้กับตึกสำนักงานที่มีระบบการจัดการน้ำและการคัดแยกขยะที่ดี

the parq subinfo thai-03

สุขภาวะที่ดี คือ หัวใจหลักที่จะสร้างความสุขและส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน

ไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น สอดรับกับผลสำรวจนี้เป็นอย่างดี โดยผู้ร่วมตอบแบบสำรวจระบุว่า 3 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อความพึงพอใจและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมากคือ อากาศภายในอาคารที่ปลอดมลพิษ (64%) รองลงมาคือ การเข้าถึงแสงธรรมชาติและสามารถมองเห็นวิวภายนอกอาคารได้ (45%) และการมีพื้นที่สีเขียวในอาคารสำนักงาน (40%) นอกจากนี้ ความต้องการมีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ เช่น ยิม บริการเสริมความงามหรือสปาในอาคาร (39%) ก็สะท้อนถึงเทรนด์สุขภาพที่อยู่ในกระแสความสนใจของคนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี

ในทางกลับกัน สภาพอาคารสำนักงานที่กลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจไม่พึงพอใจคือ สภาพออฟฟิศที่คับแคบ พื้นที่ทำงานไม่สะดวกสบาย ซึ่งมาเป็นอันดับหนึ่ง (41%) ตามมาด้วยคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ย่ำแย่ (40%)

“ผลสำรวจนี้แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังที่สูงขึ้นของพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่มีต่อสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความสำคัญของคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายในด้านต่างๆ  ดังนั้น องค์กรทั้งหลายจึงควรเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของเทรนด์ใหม่ๆ ด้านสุขภาวะที่ดี ด้านเทคโนโลยีภายในอาคารที่ล้ำสมัย การมีพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่พักผ่อนสาธารณะ ควบคู่กับการพิจารณาเรื่องตำแหน่งที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในการดึงดูดกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานที่มาพร้อมความสุขของทุกคนในองค์กร” มร. วิราจ จูทานิ ผู้อำนวยการ แผนกวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Insights) บริษัท เดอะนีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


three + 2 =

Recent Posts

Facebook