หากพูดถึงคำว่า AI ในปี 2025 ที่ผ่านมา หลายคนอาจนึกถึง Chatbot หรือ Generative AI มาช่วยเราทำงานเขียน มาช่วยในการเจนรูปภาพ แต่สำหรับ Samsung (ซัมซุง) ในปี 2026 แล้วซัมซุงกำลังจะนิยามคำว่า AI ใหม่ที่ “จับต้องได้” มากกว่าเดิม
ในงานแถลงข่าววิสัยทัศน์ประจำปี Samsung Vision 2026 ภายใต้คอนเซปต์ “Your Companion to AI Living” ซัมซุงกลับมาพร้อม Consumer Insight ที่น่าสนใจว่า “คนไทยไม่ได้ต้องการแค่เทคโนโลยีที่ฉลาด แต่ต้องการเพื่อนคู่คิดที่เข้าใจบริบทชีวิต”
Marketing Oops! สรุปกลยุทธ์ Your Companion to AI Living ของซัมซุง ที่ปัจจุบันฐานอุปกรณ์ในไทยกว่า 37 ล้านเครื่อง ตัดสินใจขยับจากการขาย “เครื่องใช้ไฟฟ้า” สู่การขาย “ประสบการณ์คุณภาพชีวิต” ผ่าน 3 แกนหลักก็คือ
1. Insight คนไทยเปลี่ยน ยอมจ่ายเพื่อ “ชีวิตที่ดีกว่า” ไม่ต้องรอพัง

คุณเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2025 พบว่า Mindset ของคนไทยเปลี่ยนไปสองเรื่องก็คือ
- ลูกค้าไม่ได้มองหาแค่ว่าเครื่องนี้ทำอะไรได้ (Function) แต่มองว่าเครื่องนี้ให้อะไรกับชีวิต (Value)
- คนไทยเลิก “รอให้ของพังแล้วค่อยซื้อใหม่” แต่พร้อมควักกระเป๋าอัปเกรดทันที หากสินค้านั้นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ลดภาระงานบ้าน หรือประหยัดเวลาได้จริง
ผู้บริหารซัมซุงอธิบายชัดเจนว่าปีนี้ซัมซุงจะไม่เล่นสงครามราคา แต่เล่นในสนาม “ความคุ้มค่า” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างเต็มตัว โดยใช้เครื่องมือที่จะชนะใจผู้บริโภคนั่นก็คือ AI Ecosystem ที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาด
2. จาก “Command” สู่ “Companion”
ไฮไลต์สำคัญที่ผู้บริหารซัมซุงย้ำชัดในงานคือวิวัฒนาการของ AI จากยุคเก่าที่เป็นการสั่งงาน (Command) สู่ยุคใหม่ที่ AI เรียนรู้และจัดการให้เอง (Companion) โดยผู้บริหารแต่ละกลุ่มธุรกิจได้ขยายความถึงความล้ำเอาไว้หลายเรื่องด้วยกัน
“AI Entertainment Companion”

คุณชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง เปิดเผยถึงนิยามใหม่ของทีวีที่ไม่ใช่แค่จอภาพ แต่ด้วยระบบ Vision AI ทีวีจะรู้ว่าคุณกำลังดูฟุตบอล แล้วปรับภาพ/เสียงเป็น AI Soccer Mode ให้อัตโนมัติ หรือถ้าเราถามทีวีว่า “นักเตะคนนี้คือใคร?” ทีวีสามารถดึงข้อมูล Real-time ขึ้นมาตอบได้ทันที นี่คือการยกระดับ Experience ของการเป็นเจ้าตลาดทีวีอันดับ 1 มากว่า 20 ปี
“AI Home Living Companion”

