
หลายคนมองว่าตลาดสมาร์ทโฟนมาถึงทางตันแล้ว จากเดิมที่ตลาดมักจะขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันทางด้านสเปกและฮาร์ดแวร์ แต่ทิศทางของตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่การแข่งขันทางด้านประสบการณ์การใช้งานที่มุ่งเน้นความชาญฉลาด และความปลอดภัยเป็นหลัก
หลังการเปิดตัว Samsung Galaxy S26 Series ในประเทศไทย ทำให้เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงมากมายในตลาดโดยเฉพาะฝั่งผู้บริโภค ที่วันนี้คุณสิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ได้มาแชรือินไซต์ให้ฟัง
วิวัฒนาการสู่ยุค AI Phone และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย
ด้านภาพรวมตลาดสมาร์ตโฟนโดยรวม จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 เทียร์ พร้อมแบ่งสัดส่วนในตลาดได้ดังนี้
– Entry-level หรือรุ่นต่ำกว่า 10,000 บาท (45%)
– Mid-range หรือรุ่น 10,000 – 20,000 บาท (35%)
– Flagship หรือรุ่น 20,000 บาทขึ้นไป (20%)
สำหรับซัมซุงเองแม้จะไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดสัดส่วนตรงนี้อย่างชัดเจน แต่คุณสิทธิโชคเผยว่าในแบรนด์ซัมซุงเห็นการ Shift จากกลุ่ม Entry ไปสู่ Mid มากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากโซลูชันทางการเงิน และโปรแกรมการผ่อนชำระ ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้บริโภคสามารถอัปเกรดสู่สมาร์ตโฟนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้โดยไม่รู้สึกว่าเดือดร้อน
จากเดิมที่ผู้บริโภคมักเปลี่ยนสมาร์ตโฟนในมือทุก 3 ปี ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเร็วขึ้น แต่คุณสิทธิโชคมองว่าจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น สุดท้ายจะกลับไปอยู่ที่ 3 ปีเปลี่ยนครั้งเหมือนเดิม แต่เรื่องการอัปเกรดสมาร์ตโฟนสู่กลุ่มสูงกว่าเดิมดูแนวโน้มจะเป็นเทรนด์ระยะยาว หมายความว่าจากเดิมที่ 3 ปีเปลี่ยนใหม่ในกลุ่มเดิม อาจเปลี่ยนเป็น 3 ปีเปลี่ยนไปสู่กลุ่ม Mid และ Flagship มากขึ้น
สำหรับในประเทศไทย จะเห็นว่ามีความก้าวหน้า และความพร้อมสำหรับยุค AI Phone มาก เมื่อวิเคราะห์จากพฤติกรรมการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวันอยู่ที่ 36% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 24% โดยเฉพาะฟีเจอร์อย่าง Photo Assist และ Generative AI มีอัตราการเติบโตในการใช้งานเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดย AI ได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญของการใช้งานสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบัน สำหรับ Samsung เผยว่ามีอุปกรณ์ที่ใช้งาน Galaxy AI มากกว่า 400 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่ง AI ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกจุดของผู้ใช้ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การสื่อสาร ไปจนถึงการทำงาน และการสร้างสรรค์คอนเทนต์
เบื้องหลัง ‘จอกันเผือก’ คือแนวคิดการเสิร์ฟอินโนเวชันใหม่ที่ยังไม่มีใครทำ
การเปิดตัว S26 เราจะเห็นแล้วว่าหนึ่งในฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้ Privacy Display ที่เป็นจุดเด่นของซัมซุงในการหยิบเอาอินโนเวชันใหม่ๆ มาเสิร์ฟผู้บริโภคเสมอโดยพัฒนาขึ้นจากแนวคิด Human-Centric Innovation ที่ตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้ชีวิตผู้ใช้ดีขึ้นได้อย่างไร
จากผลสำรวจ Privacy Display คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้ากว่า 60% ตัดสินใจซื้อ S26
การเติบโตของตลาดและการตอบรับจากกลุ่มเจเนอเรชันใหม่
การเปลี่ยนผ่านจากสมาร์ทโฟนที่เน้นสเปกมาสู่การเน้นประสบการณ์ใช้งาน ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดแฟลกชิปมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงที่เปิดตัว Galaxy S26 Series สามารถทำยอดจองล่วงหน้าได้เติบโตขึ้นถึง 1.4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สร้างสถิติใหม่ของซัมซุงในประเทศไทย ผ่านช่องทางออนไลน์ และหน้าร้านทั่วประเทศ
หากมองย้อนกลับไปถึงวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของซัมซุง ตั้งแต่
– การพัฒนานวัตกรรมหน้าจอโค้งสองด้านใน Galaxy S6 edge
– บุกเบิกตลาดมือถือจอพับของ Galaxy Z Fold และ Z Flip
– พัฒนาการ Zoom ใน Galaxy S23
– เปิดยุคของ First AI Phone ใน Galaxy S24 และ AI Companion ใน Galaxy S25
จนมาถึงนวัตกรรมด้านความเป็นส่วนตัวอย่าง Privacy Display ใน Galaxy S26 การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้คือส่วนสำคัยที่ทำให้ฐานผู้ใช้งานแฟลกชิปเติบโตกว่า 230% และยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในปี 2569 โดยมีความเชื่อใจในมาตรฐานเป็นตัวขับเคลื่อน
สิ่งที่น่าจับตามองคือ การเติบโตในกลุ่มผู้ใช้งาน Gen Z ที่เพิ่มขึ้นถึง 25% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ สถิติการค้นหาบนโซเชียลมีเดียยังเติบโตขึ้นถึง 2.1 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าด้วย
การผสานรวมระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ครอบคลุม
นอกเหนือจากสมาร์ทโฟนแล้ว ประสบการณ์การใช้งานที่ชาญฉลาดยังถูกออกแบบให้ขยายไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ใน Ecosystem ตัวอย่างเช่น หูฟังไร้สาย Galaxy Buds4 Series ที่ออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยรองรับการสั่งงานด้วยเสียงแบบแฮนด์ฟรีเพื่อเรียกใช้งานผู้ช่วย AI อย่าง Bixby, Google Gemini รวมถึง Perplexity ที่ถูกนำเข้ามาผสานเพื่อมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ใช้งาน
ทิศทางของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน สะท้อนภาพรวมของตลาดอุตสาหกรรมมือถือได้อย่างชัดเจนว่า การแข่งขันได้ก้าวพ้นขีดจำกัดของสเปกเครื่อง ไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์การใช้งานที่สมาร์ท ปลอดภัย และเข้าใจผู้ใช้เป็นสำคัญ
