
หลังจากที่ Google เปิดตัว “Flow” เครื่องมือสร้างและตัดต่อวิดีโอด้วย AI จนเรียกเสียงฮือฮาจากคนทำงานสายโปรดักชัน ครีเอเตอร์ และนักโฆษณาไปเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุด Google ได้ปล่อยอัปเดตครั้งใหม่ที่เรียกได้ว่าทำให้ Flow กลายเป็น “Super App สำหรับงานครีเอทีฟ” เลยก็ว่าได้
Google ระบุว่า ที่ผ่านมา มีผู้ใช้งานสร้างภาพและวิดีโอบนแพลตฟอร์มนี้ไปแล้วกว่า 1,500 ล้านชิ้น และเพื่อให้การทำงานไหลลื่นยิ่งขึ้น Google ก็เลยแก้ไขข้อจำกัดเดิมเพิ่มเติมให้เราอีก หลายอย่าง ซึ่งบทความนี้เราจะมาสรุปให้ว่า Google Flow อัพเดทอะไรมาให้ใหม่บ้างคลิกดูไปทีละวิดีโอได้เลย
สำหรับใครยังไม่รู้จัก Google Flow สามารถเข้าไปอ่านบทความวิธีใช้ได้ที่ Google Flow
Google Flow อัพเดทอะไรใหม่บ้าง?
การอัปเดตนี้ Google เน้นทำให้การสร้างสรรค์ผลงานข้ามรูปแบบให้ง่ายขึ้น เพื่อให้ worlkflow ลื่นไหล โดยมีการเอาเครื่องมือทดลองสร้างภาพอย่าง Whisk และ ImageFX รวมเข้ามาอยู่ใน Flow โดยตรงเลยทำให้เราสามารถสร้าง แก้ไข และทำภาพเคลื่อนไหวจบครบในพื้นที่เดียว
นอกจากนั้นยังมีการใส่โมเดลสร้างภาพที่เรารู้จักกันดีอย่าง Nano Banana เข้ามาเป็นฟีเจอร์หลักของ Flow ทำให้เราสามารถสร้างภาพรายละเอียดสูงๆได้แบบ ฟรีๆ ใน Flow เลยและนำรูปนั้นๆมาเป็นเฟรมตั้งต้นในการเจนวิดีโอด้วย Veo ต่อได้ทันที
สำหรับใครที่ใช้งาน Flow รุ่นบุกเบิก เราก็สามารถเลือกกดย้ายโปรเจกต์และ Asset ต่างๆ จาก Whisk และ ImageFX เข้ามาใน Library ของ Flow ได้โดยตรงด้วยเช่นกัน โดย 3 ฟีเจอร์หลักที่เเพิ่มเข้ามาใน Flow ปี 2026 มีดังนี้
1. สร้างภาพและวิดีโอได้หลายวิธีกว่าเดิม
จากคลิปด้านบน ตอนนี้เราสามารถผสมภาพหลายๆ ภาพ และกำหนด Style references เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างซีนวิดีโอที่กลมกลืนและเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้แล้ว
จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่าตอนนี้เราสามารถค้นหาและอ้างอิงถึง Asset เฉพาะเจาะจงที่อยู่ใน Library ของเราได้ทันที เพียงแค่พิมพ์ “@” เหมือนแท็กชื่อเพื่อน เราก็จะได้สไตล์จากวิดีโอที่เราเคยสร้างไว้แบบเป๊ะๆแล้ว
เปลี่ยนภาพนิ่งความละเอียดสูง (High-fidelity images) ให้กลายเป็นวิดีโอเคลื่อนไหวสุดล้ำได้แบบง่ายๆ
2. ระบบจัดการไฟล์ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม
จากคลิปเราจะเห็นว่า Flow มีฟีเจอร์ช่วยจัดระเบียบ Workspace ของเราให้สะอาดตามากขึ้นได้ โดยจับกลุ่มภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกันเอาไว้ใน “Collections” เดียวกัน
สามารถ Toggle สลับโหมดการดูไฟล์ได้ ไม่ว่าจะอยากสแกนดู Library แบบภาพรวมไวๆ หรือจะโฟกัสเจาะลึกดูรายละเอียดเฉพาะจุด
สามารถใช้เมาส์ลากภาพและวิดีโอในหน้าจออินเทอร์เฟซเพื่อจัดระเบียบ หรือจะลากไฟล์ไปวางเพื่อใช้เป็น Prompt เลยก็ทำได้ทันที
3. แก้ไขและควบคุมได้เป็นธรรมชาติและแม่นยำมากขึ้น
ถ้าคลิปสั้นไป สามารถสั่งเจนเนื้อหาต่อ (Extend) ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถัดไปในคลิปนั้นได้เลย
สามารถเพิ่มองค์ประกอบใหม่ๆ ลงในซีนของเราได้แบบเนียนๆ เพียงแค่พิมพ์ prompts ง่ายๆ อย่างในตัวอย่างก็ลากด้วย selection tools ที่น้ำแล้วพิมพ์ prompt เพิ่มปลาคาร์ฟเข้าไปเป็นอันเสร็จ
ทำความสะอาดเฟรมภาพของคุณด้วยการลบคน (Subjects) หรือวัตถุ (Objects) ที่ไม่ต้องการออกไปได้แค่ใช้ selection tools เลือกจุดที่ต้องการลบแล้วพิมพ์ prompt “ลบผู้ชายคนนี้ออกไป” แค่นั้นเลย
นอกจากนี้ Google Flow ในปี 2026 นี้ยังเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆในการสั่งการทิศทางของภาพด้วยการเคลื่อนกล้อง (Camera movements) ที่แม่นยำมากกว่าเดิมมาให้เลือก ทั้งการสั่งแพน (Pans) และการสั่งซูม (Zooms) หรือ Dolly ในทิศทางต่างๆก็ทำได้ง่ายๆ
สำหรับใครที่เป็นสมาชิก Google AI Pro หรือ Ultra อยู่แล้วก็อยากให้ลองรีบเข้าไปลองเล่นดู ส่วนใครที่เคยใช้ ImageFX หรือ Whisk ไว้เยอะๆ ข่าวดีคือช่วงเดือนมีนาคมนี้ Google จะมีปุ่มให้คุณกดย้ายโปรเจกต์เดิมทั้งหมดเข้ามาอยู่ใน Flow Library ได้เลยแบบง่ายๆ
ก็ต้องบอกว่า Flow 2026 ก็นับเป็นอีกเครื่องมือทุ่นแรงในการสร้างวิดีโอหรือทำคอนเทนต์ที่จะทำให้การพรีเซนต์งานลูกค้า ทำ Storyboard หรือทำช็อต B-Roll หรือภาพอินเสิร์ตโหดๆ กลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียวจริงๆ
ที่มา Google
