ดู 5 ขั้นตอนการเปลี่ยนเว็บไซต์ ให้ AI เชื่อถือ เมื่อ SEO ยังไม่อวสาน และต้องทำคู่ AEO

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

“อยากให้ AI หยิบมาตอบ ต้องทำ SEO ให้ดีก่อน”

 

เมื่ออวสาน SEO ไม่มีจริง

 

ในวันที่โลกก้าวเข้าสู่ยุค AI Search เรามักจะได้ยินว่า SEO ตายแล้ว และการทำคีย์เวิร์ดไร้ประโยชน์ แต่ความจริงแล้ว SEO กลับยิ่งสำคัญ และต้องทำให้แข็งแกร่งกว่าเดิม เพราะ AI มักเลือกตอบจากเว็บไซต์ที่มีพื้นฐาน SEO ดีอยู่แล้ว เลยอยากชวนมาลงลึกกันว่าทำไม AEO ถึงทิ้ง SEO ไม่ได้ แต่กลับต้องหลอมรวมเป็นกลยุทธ์เดียวกันเพื่อสร้างการเติบโตแบบ Full-Funnel ที่ยั่งยืน

 

AEO คืออะไร? และทำไมคนถึงเข้าใจผิดว่า ‘อวสาน SEO’

 

AEO หรือ Answer Engine Optimization คือกระบวนการปรับปรุงเนื้อหาและโครงสร้างเว็บไซต์ เพื่อให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ “Answer Engines” (เช่น ChatGPT, Perplexity, Gemini รวมถึง AI Overviews ของ Google) สามารถเข้าใจ บริบท และดึงข้อมูลไปตอบคำถามผู้ใช้งานได้โดยตรง

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ:

  • SEO (Search Engine Optimization): เป้าหมายคืออันดับบนหน้าผลการค้นหา เพื่อให้คนคลิกเข้าสู่เว็บไซต์
  • AEO (Answer Engine Optimization): เป้าหมายคือการเป็นคำตอบที่ AI เลือกใช้ เพื่อสร้างการมองเห็น และ การถูกพูดถึงโดยไม่จำเป็นต้องเกิดการคลิกเสมอไป

 

ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ ‘AEO จะมาแทนที่ SEO’

 

หลายคนตื่นตระหนกว่าเมื่อ AI ตอบคำถามได้เอง คนจะไม่คลิกเข้าเว็บ และการทำ SEO จะไร้ความหมาย แต่ในความเป็นจริง AEO เป็นเหมือนการวิวัฒนาการของ SEO จึงไม่สามารถทำแค่อันใดอันหนึ่งได้ เพรา AI ไม่ได้สร้างความรู้เอง แต่สรุปจาก SEO เพราะ AI Models ไม่ได้ตรัสรู้ข้อมูลขึ้นมาเอง แต่สรุปและเรียบเรียงข้อมูลที่มีอยู่แล้วบนอินเทอร์เน็ต ถ้าเว็บไซต์ไม่มีเนื้อหาที่ดี หรือไม่มีโครงสร้าง SEO ที่ดี AI จะไม่สามารถเข้าถึงได้

 

5 ขั้นตอน การผสาน AEO เข้ากับ SEO 

 

1. เลิกยึดติดแค่ Keyword

 

ในโลกของ AEO Keyword ไม่ใช่พระเจ้าอีกต่อไป ความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าต้องติดอันดับ 1 ใน Google เท่านั้นถึงจะถูก AI หยิบไปตอบนั้นไม่จริง มีกรณีศึกษามากมายที่เว็บไซต์ซึ่งอยู่อันดับหน้า 2 หรือ 3 หรือแม้กระทั่งหน้า 5 กลับถูก AI หยิบขึ้นมาเป็นคำตอบหลัก เพราะเนื้อหาตรงบริบทมากกว่า

สิ่งที่ต้องทำคือการเปลี่ยนจากการหาแค่ Keyword มาเป็นการเจาะลึกใน 3 ด้าน:

  1. ปัญหาและทางออก: ลูกค้ามีปัญหาอะไร และต้องการทางออกแบบไหน
  2. พฤติกรรมการค้นหา: ลูกค้าใช้อุปกรณ์อะไร ใช้เครื่องมือไหนในการถาม
  3. คำศัพท์เฉพาะกลุ่ม: ภาษาที่ลูกค้าใช้จริงๆ คืออะไร

ใช้เครื่องมือสร้าง Persona ที่ละเอียดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจ เจตนาของลูกค้า แทนที่จะหว่านแหด้วยคีย์เวิร์ดกว้างๆ ให้เน้นความเฉพาะเจาะจง

 

2. การสร้างคอนเทนต์ ต้อง Answer-First 

 

AI ชอบเนื้อหาที่เข้าเรื่องทันที หากเนื้อหาเยิ่นเย้อ ไม่มีโครงสร้าง AI ก็จะข้ามไป การสร้างคอนเทนต์ยุคใหม่ต้องยึดหลัก ‘Answer-First’ หรือการสรุปคำตอบไว้ส่วนต้น โดยเนื้อหาต้องถูกจัดวางให้ดึงข้อมูลออกไปใช้ง่าย ลดภาระในการแก้ไข และเพิ่มโอกาสในการถูก Cite

 

3. การปรับปรุงเทคนิค Schema 

 

ขั้นตอนนี้คือการทำให้หลังบ้านแข็งแกร่ง เพื่อให้ AI เชื่อถือ แต่จะมีความเป็นเชิงเทคนิคเชิงลึกมากขึ้น

สิ่งที่ต้องทำ:

  1. Structured Data / Schema Markup: ติดป้ายกำกับข้อมูล (Label) ให้ชัดเจน เพื่อให้ AI รู้ว่านี่คืออะไรอย่างชัดเจน เช่น ราคา รีวิว หรือขั้นตอนการทำ Schema ช่วยให้ AI ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลได้
  2. Entity Clarity: ต้องรักษาความสม่ำเสมอของข้อมูลแบรนด์ทั่วทั้งเว็บ เพื่อให้ AI จดจำได้ว่าต้นทางคือใคร เชี่ยวชาญเรื่องอะไร
  3. Clean Technical Signals: เว็บต้องคลีน โหลดไว ไม่มีลิงก์เสีย เพื่อให้ Bot ของทั้ง Search Engine และ AI เข้ามาเก็บข้อมูลได้สะดวก

 

4. การวิเคราะห์ผลลัพธ์ AEO และ SEO 

 

การวัดผลต้องไม่แยกส่วน AEO ต้องAudit และ Report พร้อม SEO ปกติเพื่อวัดผลร่วมกันว่าได้ผลร่วมกันแค่ไหน

 

  • วัดผลสิ่งที่ AI มองเห็น: ทีมงานต้องตรวจสอบว่าแบรนด์ปรากฏหรือไม่ปรากฏในคำตอบของ AI อย่างไร
  • รวมใน Report เดียว: เพิ่มหัวข้อ AI Performance เข้าไปใน Report รายเดือน 

 

5. การวัดความสำเร็จและการปรับปรุง

 

ลืม KPI เดิมๆ ที่ดูแต่ยอดคลิกไปได้เลย เพราะ AEO มักจะจบที่หน้าผลการค้นหา (Zero-click) ให้เปลี่ยนมาโฟกัสที่ 3 ตัวชี้วัดใหม่

  1. AI Visibility: ความถี่ในการปรากฏตัวในคำตอบ AI
  2. Quality of Citations: คุณภาพของการถูกอ้างอิง (AI พูดถึงเราในแง่ดีไหม ข้อมูลถูกต้องไหม)
  3. Assisted Conversions: แม้ลูกค้าจะไม่คลิกทันที แต่การเห็นชื่อแบรนด์ในคำตอบ AI มีผลต่อการตัดสินใจซื้อในภายหลังหรือไม่

 

การทำ AEO ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด และมันไม่ได้มาเพื่อทำลาย SEO แต่มาเพื่อยกระดับให้การทำคอนเทนต์มีความหมายและแม่นยำมากขึ้น

 

Source: Hubspot


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE