Brand จะโอบรับ Metaverse อย่างไรให้สร้างสรรค์ อนาคตของการสร้างประสบการณ์ใหม่สู่ผู้บริโภค

  • 27
  •  
  •  
  •  
  •  

หลายท่านที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางด้านเทคโนโลยีและนิวมีเดียออนไลน์ต่างๆ เชื่อว่าคงทราบข่าวที่ “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Facebook เสนอโครงการเกี่ยวกับการสร้าง Metaverse การสร้างโลกเสมือนที่ผู้ใช้งานจะได้เข้าไปอยู่ในโลกๆ นั้นจริงได้แบบเรียลไทม์กันแล้ว ซึ่ง Metaverse นั้นเป็นสิ่งที่ “มาร์ค” บอกว่าจะเป็นอนาคตของสื่อสังคมออนไลน์ใหม่ ซึ่งล่าสุดทาง Facebook เองก็ได้ตั้งแผนก Metaverse Product Group ภายในบริษัทแล้ว เพื่อยืนยันถึงการวางเป้าหมายทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ

 

Metaverse เป็นพื้นที่เสมือนที่ผสมผสานโลกความเป็นจริงและความเป็นจริงเสมือนในแบบเรียลไทม์ โดยหลายฝ่ายมองว่ากำลังจะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลอย่างมากกับการมีปฏิสัมพันธ์ทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติทางวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ และอีกหลายๆ อย่างในอนาคต แต่หากใครยังนึกภาพตามไม่ออกว่ามันคืออะไร ก็ลองไปดูภาพยนตร์เรื่อง Ready Player One ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้

 

 

ในมุมของแบรนด์ คำถามคือแล้วจะเข้าไปมีบทบาทได้อย่าง?

 

สำหรับแบรนด์นั้น จะต้องมีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบนิเวศของตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถซิงค์ข้ามแต่ละช่องทาง แต่ละชาแนลได้ พอๆ กับการที่ต้องสามารถทำงานเป็นแพล็ตฟอร์มแบบไฮบริดได้ด้วย นั่นคือ การสร้างประสบการณ์ได้ทั้งแบบโลกแห่งความเป็นจริง (โลกทางกายภาพ) และโลกแบบดิจิทัลไปพร้อมๆ กัน

 

แม้ว่า Metaverse จะอยู่ในช่วงตั้งไข่หรือช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่สำหรับผู้บริโภคและเทคโนโลยีแล้ว มันคือการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียถือกำเนิดในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ที่เหมือนเป็นพลิกเกมและดิสรัพท์ชีวิตผู้คนอย่างรวดเร็วจนเกือบตั้งตัวกันแทบไม่ทัน

 

ดังนั้น เชื่อว่าไม่น่าจะใช้เวลานานก่อนที่เราจะรู้ตัวเสียอีก Metaverse จะต้องเกิดขึ้นและมาถึงอย่างแน่นอน ดังนั้น สำหรับแบรนด์ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับโลกอนาคต จำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวตั้งแต่บัดนี้ได้แล้ว เพื่อวางกลยุทธ์การทำ Metaverse สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำผู้ริเริ่มยุคไฮบริดที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

 

อย่างไรก็ตาม ก็มีบางแบรนด์ที่รุกหน้าในเรื่องนี้ไปแล้ว อย่าง Netflix ก็เพิ่งลอนช์ gamified ร่วมกับ metaverse platform ของ Roblox ในการสร้างห้างเสมือนจริงที่ชื่อว่า Starcourt Mall ซึ่งเป็นห้างที่อยู่ในซีรีส์ดัง Stanger Things ให้ผู้ใช้ได้โลดแล่นเข้าไปยังห้างดังกล่าวอินไปกับซีรีส์ไซไฟเรื่องนั้นได้

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีลักช์ชัวรี่แบรนด์อื่นๆ อีกมากมายก็เริ่มทดลองการสร้างสรรค์บนแพล็ตฟอร์มโลกเสมือนต่างๆ มากขึ้นแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ผ่านประสบการณ์ใหม่นี้

 

อย่างแคมเปญ Gucci x Roblox ก็เป็นหนึ่งในลักซ์ชัวรี่แบรนด์เจ้าแรกๆ ที่เริ่มแล้ว โดยเป็นแฟชั่นคอนเซ็ปต์วันเดอร์แลนด์ที่ผู้ใช้งานจะได้เปิดเข้าสู่เกมแพล็ตฟอร์มแบบเสมือนจริงและเรียลไทม์ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายก็มองว่านี่อาจจะเป็นชัยชนะของ Gucci ที่สามารถไดร์ฟแบรนด์เข้าไปอยู่ในใจฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้ สร้าง Awareness ไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้สำเร็จ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคือความสำเร็จของ Roblox ต่างหาก

 

 

ทำไมหมากนี้ แบรนด์ ไม่ใช่ผู้ชนะที่แท้จริง?

