Apple ได้ประกาศเปิดตัวสองอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดที่หลายคนรอคอยอย่าง iPhone 17e และ iPad Air ที่รอบนี้ไม่ได้มาแค่การปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการอัปเกรดขุมพลังระดับก้าวกระโดด ชนิดที่ว่าจัดเต็มทั้งเรื่องความแรง, ความจุ และฟีเจอร์แห่งอนาคต เพื่อให้ทุกคนสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดในราคาที่คุ้มค่า
iPhone 17e นิยามใหม่ของความคุ้มค่า
เริ่มต้นกันที่สมาร์ทโฟนรุ่นน้องเล็กอย่าง iPhone 17e ที่รอบนี้ Apple สร้างเสียงฮือฮาด้วยการประกาศว่า ความจุเริ่มต้นของรุ่นนี้จะถูกขยับขึ้นเป็น 256GB ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่าตัว ทำให้ปัญหาเรื่องเมมโมรี่เต็มจากการถ่ายรูปหรือโหลดแอปหมดไป

ด้านดีไซน์ iPhone 17e มาพร้อมผิวด้านที่เรียบหรู มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ สีขาว และสีไฮไลท์ใหม่ที่ดูละมุนตาอย่าง สีชมพูอ่อน ตัวเครื่องด้านหน้าปกป้องด้วยกระจก Ceramic Shield 2 ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีขึ้นถึง 3 เท่า และกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
แต่ความน่าสนใจจริงๆ อยู่ที่หัวใจหลักด้านใน เพราะ Apple เลือกใช้ ชิป A19 ซึ่งเป็นชิปตัวท็อปเจเนอเรชันล่าสุดแบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 17 ทั้งตระกูล ทำให้การประมวลผลต่างๆ รวดเร็วและเร็วกว่า iPhone 11 ถึง 2 เท่า สามารถทำงานร่วมกับโมเด็ม C1X ใหม่ล่าสุดที่สปีดเร็วขึ้นและประหยัดแบตเตอรี่กว่าเดิม

สำหรับสายถ่ายภาพ กล้องของ iPhone 17e ก็ถูกอัปเกรดเป็น กล้อง Fusion ความละเอียด 48MP ที่มาพร้อมระยะเทเลโฟโต้ 2 เท่าคุณภาพระดับออปติคัล ให้ความรู้สึกเหมือนมีกล้องสองระยะในเครื่องเดียว ถ่ายวิดีโอ 4K Dolby Vision ที่ 60fps ได้เนียนตา แถมยังมีฟีเจอร์ลดเสียงลมรบกวนอัตโนมัติ
และที่หลายคนรอคอยคือ รอบนี้ตระกูล “e” รองรับ MagSafe อย่างเป็นทางการแล้ว สามารถชาร์จไร้สายได้สูงสุด 15W และรองรับชาร์จไวผ่าน USB-C ที่ชาร์จได้ถึง 50% ในเวลาเพียง 30 นาที
iPad Air ใหม่แรงขึ้นด้วยชิป M4
ขยับมาที่ฝั่งแท็บเล็ตกันบ้าง iPad Air รุ่นใหม่ล่าสุดได้รับการแปลงโฉมให้กลายเป็นขุมพลังด้วยการก้าวกระโดดไปใช้ ชิป M4 สุดแรง ที่ทำให้การทำงานโดยรวมเร็วกว่า iPad Air รุ่นชิป M1 ถึง 2.3 เท่า ไม่ว่าจะตัดต่อวิดีโอ 4K ใน Final Cut Pro หรือปั้นงาน 3D ก็ทำได้ลื่นไหลด้วยเทคโนโลยี Ray Tracing

สิ่งที่ทำให้ iPad Air รุ่นนี้น่าจับตามองที่สุด คือการเป็นอุปกรณ์ที่พร้อมสำหรับการใช้งาน AI อย่างเต็มพิกัด (Apple Intelligence) ด้วยการอัปเกรด RAM เพิ่มขึ้นถึง 50% กลายเป็น 12GB ทำให้การประมวลผลคำสั่ง AI ต่างๆ บนตัวเครื่องทำงานได้รวดเร็วและชาญฉลาดกว่าที่เคย
ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สีสวยงามอย่าง สีฟ้า สีม่วง สีสตาร์ไลท์ และสีเทาสเปซเกรย์ และยังคงมี 2 ขนาดหน้าจอให้เลือกใช้งานตามความถนัดทั้ง รุ่น 11 นิ้ว สำหรับคนที่เน้นพกพาสะดวก และ รุ่น 13 นิ้ว สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่หน้าจอใหญ่ในการทำงาน

นอกจากนี้ ยังมีการอัปเกรดชิปเครือข่ายเป็น N1 และ C1X ที่รองรับ Wi-Fi 7 และ 5G ที่เสถียรและเร็วขึ้น ย้ายตำแหน่งกล้องหน้า Center Stage 12MP มาไว้ที่ขอบด้านยาว (แนวนอน) เพื่อให้เหมาะกับการวิดีโอคอลมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่ารองรับอุปกรณ์เสริมสุดล้ำทั้ง Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard ดีไซน์ยกลอยที่หลายคนชื่นชอบ
เป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาเร้าใจ
มาถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลายคนรอคอยกับการเปิดตัวราคาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก โดยเริ่มจาก iPhone 17e ที่เปิดตัวใน
- รุ่นความจุ 256GB: เริ่มต้นที่ 22,900 บาท
- รุ่นความจุ 512GB: เริ่มต้นที่ 30,900 บาท
เปิดสั่งจองล่วงหน้า วันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 21.15 น. และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 นอกจากนี้ Apple ยังได้เปิดตัวราคา iPad Air ใหม่ โดยแบ่งเป็น
- รุ่น 11 นิ้ว: เริ่มต้นที่ 21,900 บาท (รุ่น Wi-Fi) / 27,900 บาท (รุ่น Wi-Fi + Cellular) (ราคาส่งเสริมการศึกษา เริ่มต้นที่ 20,100 บาท)
- รุ่น 13 นิ้ว: เริ่มต้นที่ 28,900 บาท (รุ่น Wi-Fi) / 34,900 บาท (รุ่น Wi-Fi + Cellular) (ราคาส่งเสริมการศึกษา เริ่มต้นที่ 27,100 บาท)
- ความจุที่มีให้เลือก: 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB

สามารถสั่งซื้อได้เร็วๆ นี้ผ่านทาง Apple Store และตัวแทนจำหน่าย ใครที่กำลังเล็งจะเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ที่เน้นความจุและความคุ้มค่า หรือมองหาแท็บเล็ตสเปกโปรในราคาที่เข้าถึงได้ งานนี้ Apple เตรียมตัวเลือกมาให้ได้เสียทรัพย์กันอย่างแน่นอน

