สินค้าอะไรบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากแผนการขึ้นภาษีนำเข้าของทรัมป์

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หลายผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันเห็นและซื้อในห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลีก มักมาจากโรงงานหรือฟาร์มที่อยู่ห่างไกลในต่างประเทศ ก่อนที่จะถูกส่งต่อมายังสหรัฐฯ ห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนนี้กลายเป็นประเด็นหลักทันทีเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี โดยคาดการณ์ว่าเขาอาจประกาศมาตรการเก็บภาษีศุลกากรใหม่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

สินค้าจำนวนมากที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น อะโวคาโด ของเล่นเด็ก ช็อกโกแลต และรถยนต์ อาจมีราคาสูงขึ้นเนื่องจากการเก็บภาษีศุลกากร โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายของภาษีเหล่านี้คือสินค้านำเข้าจากจีน เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดสามอันดับแรกของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีและประเทศที่จะได้รับผลกระทบยังคงไม่ชัดเจน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ในระหว่างการหาเสียง ทรัมป์เคยกล่าวถึงการเก็บภาษีในอัตรา 10% ถึง 20% สำหรับสินค้าจากทุกประเทศ และอาจสูงถึง 60% สำหรับสินค้าจากจีน

นี่คือบางส่วนของสินค้าชีวิตประจำวัน ที่อาจได้รับผลกระทบหากการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโกมีผลบังคับใช้ และอาจทำให้ผู้บริโภคหลายคนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อในเร็วๆ นี้ 

จีน: รองเท้ากีฬา เฟอร์นิเจอร์ และของเล่น

จีนถือเป็นผู้ส่งออกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ที่สุดในโลก ตามข้อมูลจาก Home Furnishings Association (HFA) องค์กรที่สนับสนุนร้านค้าปลีกสินค้าภายในบ้าน

ในปี 2023 สหรัฐฯ นำเข้าเฟอร์นิเจอร์มูลค่ารวม 32.4 พันล้านดอลลาร์ โดย 29% มาจากจีน และเวียดนามตามมาเป็นอันดับสองที่ 26.5% HFA ชี้ให้เห็นว่าแม้เฟอร์นิเจอร์ 30%-40% ผลิตในสหรัฐฯ วัสดุที่ใช้ เช่น ไม้ ผ้า บานพับ และสกรู มากถึง 50% ถูกนำเข้า ซึ่งหมายความว่าราคาของสินค้าเหล่านี้ยากจะหลีกเลี่ยงการปรับเพิ่ม แม้จะติดป้ายว่า ‘Made in America’

ชานอน วิลเลียมส์ ซีอีโอของ HFA ระบุว่าผู้ค้าปลีกสินค้าในบ้านไม่สามารถรับภาระภาษี 60% จากสินค้านำเข้าจากจีนได้ หากแผนภาษีของทรัมป์เริ่มบังคับใช้ พวกเขาอาจต้องปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน แม้ว่าเฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะและโซฟาอาจไม่เพิ่มราคาถึง 60% แต่ราคาก็ยังคงปรับขึ้น

หากเปลี่ยนการผลิตไปยังเวียดนาม ซึ่งเคยเป็นทางเลือกในสมัยแรกของทรัมป์ ผู้ค้าปลีกยังอาจต้องเผชิญภาษี 10%-20% รวมถึงค่าใช้จ่ายในการย้ายและขยายการดำเนินงาน ภาษีเพียงอย่างเดียวอาจทำให้โซฟาราคา 2,000 ดอลลาร์เพิ่มขึ้นเป็น 2,200-2,400 ดอลลาร์

หากย้ายการผลิตไปเม็กซิโก ซึ่งมีสัดส่วนการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์สหรัฐฯ 10% ในปี 2023 โซฟาราคา 2,000 ดอลลาร์อาจเพิ่มขึ้นถึง 25% เป็น 2,500 ดอลลาร์

Credit: barbie

สินค้าอีกประเภทที่อาจได้รับผลกระทบคือของเล่น ประมาณ 80% ของของเล่นที่นำเข้าสหรัฐฯ มาจากจีน ตามข้อมูลจาก The Toy Association หากแผนภาษีใหม่เริ่มใช้ ราคาของเล่นอาจเพิ่มขึ้นสูงถึง 56%

