กางแผนกลยุทธ์ Bluebik 2026 สู่การตั้งเป้าโต 20% ในวันที่โลกย้อนแย้งและผันผวน

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ปีที่ผ่านมาหลายคนยอมรับว่า หนักหนาสาหัสเอาเรื่องอยู่ แต่หากฟังกูรูเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายจะพบว่า ต่างฟันธงตรงกันถึงสัญญาณความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงปกคลุมทั่วโลก หลายองค์กรเลือกที่จะ “รัดเข็มขัด” เพื่อประคองตัวให้ผ่านพ้นปีนี้ไปให้ได้ แต่เพราะกระแสโลกที่ย้อนแย้งการรัดเข็มขัดอาจกลายเป็นหายนะมากกว่าทางรอด โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI กลับเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิม

Bluebik บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้าน Digital Transformation ครบวงจร มองว่าปีนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ธุรกิจต้องหันมาลงทุนเพื่อเตรียมรับมือกับเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 20% ในปี 2569 พวกเขาจะเติบโตอีก 20% นั่นเพราะโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่เทคโนโลยีจะกลายเป็นโครงสร้างหลักของธุรกิจที่ช่วยสร้างการเติบโดตอย่างยั่งยืน

 

AI ไม่ใช่เครื่องมืออีกต่อไป แต่เป็น “หัวใจ” ของธุรกิจ

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “Marketing 5.0” ที่มักจะเน้นในเรื่องของ AI แต่สำหรับ คุณพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ Bluebik กลับมองว่านี่คือการก้าวเข้าสู่ยุค “Intelligent Enterprise” เต็มรูปแบบ การจะทำให้ Bluebik สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย 20% จำเป็นต้องใช้ 3 กลยุทธ์หลักทั้ง

  • Client Value & Market Innovation
  • Operational Excellence & Scalable Growth
  • Strategic Expansion & Long-Term Growth

โดยกลยุทธ์แรกจะเน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อโอกาสในตลาดใหม่ๆ ช่วยให้ลืมภาพจำ Chatbot ที่คุ้นเคย โดยเทรนด์ในปี 2026 จะเป็นการใช้ Multimodal AI ที่ทำงานร่วมกับข้อมูล CDP/CRM หลังบ้าน เพื่อสร้าง Hyperpersonalization

ขณะที่ในอนาคต AI ไม่ได้แค่ตอบตามสคริปต์ที่วางไว้ แต่จะวิเคราะห์น้ำเสียงจากปลายทาง เพื่อดูอารมณ์ว่าตอนนั้นกำลังโกรธ เศร้า หรือรีบเร่ง แล้ว AI จะเลือกวิธีตอบสนองที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เทคโนโลยีสามารถสร้าง Human Touch ที่รู้ใจ ยกกรณีศึกษาอย่างธุรกิจประกันภัย AI สามารถเสนอแผนประกันแบบรู้ใจ พร้อมข้อมูลการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Care) สำหรับแต่ละรายแบบ

คุณพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

การเปิดตัวธุรกิจใหม่อย่าง Virtual Bank ก็เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้ออกใบอนุญาตธนาคารใหม่มานานกว่า 40 ปี การมาของ Virtual Bank บังคับให้เกิดการสร้างระบบธนาคารใหม่ภายในเวลาเพียง 1-2 ปี ซึ่งสะท้อนว่า Data และ Tech Architecture ที่แข็งแกร่งคือกุญแจสำคัญ ที่ใครสามารถถือครอง Data ได้มากกว่าคนนั้นจะเป็นผู้ชนะ แต่ใครที่สามารถใช้ Data เป็นจะกลายเป็นผู้ครองตำแหน่งผู้นำตลาด

นอกจากนี้ Bluebik ชี้ให้เห็นว่า โซลูชันแบบ AI Recommendation Engine ที่พร้อมใช้งานทันที เช่น ในวงการ Retail หรือ E-commerce ระบบแนะนำสินค้าอัจฉริยะที่ Plug & Play จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่

 