คุณสารัช อักษราลิขิตสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ยกตัวอย่างความอัจฉริยะของ Bespoke AI Laundry Combo เครื่องซัก-อบผ้าที่ไม่ต้องมานั่งเดาว่าผ้ากองนี้ต้องใส่น้ำยาแค่ไหน AI จะชั่งน้ำหนัก วิเคราะห์ความสกปรก แยกชนิดผ้า และจัดการเติมน้ำยาซักผ้า/น้ำ ในปริมาณที่เป๊ะที่สุดให้เอง
คุณสารัชยังเผยข้อมูล SmartThings ว่าปัจจุบันมีผู้ใช้ในไทยกว่า 4.4 ล้านคน ซึ่งฟีเจอร์ AI Energy Mode สามารถช่วยลดการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งบ้านได้สูงสุดถึง 10%

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของ “กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน” ของซัมซุงในปีนี้ก็คือการกระโดดเข้าสู่ตลาด Commercial Laundry หรือธุรกิจร้านสะดวกซักที่กำลังเติบโต โดยส่งเครื่องซักผ้า (18 กก.) และเครื่องอบผ้า (14 กก.) เกรดอุตสาหกรรมลงตลาด ชูจุดเด่น “ทำรอบไว-ทนทาน” ซักเสร็จใน 30 นาที และอบแห้งใน 45 นาที พร้อมรับประกันยาวนาน 3 ปี เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่ต้องการความคุ้มค่าและพาร์ตเนอร์ที่ไว้ใจได้
3.บริการหลังการขายที่ “กล้า” การันตี
ในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า “บริการหลังการขาย” คือจุดตายที่ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะในเมืองไทยที่เป็นเมืองร้อนเมื่อไหร่ที่ “แอร์เสีย” คือเรื่องใหญ่มากๆ

คุณอภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศ ได้ประกาศแก้เกมขาดด้วยแคมเปญ “1-Day Service” สำหรับเครื่องปรับอากาศ โดยการันตีซ่อมจบภายใน 1 วัน! พร้อมศูนย์บริการและ Call Center 24 ชั่วโมง
นี่คือการใช้ Service มาเป็นจุดขาย เพื่อสร้างความมั่นใจว่า Samsung จะเป็น Partner ที่ดูแลกันยาวๆ สอดคล้องกับการการันตีอัปเดต Tizen OS (ระบบปฏิบัติการทีวี) นานถึง 7 ปี เพื่อให้ทีวีของลูกค้าไม่ตกรุ่นง่ายๆ
4. เจาะตลาด B2B และ Tech ล้ำโลก

นอกจากตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) แล้ว ในฝั่งภาคธุรกิจ (B2B) คุณอภิรดา พัวพรพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จอภาพ ก็มีนวัตกรรมใหม่ๆที่จะมานำเสนอให้ลูกค้าธุรกิจด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น
- Micro RGB 115 นิ้ว: จอขนาดยักษ์คุณภาพคมชัดระดับเทพ
- Transparent Micro LED: จอใสที่มองทะลุได้
- E-Paper: ป้ายโฆษณาดิจิทัลรักษ์โลก ใช้พลังงาน 0 วัตต์ ที่จะใช้ไฟเฉพาะตอนเปลี่ยนภาพ ตอบโจทย์เทรนด์ Sustainability
- SmartThings Pro: แพลตฟอร์มบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะ ที่เริ่มใช้จริงแล้วในโรงเรียนนานาชาติและเครือไทวัสดุ เพื่อมอนิเตอร์การใช้พลังงานและคุณภาพอากาศแบบ Real-time
ก้าวเดินของ Samsung ในปี 2026 เองก็ทำให้เราเห็นว่าบางครั้งแบรนด์ไม่ได้มองคู่แข่งเป็นแค่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นหรือจีนอีกต่อไป แต่มองไปถึงการเป็น Platform ของการใช้ชีวิต สำหรับซัมซุงแล้วการมีฐานอุปกรณ์ในไทยกว่า 37 ล้านชิ้น คือข้อได้เปรียบเพราะยิ่งอุปกรณ์เหล่านี้ Connect กันและฉลาดขึ้นด้วย AI มากเท่าไหร่ คู่แข่งก็จะยิ่งเจาะเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ในบ้านของคนไทยได้ยากขึ้นเท่านั้นเช่นกัน