ตัวอย่างเช่น ตุ๊กตาบาร์บี้ที่เคยผลิตในจีนราคา 20 ดอลลาร์ อาจเพิ่มขึ้นเป็น 31.20 ดอลลาร์ Toy Association เตือนว่าผู้ปกครองอาจหันไปซื้อของเล่นราคาถูกจากผู้ขายออนไลน์ที่ไม่ได้รับการรับรอง ซึ่งมักไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพของสหรัฐฯ

อุตสาหกรรมรองเท้าก็ต้องเผชิญความท้าทายเช่นกัน โดย 37% ของรองเท้าที่นำเข้าสหรัฐฯ มาจากจีน ตามด้วยเวียดนาม 30% และอิตาลี 9% แม้ผู้ผลิตหลายรายจะเริ่มย้ายแหล่งผลิตออกจากจีน แต่การย้ายการผลิตกลับมายังสหรัฐฯ ยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

เม็กซิโก: รถยนต์ เบียร์ และอะโวคาโด

แม้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จะมีโรงงานในสหรัฐฯ แต่พวกเขายังคงพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศอื่นๆ รวมถึงเม็กซิโก ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่ทำตลาดในสหรัฐฯ ทุกแห่งมีโรงงานอย่างน้อยหนึ่งแห่งในเม็กซิโก รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ 6 รายที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% ในปี 2024

การเชื่อมโยงในอุตสาหกรรมนี้แน่นแฟ้นมาก เม็กซิโกนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์จากสหรัฐฯ 49.4% และส่งออกชิ้นส่วนเหล่านี้กลับสหรัฐฯ ถึง 86.9% ตามข้อมูลของ International Trade Administration

หากภาษีนำเข้า 25% ถูกบังคับใช้ รายได้ของ General Motors, Ford Motor และ Stellantis จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดย Wells Fargo ประเมินว่า ภาษี 5%, 10% และ 25% จะสร้างความเสียหายรวม $13 พันล้าน, $25 พันล้าน และ $56 พันล้านตามลำดับ

ในปี 2023 เบียร์ Modelo จาก Constellation Brands กลายเป็นเบียร์ขายดีอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ แซงหน้า Bud Light บริษัทเดียวกันยังเป็นเจ้าของเบียร์ Corona และ Pacifico ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเบียร์ทั้งหมดผลิตในเม็กซิโก

Credit: avocadosfrommexico

หากภาษีนำเข้ามีผลบังคับใช้ Constellation Brands จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 16% และมีแนวโน้มที่จะปรับราคาขายขึ้น เพราะการย้ายฐานการผลิตเป็นไปได้ยาก

อะโวคาโด ซึ่งเคยเป็นสินค้าหายากในร้านค้าอเมริกัน ปัจจุบันกลายเป็นผลไม้ประจำในครัวเรือน ความนิยมในอาหารเม็กซิกันและเทรนด์การบริโภคไขมันดี ทำให้อะโวคาโดเป็นที่ต้องการสูง

ระหว่างเดือนมิถุนายน 2023 ถึงมิถุนายน 2024 สหรัฐฯ นำเข้าอะโวคาโดสายพันธุ์ Hass จากเม็กซิโกมากกว่า 2.4 พันล้านปอนด์ ซึ่งคิดเป็น 90% ของอะโวคาโดที่บริโภคในสหรัฐฯ ประเทศเม็กซิโกมีข้อได้เปรียบจากการผลิตอะโวคาโดได้ตลอดทั้งปี

แม้ว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคก็ยังพร้อมที่จะจ่าย เช่น ร้าน Chipotle Mexican Grill ที่คิดค่าบริการเพิ่มสำหรับกัวคาโมเล่ แต่กลับไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย

นอกจากรถยนต์และอาหารแล้ว ยังมีเสื้อผ้าที่ผลิตในเม็กซิโก เช่น ยีนส์ Wrangler จาก Kontoor Brands หากภาษีนำเข้าถูกเพิ่มขึ้น ราคายีนส์ที่ขายอยู่ประมาณ $60 อาจพุ่งขึ้นเป็น $75