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าแทนที่ Gucci จะได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายตามที่ต้องการ แต่กลับถูกจำกัดให้เฉพาะผู้เล่นอายุน้อย (ซึ่งแน่นอนไม่ใช่คนที่มีกำลังซื้อหลักในลักซ์ชัวรี่แบรนด์) ตามข้อกำหนดของแพล็ตฟอร์ม แถมยังต้องแชร์ช่วงเวลา PR กับทาง Roblox อีกด้วย ซึ่งทำให้การไชนนิ่งแบรนด์ Gucci บนแพล็ตฟอร์มนี้เจือจางอย่างมาก หรือแม้แต่ความร่วมมือล่าสุดระหว่างแบรนด์ O2 กับ Fortnite เปิดตัวสถานที่เล่นดนตรีดิจิทัล ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่แบรนด์ต้องไปแชร์กับแพลตฟอร์มเกม ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ได้ประโยชน์วินวินอย่างที่ควรจะเป็น

ทางออกที่แบรนด์จะเฉิดฉายได้บน Metaverse

 

แต่จุดนี้ทางออกมันก็มีอยู่ หากว่าถ้า Gucci หรือ O2 หรือแบรนด์ใดๆ ก็ตามที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนดให้เป็นไฮบริดที่แข็งแกร่ง ก็เพียงแค่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเสมือนของตนเอง (ซะเลย) สร้างจักรวาลแบรนด์ที่ห่อหุ้มทุกสิ่งที่พวกเขายืนอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบครบวงจร ซึ่งตรงนี้จะสร้างวาลูให้กับแบรนด์ในยุคประสบการณ์ใหม่ได้ง่ายกว่าที่ต้องไปพึ่งพาแพล็ตฟอร์มของคนอื่น

 

อย่างไรก็ตาม มองว่านวัตกรรมนี้ทำให้แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์ความประทับใจใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความบันเทิง การสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอโอกาสในการซื้อแบบที่เดียวจบผ่านสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ซึ่งเชิญชวนให้ผู้ใช้งานได้ควักกระเป๋าซื้ออย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้ อีกสิ่งที่แบรนด์จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคก็คือ แบรนด์ยังสามารถสลับสภาพแวดล้อมให้กับโปรดักส์ได้ไม่ว่าจะเป็นเสมือนจริงหรือกายภาพ ลูกค้าก็สามารถมีปฏิสัมพันธ์แบบส่วนตัวได้แบบเรียลไทม์ นี่จะทำให้แบรนด์ก้าวทันความเร็วของนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์เลยทีเดียว

 

ที่สำคัญ การสร้าง Metaverse ของตัวเอง จะไม่เพียงแต่จะช่วยให้แบรนด์เป็นเจ้าของการสร้างสุนทรียศาสตร์ปรับแต่งได้อย่างสร้างสรรค์ได้เองแล้ว นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแต่งช่องทางการซื้อในรูปแบบต่างๆ ได้ทั้งในโลกเสมือนจริงและโลกแห่งความเป็นจริง หรือจะทำให้ทั้งสองโลกเชื่อมต่อกันก็จะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้งาน เรื่องของการสร้างประสบการณ์แบบ Immersive แบรนด์หรือองค์กรใหญ่ระดับโลกได้เริ่มลงทุนเพิ่มขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Google Google, Facebook และ Apple

 

ถึงตอนนี้ มันไม่ใช่การที่เราจะมองแล้วบอกว่า “ถ้าจะ” แต่มันคือตอนนี้ ณ เวลานี้แล้ว เพราะชัดเจนแล้วว่าผู้บริโภคพร้อมรับโลกเสมือน และผู้คนรู้สึกสะดวกใจสบายใจที่จะเข้าไปอยู่ในโลกไฮบริดได้ถึง 73% ด้วยปัจจัยจากการล็อกดาวน์ก็ดี และการที่ผู้บริโภคพึ่งพาดิจิทัลมากขึ้น ดังนั้น แบรนด์ไม่ควรที่จะรีรออีกต่อไปแล้ว

 

Source:

Campaignlive.co.uk

Superent.com

Voguebusiness.com


  • 27
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!