คนยังสำคัญ ยิ่งผสาน AI ยิ่งเหนือกว่า

นอกจากเรื่องของ AI จะสำคัญแล้ว ในกลยุทธ์ที่ 2 จะเน้นไปที่เรื่องของคนหรือพนักงานที่สำคัญยิ่งกว่า โดยคุณพชร ย้ำว่า “AI Alone” ไม่สามารถสร้าง Impact ให้กับธุรกิจได้ ดังนั้น Bluebik จึงทุ่มงบกับการเทรนคนอย่างมาก โดยเฉพาะโปรเจกต์ Sauce Skills ที่ทำร่วมกับ The Standard ช่วยให้เกิดการสร้าง Ecosystem ทางปัญญาที่น่าสนใจ ด้วยการนำองค์ความรู้ระดับบริหารมาถ่ายทอด เพื่อ Upskill คนในองค์กร และขายเป็น Service ให้กับองค์กรภายนอกได้ด้วย

 

ขณะที่ AI จะเข้ามาจัดการงานอื่นที่ใช้เวลา อย่างในกรณีด้านการเคลมประกันที่เคยใช้เวลาหลายวัน แต่ด้วยเทคโนโลยี AI จะช่วยให้ตรวจสอบและอนุมัติโดย AI ภายในไม่กี่นาที หรือแม้แต่งานราชการที่ AI ช่วยตรวจสอบแบบฟอร์มมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนได้เห็นชัดที่สุด

ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนการเสริมทัพที่มีการวางแผนอาจทำให้เกิดภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างเช่น Bluebik จากเดิมที่บริษัทลูกทำได้แค่ 50% กว่า เมื่อมีการใช้ AI ในระบบและการบริหารจัดการ สามารถดึงศักยภาพขึ้นมาแตะระดับ 65%-70% เทียบเท่าบริษัทแม่

 

เติบโตด้วยการ M&A และปั้นลูกเข้าตลาดฯ

การจะโตให้ได้ 20% อาจพึ่งพาแค่ Organic Growth อย่างเดียวอาจไม่ทัน นั่นทำให้ Bluebik ต้องหาแนวทางการเติบโตใหม่ๆ เข้ามารองรับ ทั้งการเข้าไปร่วมจับมือกับยักษ์ใหญ่ อย่างการทำ JV กับ OR ที่สร้างนวัตกรรมร่วมกันจนแข็งแกร่ง หรือการมองหาดีล M&A ข้ามปีเพื่อปิดจ็อบในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือการ Re-organization เพื่อจัดทัพบริษัทลูกเตรียม Spin-off เข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้าง Recurring Income และความยั่งยืนในระยะยาว เป็นการสร้างอาณาจักรที่มีโครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง

รวมไปถึงการขยายตลาดไปต่างประเทศทั้งที่สหราชอาณาจักร (UK), เวียดนามและอินเดีย ขณะที่การเกาะกระแส Cloud ที่ภาครัฐและเอกชนกำลังตื่นตัวจะเป็น New S-Curve ใหม่ของ Bluebik การย้ายระบบขึ้น Cloud ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการพัฒนานวัตกรรม, โครงสร้างพื้นฐาน และระบบ Cybersecurity

สิ่ง Bluebik กำลังจะบอกคือการใช้ AI ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจควรจะต้องมีแผน AI Roadmap ที่ชัดเจน ทั้งการให้บริการกับผู้บริโภคและระบบหลังบ้านไปพร้อมๆ กัน นั่นเพราะว่า เมื่อ AI เก่งขึ้นความน่าเชื่อถือของธุรกิจจะสำคัญยิ่งกว่า เทรนด์ความเชื่อมั่นในระบบ Digital ในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลลูกค้า และความโปร่งใสของการใช้ AI จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจ

ที่สำคัญ เมื่อเทคโนโลยีบีบให้โลกต้องหมุนเร็วขึ้นด้วย Cloud และ Virtual Service องค์กรต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน แต่ต้องยืดหยุ่นรับความเปลี่ยนแปลงทันทีที่เห็นโอกาส


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา
CLOSE
CLOSE