แคนาดา: รถยนต์ เสื้อกันหนาว และเฟรนช์ฟรายส์

ในปี 2022 แคนาดาส่งออกรถยนต์มูลค่า 27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับสองรองจากน้ำมันดิบ ตามข้อมูลจาก Observatory of Economic Complexity หากมีการบังคับใช้ภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดา ผู้ผลิตรถยนต์ในดีทรอยต์จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด แต่ผลกระทบนี้จะกระจายไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหากซัพพลายเออร์ เช่น Magna ซึ่งเป็นบริษัทในแคนาดา ถูกบีบให้ปรับเปลี่ยนการส่งออก

เมื่อปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ 5 ราย ได้แก่ Ford, GM, Stellantis, Toyota Motor และ Honda Motor ผลิตรถยนต์น้ำหนักเบารวมกว่า 1.54 ล้านคันในรัฐออนแทรีโอ ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ

Gretchen Whitmer ผู้ว่าการรัฐมิชิแกนเตือนว่าภาษีนำเข้า 25% จากเม็กซิโกและแคนาดา จะทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐฯ เสียหาย ราคารถยนต์สูงขึ้น และเปิดโอกาสให้จีนได้ประโยชน์ 

Credit: mccainglobal

ในทุกๆ ปี แคนาดาส่งออกสินค้าเกษตรไปยังสหรัฐฯ มูลค่าราว 40.5 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงเฟรนช์ฟรายส์และผลิตภัณฑ์มันฝรั่งแช่แข็งมูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ โดยเฟรนช์ฟรายส์ส่วนใหญ่มาจาก McCain Foods ซึ่งเป็นบริษัทครอบครัวสัญชาติแคนาดา

McCain Foods ระบุว่า เฟรนช์ฟรายส์ 1 ใน 4 ที่บริโภคทั่วโลกมาจากโรงงานของบริษัท พวกเขามีโรงงานในแคนาดา 7 แห่ง และในสหรัฐฯ 11 แห่ง หากมีการขึ้นภาษีนำเข้า บริษัทอาจพิจารณาย้ายการผลิตส่วนใหญ่มายังสหรัฐฯ

โชคดีที่ซัพพลายเออร์เฟรนช์ฟรายส์หลายแห่ง รวมถึง Lamb Weston ในไอดาโฮ ได้ขยายกำลังการผลิตตั้งแต่ช่วงโควิด

Canada Goose เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องเสื้อกันหนาวคุณภาพสูง ผลิตในแคนาดาเป็นหลัก โดยประมาณ 70% ของสินค้าของบริษัทผลิตในประเทศ ส่วนอีก 30% ผลิตในโรงงานที่บริษัทเป็นเจ้าของในโรมาเนียและโรงงานในยุโรป

โฆษกของบริษัทปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับภาษีนำเข้า และยังไม่ระบุว่าจะมีการปรับขึ้นราคาหรือไม่

จากรถยนต์ไปจนถึงเสื้อกันหนาว ภาษีนำเข้าจากแคนาดาจะไม่เพียงเพิ่มต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าที่ผู้บริโภคต้องจ่ายในที่สุด

Credit: ford

ผลกระทบต่อไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า การปรับขึ้นภาษีนำเข้ากับแคนาดาและเม็กซิโก อาจส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์ของสหรัฐฯ และอาจส่งผลเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ได้ ในประเด็นนี้อาจเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่การส่งออกไทยไปยังสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน

อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้า ความไม่แน่นอนจากนโยบายของสหรัฐฯ ยังมีอยู่สูง และมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะพิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มเติม รวมถึงอาจมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากอาเซียนและไทย ผลกระทบต่อเศรษฐกิจคงขึ้นอยู่กับจังหวะการปรับขึ้นภาษีนำเข้า สินค้าที่ถูกเรียกเก็บภาษี รวมถึงการเจรจาของแต่ละประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการจากไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไทยสูง รวมถึงสินค้าที่ไทยมีความเกี่ยวเนื่องกับห่วงโซ่อุปทานของจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้การส่งออกไทยลดลงที่ราว 0.5% และกระทบต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ราว 0.3% ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คำถึงผลกระทบดังกล่าวไว้ในประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ที่ 2.4% แล้ว

 

ที่มา: 

cnbc.com

kasikornresearch.com


  •  
  •  
  •  
  •  
  •