
เชื่อว่าหลายคนต้องคุ้นเคยกับภาพการ์ตูนเด็กผู้หญิงในสไตล์ Ghibli กำลังใส่หูฟัง นั่งจดจ่ออยู่กับการเขียนหนังสือข้างหน้าต่าง พร้อมเจ้าแมวสีส้มคู่ใจ บนช่อง YouTube “Lofi Girl” ช่องที่หลายคนเปิดคลิปสตรีมมิ่งฟังเพลงสร้างบรรยากาศในการทำงานหรืออ่านหนังสือ ซึ่งล่าสุด! น้องกำลังจะก้าวออกมาจากหน้าจอสู่โลกความเป็นจริงแล้ว กับการเตรียมเปิด “Lofi Café” แห่งแรกอย่างเป็นทางการกลางกรุงปารีส!
เรื่องนี้กลายเป็นข่าวฮือฮามาสักพักแล้วเมื่อคาแรคเตอร์ระดับไอคอนอย่าง “Lofi Girl” หรือที่แฟนคลับยุคแรกเรียกว่า Study Girl ซึ่งมีผู้ติดตามใน YouTube มากกว่า 15 ล้านคน กำลังขยายอาณาจักรจาก Virtual Influencer สู่ธุรกิจหน้าร้านจริงๆ โดยมีการพบเห็นการตกแต่งหน้าร้านที่กำลังก่อสร้าง พร้อมป้ายที่ระบุชัดเจนว่าเป็น “Lofi Café” ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ปักหมุดกลางกรุงปารีส ย่านสุดชิค
จากรายงานของสื่อท้องถิ่นอย่าง Sortiraparis และ Paris Secret ระบุว่า คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 60 Rue Saint-Denis ในเขต 1 (1st arrondissement) ของกรุงปารีส ซึ่งถือเป็นจุดไข่แดงใจกลางเมือง อยู่ไม่ไกลจากแลนด์มาร์กดังที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) และยังสามารถเดินไปถ่ายรูปสวยๆ ริมแม่น้ำแซน หรือข้ามไปชมความงามของอาสนวิหารนอเทรอดาม (Notre Dame) ได้ เรียกว่าเป็นทำเลทองที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเวียนมาแน่นอน

การเลือกปารีสเป็นที่ตั้งแห่งแรกอาจสร้างความประหลาดใจให้แฟนคลับเล็กน้อย เพราะตาม Story ของ Lofi Girl แล้ว เธออาศัยอยู่ในเมือง Lyon (ลียง) ของฝรั่งเศส สังเกตได้จากวิวนอกหน้าต่างที่เป็นเนินเขา Croix-Rousse ทำให้เกิดกระแสแซวในโซเชียลมีเดียว่า “ทำไมไม่เปิดที่ลียงก่อน!” แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปารีสคือจุดยุทธศาสตร์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั่วโลก
จาก ChilledCow สู่ปรากฏการณ์ระดับโลก
หากย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น ช่องนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2017 โดย Dimitri Somoguy ชาวฝรั่งเศส ภายใต้ชื่อเดิมว่า “ChilledCow” แรกเริ่มเป็นช่องที่มีตัวการ์ตูนประกอบเพลงประกอบเพลงเพลงLo-fi (โลไฟ) แนวเพลงที่เน้นความรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย ใช้เทคนิคเสียงคุณภาพต่ำ ที่มี Noise เสียงซ่าๆ หรือเสียง Ambient แทรกอยู่ ให้ฟีลเหมือนฟังจากแผ่นเสียงเก่า เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น
ช่วงแรก Dimitriใช้ภาพของ Shizuku ตัวละครจากอนิเมะ Whisper of the Heart ของ Studio Ghibli มาแต่เนื่องจากติดปัญหาลิขสิทธิ์ เขาจึงตัดสินใจจัดประกวดหาศิลปินมาวาดคาแรคเตอร์ใหม่
ผู้ชนะคือ Juan Pablo Machado ศิลปินชาวโคลอมเบียที่กำลังศึกษาอยู่ในเมืองลียง เขาได้ออกแบบ “Jade” (ชื่อเดิมของ Lofi Girl) ให้เป็นเด็กสาวที่นั่งเรียนหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง ซึ่งกลายเป็นภาพจำสุดคลาสสิกที่เราเห็นกันทุกวันนี้

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Lofi Girl โด่งดังคือช่วง การระบาดของโควิด-19 (COVID-19) เมื่อผู้คนทั่วโลกต้อง Work From Home และนักเรียนต้องเรียนออนไลน์ การมี “เพื่อน” ที่นั่งทำงานไปพร้อมๆ กันตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดนตรีบีทเบาๆ ที่ช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ ทำให้ช่องนี้กลายเป็น “พื้นที่ปลอดภัยทางใจ” ของผู้คนนับล้าน จนกระทั่งในปี 2021 ทางช่องตัดสินใจรีแบรนด์จาก ChilledCow เป็น “Lofi Girl” อย่างเต็มตัวเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ให้ชัดขึ้น
Concept ร้านเน้นการพักผ่อนและ Co-Working Space
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยเมนูหรือดีไซน์ภายในอย่างเป็นทางการ แต่ Concept ของร้านถูกวางไว้ให้เป็น “Cozy spot” หรือพื้นที่สุดอบอุ่นที่ถอดแบบบรรยากาศมาจากใน Live Stream เป๊ะๆ
บรรยากาศในร้านคาดว่าจะเป็น Hybrid Space ที่ผสมผสานระหว่าง Café และ Co-working space และแน่นอนว่าต้องคลอด้วยเพลง Lofi Hip Hop ตามสไตล์ช่องที่ช่วยเรื่องสมาธิในการทำงานและช่วยให้ผ่อนคลาย ซึ่งร้านก็จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการหนีความวุ่นวายมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือแค่มานั่ง “Chilling” จิบเครื่องดื่มอุ่นๆ เหมือนได้เข้าไปนั่งอยู่ในห้องของ Lofi Girl จริงๆ
เปิดตัว IG ร้านครั้งแรก

นอกจากการเตรียมเปิดหน้าร้านแล้ว อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในมุมการตลาดคือการ เปิดตัว Instagram ของร้าน ในชื่อ _lofi_cafe_ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารหลัก โดยแฟนๆ สามารถเข้าไปกดติดตามเพื่อรออัปเดตวันเปิดร้าน และเมนูพิเศษต่างๆ ได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมี Merchandise น่ารักๆ ของน้อง Lofi Girl และเจ้าแมวส้มวางจำหน่ายด้วย
นี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจของ “Brand Extension” จากโลกออนไลน์สู่โลกออฟไลน์ (Online-to-Offline) ที่น่าสนใจ โดยดึงเอาจุดเด่นของ Lofi Girl ที่ไม่ใช่แค่การ์ตูนหรือช่อง YouTube ที่เปิดเพลงสร้างบรรยากาศเท่านั้น แต่เป็น “เพื่อน” ที่อยู่กับผู้คนในยามเหงา ยามดึก หรือช่วงสอบ การมีสถานที่จริงให้แฟนๆ ได้ไป “Visit” จึงเป็นการเติมเต็มความรู้สึกผูกพันนั้นได้อย่างดี
แน่นอนว่า Lofi Girl Cafe จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของคนทั่วโลก และยังสอดคล้องกับเทรนด์ของการสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสามารถเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกที่พวกเขาชอบ (Immersive Experience) ดังนั้นใครที่มีแพลนไปปารีสปี 2026 อย่าลืมปักหมุดรอเช็คอินกันได้เลย!
ที่มา : Sortiraparis, Paris Secret, The Daily Dot
