เจาะนวัตกรรม สี SuperShield จาก TOA เมื่อ “สีทาบ้าน” คือเกราะปกป้องความสุขของครอบครัวในยุคโลกเดือด

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

​ปรากฏการณ์ “โลกเดือด” (Global Boiling) ส่งผลให้สภาพอากาศของประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฤดูร้อนที่คุ้นเคยไม่ได้มีแค่อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นแต่ยังมาพร้อมกับรังสีความร้อนที่ทะลุทะลวง ฝุ่นควันพิษที่หนาแน่น และความแปรปรวนที่ก่อให้เกิดพายุฝนรุนแรงแบบ Rain Bomb ซึ่งวิกฤตทางสภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสุขในการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน

เพื่อเติมเต็มความสุขของการใช้ชีวิตที่เย็นสบายในบ้าน TOA ในฐานะผู้นำตลาดสีทาอาคารของไทย ออกมาเขย่าตลาดอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “SuperShield” สีทาภายนอกระดับพรีเมียม ที่ครั้งนี้แม้ว่าสีซุปเปอร์ชิลด์จะอัดแน่นด้วยนวัตกรรมที่ทำให้สีทนทานนานขึ้น และช่วยลดอุณหภูมิภายใน ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น แต่ TOA เลือกที่จะเดินเกมการตลาดด้วยการเล่นกับความรู้สึก (Emotional Marketing) ผสานกับประสิทธิภาพของสินค้าที่พิสูจน์ได้ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสีทาอาคาร

 

คุณจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA

เพื่อให้เข้าใจกลยุทธ์ของสี SuperShield ได้อย่างชัดเจนผ่านมุมมองของ คุณจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ถึงเบื้องหลังการตลาดที่เปลี่ยนนิยามสีทาบ้านให้กลายเป็น “เกราะปกป้องความสุข” ของครอบครัว

 

เคล็ดลับความเย็นยกระดับสู่ Triple Technology

แม้จะใช้กลยุทธ์ Emotional Marketing แต่ในความเป็นจริงจะสร้าง Emotional ได้จำเป็นต้องมี “คุณภาพ” ของสินค้าที่ได้รับการยอมรับและสามารถพิสูจน์ได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้สี SuperShield มีความพิเศษคือการผสมผสานเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

โดยคุณจตุภัทร์เปรียบเทียบการทำงานของ R&D ทีม TOA ว่า เป็นเหมือน “เชฟ” ที่นำวัตถุดิบระดับโลกมาผสมปรุงตามสูตรจนได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

 

 

จากการสำรวจ Insight พบว่า ความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่คือการ “ลดความร้อน” ทำให้สี SuperShield หันมาต่อยอดฟังก์ชันการสะท้อนความร้อนที่มีอยู่เดิม พร้อมเพิ่มเติมส่วนผสมพิเศษในรูปแบบ Triple Technology โดยเป็นการผสานนวัตกรรมของ 3 ส่วนผสมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้ง

– นาโน ไทเทเนียม (Nano Titanium) หัวใจสำคัญที่ทำให้สี TOA SuperShield มีความทนทานสูง ด้วยอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนกระจายตัวและจัดเรียงตัวอย่างหนาแน่นเป็นฟิล์มสีเป็นเกราะปกป้องบ้าน

– แบเรียม (Barium) ช่วยเสริมเกราะป้องกันให้แข็งแกร่ง ด้วยคุณสมบัติสะท้อนรังสีความร้อน (Solar Reflectance) ได้สูงถึง 99.2% และสามารถคายความร้อน (Thermal Emittance) ออกจากผนังได้ถึง 90% ทำให้ผนังบ้านไม่อมความร้อนในช่วงกลางวัน

– ซิลิกา แอโรเจล (Silica Aerogel) ฉนวนกันความร้อนที่มีอนุภาคกลวงสามารถกักเก็บอากาศไว้ภายใน เป็นปราการด่านสุดท้ายที่ไม่ให้ความร้อนหลุดรอดเข้าสู่ตัวบ้านได้

“เนื่องจากเราเป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดในประเทศไทย นั่นทำให้เรารู้ว่าความต้องการของคนในภูมิภาคเขตร้อนนี้เป็นอย่างไร นั่นคือเหตุผลที่ทำไมผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ TOA โดยเฉพาะยิ่งความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในไทยเปลี่ยนไป เรายิ่งพัฒนาและสามารถตอบสนองความต้องการสีทาบ้านที่ช่วยลดความร้อนได้อย่างตรงจุด” คุณจตุภัทร์ อธิบาย

 

ชี้วัดคุณภาพด้วยผลการทดสอบ

 

หากพูดถึงตลาดสีแล้ว ส่วนใหญ่จะมองว่ากลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นกลุ่มช่างทาสี แต่ก็มีเจ้าของบ้านบางกลุ่มที่ตัดสินใจเลือกซื้อสีเอง โดยเฉพาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคระดับ Premium และกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (B2B) โดยกลุ่มเป้าหมายกลุ่มจะเน้น “ความคุ้มค่า (Value for Money)” และข้อพิสูจน์ได้ด้วยตัวเลขทางสถิติที่จับต้องได้จริง เพราะกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มองว่าการ RePaint ใช้เงินค่อนข้างสูง การทาสีครั้งเดียวใช้งานได้ยาวนานจะเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าในระยะยาว

 

 

