รู้ไว้ให้ระวัง!!! เมื่อ AI ที่มีประโยชน์มหาศาล กลับอาจกลายเป็นวายร้ายที่เราเชื้อเชิญ

  • 264
  •  
  •  
  •  
  •  

AI

โลกของเราพัฒนาแบบก้าวกระโดดมาตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม จากการพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำไปสู่เครื่องยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง จากการสื่อสารผ่านสายทองแดงด้วยโทรศัพท์พื้นฐาน ไปสู่การสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุไร้สาย จนวิวัฒน์ไปสู่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูงระดับ 1Gbps และในอนาคตที่มีการคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลถึงระดับวิวัฒนาการด้วยตัวเอง

ปัจจุบันเทคโนโลยี AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่มีการให้ความสนใจสูงมาก โดยเฉพาะ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่มีความชาญฉลาดในตัวเองสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง โดย AI ไม่ใช่หุ่นยนต์ ไม่ใช่อุปกรณ์ แต่ AI เป็นระบบที่อยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ หรืออยู่ในโครงสร้างระบบ ให้ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาดและตอบสนองต่อความต้องการใช้งานทั้งในแง่ผู้บริโภคและในแง่ของผู้ประกอบการ

 

AI ผู้ช่วยค้นหาและจัดเก็บ

โดยหลักๆ หน้าที่ของ AI คือการค้นหา (Searching) และการค้นหานี่เองที่เป็นต้นกำเนิดให้เกิดแนวคิดของ AI เนื่องจากในปัจจุบันข้อมูล (Data) มีมากขึ้น การค้นหาโดยใช้ Keyword ง่ายๆ เพียงตัวเดียว อาจได้ผลการค้นหาที่ไม่ถูกต้อง อาทิ ค้นหาเว็บไซต์ข่าว Marketing ผลการค้นหาจะพบเว็บไซต์ข่าว Marketing ทั้งหมด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ขณะที่ AI จะเรียนรู้ว่าผู้ค้นหาอยู่ในประเทศใดและส่วนใหญ่มักจะค้นหาโดยใช้ภาษาใด

Artificial Intellegence

AI ก็จะแสดงผลลัพธ์การค้นหาตามภาษาที่ผู้ค้นหาดำเนินการ โดยที่ผู้ค้นหาไม่จำเป็นต้องระบุว่า ค้นหาเป็นภาษาใดหรือค้นหาเฉพาะในประเทศใด นอกจากนี้ความสามารถของ AI ที่หลายคนรู้จักนั่นคือการเรียนรู้ ประมวลผลและสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง นั่นจึงทำให้หลายธุรกิจเริ่มนำ AI เข้ามาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทั้ง Structured Data หรือข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน และ Unstructured Data หรือข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างชัดเจน

เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานของแอปพลิเคชั่น หลายแอปฯ จึงนิยมผูกแอปฯ ไว้กับระบบของภายในเครื่องคอมฯ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นการผูกแอปฯ ไว้กับกล้องถ่ายรูป การผูกแอปฯ ไว้กับระบบ GPS การผูกแอปฯ ไว้กับแกลลอรี่รูปภาพ หรือแม้แต่การผูกแอปฯ ไว้กับรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้สามารถค้นหาผู้ติดต่อหรือส่งไฟล์ให้กับเพื่อนได้อย่างสะดวกและง่ายดาย รวมไปถึงการจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบในรูปแบบที่ AI ในพื้นที่ที่เหมาะสม

 

AI พยากรณ์รู้ก่อนความต้องการ

นอกจากเรื่องของการจัดเก็บและค้นหาแล้ว ใน AI ที่มีการพัฒนาจะมีความสามารถในการตัดสินใจ เมื่อ AI ทราบว่าผู้บริโภคต้องการสินค้าที่ราคาไม่สูงแต่มีคุณภาพ AI จะทำการตัดสินใจว่าส่งไหนคือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจากข้อมูลความต้องการของผู้บริโภค นั่นจึงมักจะทำให้ผู้บริโภคได้เห็นโฆษณาสินค้าที่ส่วนใหญ่ผู้บริโภคกำลังต้องการหรือกำลังมองหาอยู่ โดย AI จะเป็นผู้คัดกรองและตัดสินใจว่าสิ่งใดเหมะสมมากที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการคาดการณ์ว่า หาก AI มีความฉลาดถึงขั้นขีดสุด AI จะสามารถพยากรณ์รู้ล่วงหน้าได้ว่า เรากำลังจะต้องการทำอะไร หรือเป้าหมายที่เราทำสิ่งนั้นๆ คืออะไร เพื่อตอบสนองความต้องการขอผู้ใช้งาน  ซึ่ง AI ในระดับผู้บริโภค กำลังถูกพัฒนาเพื่อให้รองรับกับเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมาถึง นอกจากนี้ AI ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคแบบรายบุคคลได้อย่างชัดเจน

Robotic

ซึ่งผลของข้อมูลของนี้ นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ผู้บริโภคเองก็จะได้รับสินค้าที่อยู่ในความต้องการ ซึ่งรวมไปถึงราคาที่ผู้บริโภคเห็นว่าสมเหตุสมผล นี่เองที่ทำให้ AI กลายเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคล้วนแต่ต้องการใช้งาน เพราะความสามารถอันเหลือล้นที่จะช่วยให้สิ่งที่หลายคนปรารถนาสัมฤทธิ์ผลได้อย่างง่ายดาย

 

เมื่อโลกอินเตอร์เน็ตไม่เคยปลอดภัย

ครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสไปฟังการบรรยายของ อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ชี้ว่า ความเป็นตัวตนของแต่ละคนไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เมื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะผ่าน Wi-Fi หรือ 3G-4G-5G แม้แต่การต่อสาย LAN ที่ออฟฟิศ ความเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอันสิ้นสุดลง เพราะอินเตอร์เน็ตจะเป็นช่องทางที่สำคัญในการแสดงตัวตนสู่ความเป็นสาธารณะ และไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “พื้นที่ส่วนบุคคล” อีกต่อไป

นั่นเพราะหลายกิจกรรมในอินเตอร์เน็ตของแต่ละคนจะมีการทิ้งร่องรอย (Footprint) ซึ่งใครที่มีความรู้สามารถค้นหาร่องรอยนั้นพบก็จะทราบว่า ในแต่ละวันเราเดินทางไปไหนมาบ้าง เข้าเว็บหรือแอปฯ อะไรบ้าง เมนูโปรดที่ชอบ เพลงหรือภาพยนตร์ที่ชอบ ยิ่งถ้าคนไหนที่มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์สูง ก็จะสามารถรู้ได้ถึงความรู้สึกในตอนนั้น รวมไปถึงว่ามีการพูดจากับใคร สนทนากันในเรื่องอะไรบ้าง

Hacker

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า แฮค (Hack)” หรือคือการเจาะข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต โดยไม่จำเป็นต้องทราบหมายเลข ID 13 หลัก หรือหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ เพราะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต นั่นจึงทำให้อินเตอร์เน็ตคือประตูสำคัญในการเจาะเข้าไปดูข้อมูล แม้จะมีระบบที่ออกแบบมาเพื่อป้องกัน แต่ทุกระบบป้องกันมักจะต้องมีช่องโหว่ อยู่ที่คนที่ต้องการล้วงข้อมุลเก่งฉกาจเพียงใด

 

AI + Internet ความน่ากลัวจึงเริ่มขึ้น

เมื่อทราบถึงความเสี่ยงของ Internet แล้วก็คงพอจะทราบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลสามารถถูกโจรกรรมได้ง่ายๆ โดยผู้ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี แล้วถ้าระบบที่แต่ละคนเป็นเจ้าของคือตัวการสำคัญที่ปล่อยข้อมูลส่วนบุคคลให้หลุดเล็ดรอดออกไปจะน่ากลัวเพียงใด อย่างที่ทราบว่าในสมาร์ทโฟนที่ทุกคนใช้อยู่ล้วนมีระบบ AI ฝังอยู่ โดยเฉพาะในรุ่นที่ต้องมีการใช้ Biometric ในการยืนยันตัวตนก่อนการใช้งาน เช่น ใบหน้า ม่านตาหรือลายนิ้วมือ

Fingerprint

ซึ่งระบบ Biometric เหล่านั้นจะมีการจับภาพไว้เบื้องต้น เพื่อให้ทุกครั้งที่ใช้งานมีการเปรียบเทียบความเหมือนกันกับภาพต้นฉบับที่มีการตั้งค่าไว้ หมายความว่า AI เป็นผู้ถือครองภาพ Biometric เหล่านั้นไว้ หรือหมายความว่า AI รู้ว่าทุกรายละเอียดของลายนิ้วมือ ม่านตาและใบหน้าของผู้ใช้เป็นเช่นไร และหากผู้ไม่หวังดีที่สามารถใช้งาน AI ได้อย่างเชี่ยวชาญได้ข้อมูลเหล่านั้นไป ก็อาจถูกนำไปช้งานในแง่ของการเรียกเงินค่าไถ่จากการเก็บข้อมูลลับ (Ransomware) หรือแม้แต่การสวมรอยเพื่อทำกิจกรรมหรือธุรกรรมแทนโดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ทราบ เป็นต้น

ในบางกรณีที่มีความรัดกุมในการใช้งานหรือบางธุรกรรมที่ต้องสอบถามรายละเอียดพฤติกรรม AI ที่มีการผูกกับบัญชีหมายเลขโทรศัพท์ จะสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านหมายเลขโทรศัพท์เหล่านั้น ที่อาจจะเชื่อมโยงกับข้อมูลพฤติกรรมที่ต้องการ เช่น สถานที่ล่าสุดที่เดินทางไป AI จะเข้าไปยังหมายเลขของผู้ที่โทรบ่อยสุด ซึ่งอาจจะเป็นคนครอบครัว โดยจะทำการค้นหาข้อมูล เช่น ภาพถ่ายล่าสุดว่าเดินทางไปที่ไหน AI ก็จะประมวลผลจากภาพถ่าย หรือการเช็คอินผ่านระบบ GPS ก็จะทำให้ AI สามารถระบุว่า สถานที่ล่าสุดที่เดินทางไปคือที่ใด

