
การยืนหยัดเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือโชคแต่อย่างใด! หากแต่เป็นผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ผสานกับการวางกลยุทธ์การตลาดที่เฉียบคม สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนให้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ “โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ” (Shokubutsu Monogatari) สามารถทำให้ชื่อที่ยาวสำหรับคนไทย ให้กลายเป็นชื่อที่ติดปากและครองใจผู้บริโภคไทยได้สำเร็จ จนก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดครีมอาบน้ำในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนได้จากการคว้าอันดับ 1 หมวดครีมอาบน้ำ จากเวที 2026 Thailand’s Most Admired Brand พร้อมคว้ารางวัลพิเศษ Market Leader Brand Award ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นและความนิยมของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
จากชื่อยาว สู่แบรนด์ที่คนไทยจดจำได้ และเรียกติดปาก
การเดินทางของ “โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ” ในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นในปี 2540 โดย บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเข้ามาเปิดตัวสู่ตลาดไทย ซึ่งมาพร้อมชื่อภาษาญี่ปุ่นที่ทั้งยาวและอาจไม่คุ้นหูสำหรับคนไทยในเวลานั้น แต่ด้วยชื่อแบรนด์ที่เป็นเอกลักาณ์ และแฝงความหมายอันงดงามที่สื่อถึง “ตำนานแห่งพืชพรรณธรรมชาติ” สะท้อนถึง Brand Essence หรือแก่นแท้ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ได้เปลี่ยนโจทย์ที่ท้าทายให้กลายเป็น Unique Selling Point ที่โดดเด่นและแตกต่าง!

ประกอบกับการสื่อสารแบรนด์ดิ้งอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำที่ชูจุดแข็ง “สารสกัดจากพืชธรรมชาติ 99%” ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่อง Health & Wellness มากขึ้นในทุกวัน
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ชื่อของ “โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ” สามารถเข้าไปอยู่ในการรับรู้และจดจำได้ของผู้บริโภคไทยได้ภายในเวลาไม่นาน และในปัจจุบัน โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดครีมอาบน้ำในประเทศไทย โดยมี ส่วนแบ่งตลาดประมาณ 28% เป็นอันดับ 1 ของตลาด
รวมทั้งยังคงแข็งแกร่งในหลายเซกเมนต์หลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Beauty และ Men Segment ซึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายยังคงมีช่องว่างห่างจากคู่แข่งอันดับ 2 และ 3 อย่างชัดเจน
จะเห็นได้ว่าเส้นทางตลอดระยะเวลา 29 ปีที่ “โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ” อยู่คู่ครัวเรือนคนไทย ได้พิสูจน์ถึงความสำเร็จที่ไม่ใช่เพียงชื่อแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยและเรียกติดปากเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นในนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำที่พัฒนาขึ้นภายใต้ปรัชญา Natural Essence 99% ที่แบรนด์ยึดมั่นมาโดยตลอด จนสามารถสร้าง Brand Remind ที่แข็งแกร่ง และเป็น Brand Love ที่ผู้บริโภครู้สึกรักและผูกพัน
เพราะเมื่อใดก็ตามที่พูดถึงผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ ชื่อโชกุบุสซึ โมโนกาตาริ หรือที่ใครหลายคนเรียกสั้นๆ ว่าโชกุบุสซึ จะปรากฏขึ้นมาเป็นชื่อแรกในความคิดแรกของผู้บริโภคในทันที!
คว้าอันดับ 1 กลุ่มครีมอาบน้ำ จาก “2026 Thailand’s Most Admired Brand” และรางวัลพิเศษ “Market Leader Brand Award”

อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ความเชื่อมั่นและความนิยมของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ อย่างต่อเนื่อง คือ ได้รับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้บริโภคเป็นอันดับ 1 ในหมวดสินค้าอุปโภค กลุ่มครีมอาบน้ำ จากผลสำรวจ “2026 Thailand’s Most Admired Brand” จัดโดย BrandAge
ไม่แค่นั้น! โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ ยังได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัลพิเศษของปีนี้ “Market Leader Brand Award” จากเวทีเดียวกัน ซึ่งโครงการ Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องมายาวนานกว่า 26 ปี เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชมและความเชื่อมั่นสูงสุดในตลาดไทย ครอบคลุมการจัดอันดับแบรนด์ใน 12 หมวดสินค้า และสะท้อนภาพลักษณ์ ความนิยม และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภค
“การได้รับรางวัล ‘Market Leader Brand Award’ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของแบรนด์โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์มาอย่างยาวนาน เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานคุณค่าพลังจากธรรมชาติ เพื่อสุขภาพที่ดีของผิวและชีวิต
พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งด้านประสิทธิภาพในการดูแลผิว ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเหนือราคา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้แบรนด์ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของผู้บริโภคไทย” คุณวรรัช เอกอวัสดาพร ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทยมายาวนานตลอด 57 ปี กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนเป็นผู้นำตลาดและครองใจผู้บริโภคไทย
5 กลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จของ “โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ” สู่การเป็นผู้นำตลาดครีมอาบน้ำ
ท่ามกลางความท้าทายของภาพรวมตลาดครีมอาบน้ำในปี 2568 ทั้งการเติบโตประมาณ 1.3% สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เติบโตค่อนข้างจำกัด ขณะเดียวกันมีการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ท้องถิ่น โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่น เช่น การจัดโปรโมชัน “ซื้อ 1 แถม 1” ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาด

แต่หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 และเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจคนไทยมาโดยตลอด มาจาก 5 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย
1. ความแข็งแกร่งของ Branding และ Brand Essence
นับตั้งแต่วันแรกที่ทำตลาดในไทยถึงวันนี้ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ ยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ทั้ง Branding และยึดมั่นใน Brand Essence การเป็นผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากพืชธรรมชาติ 99% เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “พลังจากธรรมชาติ เพื่อสุขภาพที่ดีของผิวและชีวิต” เพื่อยกระดับแบรนด์จากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพผิวและคุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
2. เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค สู่การพัฒนานวัตกรรมสินค้า
การพัฒนานวัตกรรมสินค้า โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ มองแบบ Outside-in นั่นคือ การศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรม-ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผ่านการทำ Home Use Test และ Focus Group เพื่อเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงใจยิ่งขึ้น
อย่างในอดีตผู้บริโภคมองครีมอาบน้ำเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว แต่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่ให้ “คุณค่า” มากขึ้น เช่น การบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ผิวดูสุขภาพดี หรือมีคุณสมบัติพิเศษในการดูแลผิว ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดครีมอาบน้ำไม่ได้อยู่ที่กลิ่น หรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง Functional Benefit ที่ให้คุณค่าเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์และส่วนผสมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น
โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ จึงมุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างผ่านการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค เช่น สูตรออริจินัลที่เป็น Flagship Product, โชกุบุสซึ เมน สำหรับผู้ชาย, วิปโฟมอาบน้ำ เป็นนวัตกรรมฟองโฟมนุ่มจากประเทศญี่ปุ่น, สูตร Hokkaido Milk Series ให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นอีกระดับ, สูตร Fruity Fresh ผลิตจากสารสกัดจากผลไม้ หอมสดชื่น เป็นต้น
3. พรีเซ็นเตอร์ สร้าง Brand Awareness – Brand Remind

นอกจากความแข็งแกร่งด้านแบรนด์ และการพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่แตกต่างแล้ว อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ คือ การใช้ “พรีเซ็นเตอร์” ปัจจุบันเป็น “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” พรีเซ็นเตอร์ที่อยู่คู่กับโชกุบุสซึ โมโนกาตาริมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้าง Brand Awareness, Brand Remind และส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
4. Purpose-driven ดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืน

การดำเนินธุรกิจทุกวันนี้ ไม่ใช่มองเพียงแค่มิติการสร้างผลกำไรเท่านั้น หากแต่ธุรกิจจะดำรงอยู่ได้ ต้องอยู่บนแนวคิดของ “ความยั่งยืน” ที่ครอบคลุมทั้ง 3Ps ประกอบด้วย Profit, People (Social), Planet
จากวิสัยทัศน์ของ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการทำ Brand Purpose ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบจากชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร, การลดปริมาณการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม
5. Market Coverage กระจายสินค้าครอบคลุมทุกช่องทางการขาย
โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ เป็นแบรนด์ที่กระจายสินค้าครอบคลุมทุกช่องทางจัดจำหน่าย ทั้ง Physical Shop อย่างร้านค้าปลีกขนาดเล็ก, Modern Trade ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสุขภาพและความงาม ไปจนถึงไฮเปอร์มาร์เก็ต และ Online Shop จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Lion Shop Online รวมทั้งผ่านแพลตฟอร์ม E-Marketplace ต่างๆ จึงตอบโจทย์ความสะดวกให้กับผู้บริโภค และการมีช่องทางขายที่หลากหลาย ย่อมทำให้เกิด Brand Visibility ที่ทำให้ผู้บริโภคเห็นสินค้า และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ
ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ที่ส่งให้ “โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ” ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดครีมอาบน้ำในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งครองพื้นที่ในใจผู้บริโภคมาโดยตลอด จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ FMCG ที่มีทั้ง Brand Loyalty และ Brand Love ในระดับสูง ยืนยันได้จากผลสำรวจของ 2026 Thailand’s Most Admired Brand

“การได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดสินค้าอุปโภค กลุ่มครีมอาบน้ำ พร้อมรางวัล Market Leader Brand Award จากเวที 2026 Thailand’s Most Admired Brand ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของ ‘โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ’ ในฐานะครีมอาบน้ำอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคไทยมาอย่างยาวนาน โดยแบรนด์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตของแบรนด์และตลาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว” คุณวรรัช สรุปทิ้งท้าย