“เราไม่ได้พูดลอย ๆ ว่า ลดความร้อนและประหยัดพลังงานได้โดยไม่มีหลักฐาน แต่ได้ร่วมมือกับผศ.ดร.พัฒนะ รักความสุข จากคณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ใช้โปรแกรมจำลองระดับโลกอย่าง EnergyPlus ที่พัฒนาโดยกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ สร้างแบบจำลองบ้านขนาด 220 ตร.ม. ผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นว่า SuperShield สามารถช่วยลดอุณหภูมิในบ้านได้สูงสุดถึง 8.1 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ระบบปรับอากาศทำงานน้อยลงและประหยัดค่าพลังงานได้มากถึง 38.3% หรือคิดเป็นเงินที่ประหยัดได้สูงสุดประมาณ 13,700 บาทต่อปี” คุณจตุภัทร์ อธิบายเสริม

ด้วยผลลัพธ์การทดลองจะช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคและนักลงทุน จากเดิมที่เคยมองว่าสีพรีเมียมมีราคาแพง กลายมาเป็นการลงทุนที่สามารถคืนทุนได้ในเวลาไม่ถึง 1 ปี ยิ่งเมื่อผลทดสอบยังพบความทนทาน QUV ที่ยาวนานกว่า 7,000 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่ามาตรฐานที่ มอก.กำหนดถึง 7 เท่า ช่วยการันตีอายุการใช้งานของสีได้ยาวนานกว่า 18-20 ปี ข้อมูลเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดตัดสินใจที่ทำให้กลุ่มโครงการอสังหาฯ และเจ้าของบ้านระดับ Premium เลือกสี  SuperShield จาก TOA

 

ดึงภาพ “ตูน บอดี้สแลม” จาก Rockstar สู่ Family Man

​หนึ่งในความฮือฮาของการเปิดตัว สี SuperShield คือการดึงตัว “ตูน-บอดี้สแลม” ที่ไม่ได้มาเดี่ยวเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มาพร้อมกับ “ครอบครัว” ที่พร้อมลุกขึ้นมาเป็นทีมพรีเซ็นเตอร์แบบยกครอบครัวครั้งแรก โดยคุณจตุภัทร์เล่าเบื้องหลังแนวคิดนี้ด้วยรอยยิ้มว่า

“ที่ผ่านมาแบรนด์ส่วนใหญ่มักใช้พี่ตูนในภาพลักษณ์ของศิลปินเดี่ยวที่สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มคนแทบจะทุกกลุ่ม นั่นคือจุดเด่นหลักของการนำพี่ตูนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มพรีเมียมไปจนถึงกลุ่มช่างทาสีที่เป็นแฟนคลับตัวยง แต่สำหรับ SuperShield เรามองต่างออกไป เพราะสีทาบ้านเป็นเรื่องของครอบครัว ซึ่งพี่ตูนก็มีภาพลักษณ์เป็นคนที่พร้อมปกป้องครอบครัวที่เรารัก”

 

ภาพจาก Instagram @rachwinwong

นอกจากนี้ ตูน บอดี้สแลม ยังถือเป็น Testimonial นั่นเพราะ TOA ได้เข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบ้านในฝันที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยบ้านพี่ตูนอยู่ห่างจากทะเลไม่ถึงกิโลเมตร ต้องปะทะทั้งแดดจัด ลมทะเลที่กัดกร่อน และฝนตกหนักแบบ 100% โดยไม่มีตึกสูงบัง การเลือกใช้สี SuperShield เพื่อปกป้องบ้านหลังนี้ จึงเป็นบททดสอบจริง

“​การสื่อสารของสี SuperShield ของพี่ตูน เป็นการใช้กลยุทธ์ Emotional Marketing เพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเจ้าของบ้านได้ตรงจุด ซึ่งจะทำให้เห็นภาพว่า การลงทุนเลือกสีทาภายนอกที่ดีที่สุด ไม่ได้เน้นโอ้อวดความหรูหรา ในทางกลับกันยังเป็นภาพสะท้อนของความห่วงใยที่มีต่อครอบครัว เพื่อให้บ้านเป็นเซฟโซนที่เย็นสบาย แข็งแกร่ง และปกป้องทุกคนไปอีกนับสิบปี” คุณจตุภัทร์ กล่าวเสริม

 

เดินหน้าพันธกิจแห่งความยั่งยืน

สี SuperShield ไม่ได้แค่ต้องการสร้างยอดขายหรือการตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ TOA ที่ก้าวไปไกลกว่าการเป็นแค่ผู้ผลิตสีทาอาคาร สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสอดรับกับแนวทางความยั่งยืนอย่าง ESG และเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ตามพันธกิจ TOA 7-GREEN MISSION

​สิ่งที่ยืนยันความมุ่งมั่นครั้งนี้คือ รางวัลระดับสากลที่ผลิตภัณฑ์สีของ TOA สามารถคว้ามาได้ ทั้งฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFR) และล่าสุดกับการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย ด้วยการเป็นรายแรกที่ได้รับ ฉลาก EPD (Environmental Product Declaration) ซึ่งบอกรายละเอียดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแต้มต่อทางธุรกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประมูลโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำหรืออาคารขนาดใหญ่ที่ต้องการทำยอดประเมินตึกเขียว (Green Building)

 

 

​การบุกตลาดของสี SuperShield ในครั้งนี้ คือการจัดทัพเดินหมากทางการตลาดที่ครบในทุกมิติ ทั้งการบุกตลาดพร้อม Touch ใจผู้บริโภคด้วยความอบอุ่นของครอบครัวพี่ตูน บอดี้สแลม และนวัตกรรมล้ำสมัยที่ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาสภาพอากาศโลกเดือด ตอกย้ำคุณภาพด้วยผลการทดสอบความคุ้มค่าด้านพลังงานและการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม นี่คือบทพิสูจน์ว่า ทำไมสี SuperShield จาก TOA ถึงยังคงยืนหยัดเป็นผู้นำตลาดมาตลอด


  •  
  •  
  •  
  •  
  •