103.58.148.118

Marketing for SME

Ξ Leave a comment

เมื่ออนาคตโฆษณาดิจิทัลไล่ล่านักการตลาด ต้องรับมืออย่างไร?

posted by  4,534 views

โฆษณาเป็นกลยุทธ์หลักในการสื่อสารระหว่างกิจการและผู้บริโภคมาจนถึงทุกวันนี้ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เราแทบจะตามไม่ทัน มาดู 5 คำทำนายในวงการโฆษณาดิจิทัลสร้างสรรค์ และคำแนะนำที่ทำได้จริงไว้รับมือก่อนสายเกินไป

shutterstock_300059936

1. เวลาเป็นเงินเป็นทอง

แต่ก่อน “เวลา” เป็นปัจจัยตายตัวสำหรับโฆษณา มีระยะเวลาขายของที่กำหนดตายตัวในโทรทัศน์และวิทยุ คิดว่าเรามีเวลาเต็มที่ในการบอกเล่าแบรนด์ให้กับคนฟัง คิดว่าคนจะดูโฆษณาสิ่งพิมพ์ของเราสักช่วงเวลาหนึ่งแน่ๆ

แต่ในอนาคต โฆษณาจะไม่ได้ตายตัว ผู้บริโภคควบคุมการเสพย์คอนเทนต์ได้เอง ฉะนั้นต้องเข้าใจระยะเวลาที่เหมาะสมที่ผู้บริโภคจะเสพย์โฆษณาด้วย ไม่ใช่แค่ให้เห็นหรือได้ยินโฆษณาเพียงอย่างเดียว สื่อบางเจ้าไม่ได้ขายแค่พื้นที่โฆษณา แต่ขายระยะเวลาสำหรับโฆษณาด้วย บางเจ้าขายระยะเวลาที่ผู้บริโภคได้เสพย์โฆษณาด้วยซ้ำ และต่อให้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ล่วงหน้า เอเจนซี่ก็คำนวนได้ว่าต้องซื้อสื่อแค่ไหนจึงจะเหมาะสมในช่วงเวลาหนึ่ง

maxresdefault

ระยะเวลาที่ได้เห็นคอนเทนต์ของโฆษณามันสัมพันธ์กับประสิทธิภาพของแบรนด์ที่ทำให้คนสังเกตและจำได้ แค่นาทีเดียวก็มีผลกับแบรนด์มหาศาลแล้ว หากใครกดอ่านต่อ ก็จะมีแนวโน้มจำแบรนด์นั้นได้นานขึ้นนั่งเอง โฆษณาหลายๆตัวที่แตกต่างกันย่อมใช้เวลาในการเสพย์ต่างกันและให้ผลแตกต่างกัน

ไม่ใช่แค่เข้าใจวิธีทำงานของพวกครีเอทีฟ แต่ต้องเข้าใจว่ากว่าจะได้ผลที่ต้องการ ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ด้วย

 

2. ตัวคอนเทนต์และขนาดมีการเปลี่ยนแปลงไม่มีวันหยุด

โฆษณาตายตัวที่เหมือนโปสเตอร์แปะข้างทางที่ข้อความเป็นแบบไหนก็แบบนั้น จะถูกแทนที่ด้วยโฆษณาที่มีคอนเทนต์และขนาดที่เปลี่ยนแปลงไปทุกๆวัน

ขนาดของโฆษณาจะเปลี่ยนไปตามสมาร์ทดีไวซ์ที่ผู้บริโภคมี ทำให้งานออกแบบที่ตอบสนองต่อดีไวซ์แต่ละชนิดมีบทบาทขึ้นในวงการโฆษณา

device-array-ads-10001

ตัวคอนเทนต์โฆษณาเปลี่ยนไปตามผู้บริโภคที่แต่ละคน แต่ละที่ และแต่ละเวลา ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อ รูปภาพ โลโก้ คำพูดเชิญชวน แม้แต่สีพื้นหลัง เอเจนซี่จะทำโฆษณาออกมาหลายๆเวอร์ชั่นสำหรับแต่ละคน ในช่วงที่โฆษณาปรากฎตามแอปพลิเคชั่นและเว็บเพจ เซิฟเวอร์ของโฆษณาก็จะคอยเก็บข้อมูลของคนที่เข้ามาดู ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมในช่องทางออนไลน์ ที่อยู่ เวลา ฯลฯ เพื่อวิเคราะห์โฆษณาตัวใหม่ที่ตรงกับแต่ละคนต่อไป