 

ระบบป้องกันที่ดีที่สุดยุคนี้

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการไม่พาตัวเองไปพบจุดเสี่ยง เช่น การโหลดแอปพลิเคชั่นที่แปลกๆ โดยเฉพาะแอปฯ ที่บังคับให้ต้องผูกแอปฯ ไว้กับกล้อง แกลเลอรี่ GPS หรือสมุดโทรศัพท์ เพราะนั่นคือความเสี่ยงในการปล่อยให้ข้อมูลส่วนบุคคลหลุดเล็ดลอดออกไป และอาจจะถูกนำไปใช้ในทางไม่ดี แน่นอนว่าบางแอปฯ ก็จำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้งาน แม้จะต้องผูกแอปฯ ไว้กับระบบต่างๆ ก็ตาม

Tokenization ชื่อนี้หลายคนคงเคยคุ้นหูมาบ้าง เพราะระบบ Token นี้จะเป็นตัวช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้ โดยระบบ Token นี้จะเป็นการสร้างรหัสใหม่ทดแทนการใช้ข้อมูลตรง โดยรหัสเหล่านี้จะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ใช้ และหากมีการเข้ารหัสผิดเกินกว่าที่กำหนด ระบบ Tokenization จะทำลายข้อมูลเหล่านั้นโดยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลเหล่านั้นเล็ดรอดออกไปได้

blockchain

นอกจากนี้ Blockchain ก็เป็นอีกระบบที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ด้วยทฤษฎีที่ทุกการกระทำเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ จะมีการแจ้งให้สมาชิกในวง Blockchain ได้รับทราบ นั่นหมายความว่าหากต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว ก็จำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขข้อมูลในช่วงเวลานั้นของทุกคนและต้องแก้ไขข้อมูลทุกชุดข้อมูลตั้งแต่ช่วงเวลาที่ต้องการแก้ไขจนถึงปัจจุบัน หลายคนอาจมองว่าผ็ไม่หวังดีก็สามารถสร้างข้อมูลใหม่ได้ นั่นเป็นเรื่องจริง แต่ก็ต้องผ่านระบบป้องกันอย่าง Tokenization ให้ได้ก่อน

 

ตกลง AI น่ากลัวหรือสร้างสรรค์

ทุกสิ่งในโลกย่อมมี 2 ด้านเสมอ ยิ่งมีประโยชน์มากเท่าไหร่อันตรายก็ย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย เฉกเช่นเดียวกับ AI ที่มีความฉลาดมากสามารถช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดอันตรายจากชีวิตและทรัพย์สิน และเพราะข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องผ่าน AI นั่นจึงทำให้ AI กลายเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล และกลายเป็นที่หมายปองของเหล่าแฮกเกอร์

ไม่ว่า AI จะมีสติปัญญาที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเลิศล้ำเพียงใด แต่เทคโนโลยีดีจิทัลก็ยังคงต้องแปลงค่าต่างๆ ผ่านเลข 0 และ 1 หรือเลขฐาน 2 ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบดิจิทัล ก่อนจะกลายเป็นข้อมูลที่ใช้ในปัจจุบัน และนั่นหมายความว่าใครที่สามารถพูดภาษาดิจิทัลได้แบบเดียวกับเทคโนโลยี ก็สามารถใช้งาน AI ได้อย่างอิสระ หากใช้งานในเชิงธุรกิจเพื่อสร้างกลยุทธ์หรือสร้างประสบการณ์ที่ดีก็จะเกิดประโยชน์มากมายและสามารถสร้างมูลค่าให้กับองค์กร

binary

 

แต่ถ้าอยู่ในกลุ่มของผู้ไม่หวังดี ก็คงต้องฝากความหวังไว้กับระบบความปลอดภัยที่ซับซ้อน เพื่อให้อย่างน้อยได้มีเวลายื้อก่อนที่ความช่วยเหลือจะมาถึง ดังนั้นสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องระมัดระวังคือการติดตั้งแอปพลิเคชั่นที่ไว้ใจได้น่าเชื่อถือ ข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสต่างๆ ควรจดบันทึกไว้ในสมุดจดบันทึก ไม่ควรนำข้อมูลสำคัญหรือรหัสผ่านที่สำคัญจัดเก็บไว้ในสมาร์ทโฟน เท่านี้ก็พอจะช่วยให้การรั่วไหลของข้อมูลลดลงได้

 

Copyright© MarketingOops! 


  • 264
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigalo
Gigalo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา
Top