14059743902_688e19663f_o

ฉะนั้น มีไอเดียทำโฆษณาอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องทำโฆษณาออกมาเป็นร้อยเป็นพันเวอร์ชั่น เช่นการทำแบรนด์รถยนต์ก็ทำโฆษณาออกตัวเดียวแต่ต้องเปลี่ยนข้อความให้ตอบโจทย์ความต้องการของเป้าหมายแต่ละคนด้วย บางคนอาจจะใส่ใจความปลอดภัย ศักยภาพของรถ หรือเทคโนโลยีของรถ ข้อความในโฆษณาก็ต้องไม่เหมือนกัน

 

3. โลกที่การสื่อสารทางเดียวได้ตายไปแล้ว

โฆษณาในอนาคตจะอยู่ในรูปแบบการสื่อสารสองทาง ไม่ใช่ฝ่ายโฆษณาพูดอยู่ฝ่ายเดียว พร้อมกับความต้องการของโฆษณาที่ทันสมัย อยู่ในกระแสตลอดเวลาด้วย นักการตลาดต้องกระโจนเข้าไปอยู่ในวงสนทนาของผู้บริโภค และฟังให้มากกว่าพูดเพื่อเข้าใจผู้บริโภค จะได้พูดคุยได้ตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยเฉพาะพวก Influencer คนที่มีความคิดที่ส่งผมต่อกลุ่มคนหลายๆคน เราอาจขอให้คนพวกนี้ได้สื่อสารแบรนด์ผ่านเรื่องราวแทนเราก็ได้

20141103175200-how-market-generation-z-kids-who-already-have-44-million-dollars-spend

ในสถานการณ์แบบนี้ แบรนด์จะต้องมีตัวแทนที่ผ่านการฝึกฝนว่าจะสื่อสารให้มีน้ำเสียงอย่างไรให้ตรงกับแบรนด์ มีเรื่องราวของแบรนด์อย่างไรที่ต้องแชร์บอกต่อให้คนพูดถึงกันไป ไม่ใช่แค่ตะโกนบอกผู้บริโภคอยู่ฝ่ายเดียว

 

4. มวลชนผู้บริโภคเป็นใหญ่

นักการตลาดยังต้องคอยหมั่นสังเกตว่าผู้บริโภคตัดสินใจอย่างไรไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่จะใช้ คอนเทนต์ที่จะเสพ แพลตฟอร์มที่จะเอาไว้เข้าถึงคอนเทนต์ ซื้อสินค้าและใช้บริการ แบรนด์เป็นตัวเลือกของคนที่เพิ่มมากขึ้น ง่ายขึ้น และบ่อยขึ้น ด้วยแบรนด์ที่มีมากขึ้นทำให้เราต้องเข้าใจว่ากระบวนการตัดสินใจในหัวของผู้บริโภคเป็นอย่างไร เราจะได้หาทางโน้มน้าวตัวเลือกที่ผู้บริโภคมีให้ได้ผล

6a03351b7144f0fb73458c24cd4d6728

กระแส “Big Data” ที่อาจทำให้นักการตลาดเขวจนโยนหน้าที่ให้อัลกอรึธึม ให้เครื่องจักรประมวลผลวิเคราะห์แทนนักการตลาด แต่ความจริงก็คือ ไม่มีใครเข้าใจมนุษย์ได้มากกว่ามนุษย์ด้วยกันเองอีกแล้ว ฉะนั้นนักการตลาดยังต้องมีหน้าที่เข้าใจผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา เป็นกระบอกเสียงแทนผู้บริโภคเมื่อทำงานในกิจการ และคอยตรวจสอบที่มาของข้อมูลที่ไม่ได้สะท้อนความต้องการผู้บริโภคจริงๆ

 

5. ไอเดียเจ๋งๆคือเงินตราในอนาคต

ไอเดียที่เจ๋งและทรงพลังนั้นมีความสำคัญมากขึ้นกว่าที่เคยในโลกที่แบรนด์ควบคุมเศษเสี้ยวของการสื่อสารที่เกิดขึ้นทั้งหมด หมดยุคที่แบรนด์และเอเจนซี่ที่ควบคุมทั้งไอเดีย การแสดง การสื่อสารทั้งหมดไปสู่ผู้บริโภค

ในอนาคตแบรนด์จะควบคุมแค่ไอเดียโดนๆและการนำไอเดียนั้นไปลงมือทำจริงๆแค่นั้น โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านวีดีโอ เพราะผู้บริโภคจะไม่เสียเวลามากไปกว่าสิ่งที่ตัวเองอยากรู้จริงๆ ข้อความ รูปภาพต้องหลากหลายแต่ตรงประเด็นและเข้ากับวงสนทนาของผู้บริโภคให้พูดต่อๆกัน

1970770af1daa9a5c235abc378f9c8bf

 

แหล่งที่มา

http://marketingland.com/future-digital-advertising-creativity-199082

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ nine = 17

Recent Posts

Facebook