ไมโครซอฟท์ จับมือ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ขับเคลื่อนโครงการ AI Skills for AI-enabled Tourism Industry in Thailand

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

 

บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด (ไมโครซอฟท์) ร่วมกับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (คีนัน) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ ‘AI Skills for AI-enabled Tourism Industry in Thailand’ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI) แก่บุคลากรครู นักศึกษาอาชีวะ และผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการและคนทำงานในอนาคต ทั้งการพัฒนาผู้ฝึกสอนในสาขาการท่องเที่ยวและโรงแรมตามโมเดล Train-the-Trainer เพื่อส่งเสริมการผลิตทักษะสำหรับนักศึกษา และการต่อยอดทักษะ AI ผ่านแพลตฟอร์มหลักสูตรออนไลน์ฟรี เพื่อส่งต่อความรู้สู่ผู้ประกอบการและคนทำงานในวงกว้างซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับทักษะบุคลากรผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 90,000 คน

ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงเป็นเสาหลักและหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น 7.5% สร้างรายได้รวมอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 40 ล้านคนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นผ่านการลงทุน สร้างงาน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และกระจายการท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความสมดุล และยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอีกด้วย

ท่ามกลางความท้าทายของการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันการมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปัจจุบัน เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของชีวิตผู้คนรวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ AI จึงไม่ได้เป็นเพียงกระแสที่ทุกคนพูดถึง แต่เป็นความท้าทาย และโอกาสครั้งสำคัญในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

โครงการ ‘AI Skills for AI-enabled Tourism Industry in Thailand’ จึงได้ริเริ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะบุคลากรครู นักศึกษาอาชีวะ และผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะในวงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ ให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI และนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและสนับสนุนนโยบายรัฐในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการท่องเที่ยวของไทย เพื่อเป็นหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะ AI ภายใต้ร่มใหญ่ของโครงการ THAI Academy ซึ่งเป็นโครงการที่ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ที่ได้ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาทักษะ AI ให้กับคนไทยจำนวน 1 ล้านคนภายในปีแรกของการดำเนินงาน

 

ไมโครซอฟท์และคีนัน ร่วมมือพัฒนาทักษะ AI เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทย

 

นางสุภารัตน์ จูระมงคล ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ใหญ่ของโครงการ THAI Academy ที่มุ่งมั่นยกระดับทักษะ AI ให้คนไทย ที่ไมโครซอฟท์เชื่อมั่นว่า AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกอุตสาหกรรม และเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เราจึงไม่ได้มุ่งเน้นแค่การถ่ายทอดความรู้ทางเทคนิค แต่ยังปลูกฝังเรื่องการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับวิจารณญาณและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ การได้เห็นบุคลากรครู นักศึกษาอาชีวะ และผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นำทักษะเหล่านี้ไปสร้างนวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คือบทพิสูจน์ว่าเรากำลังร่วมกันสร้างอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง”

นายริชาร์ด เบิร์นฮาร์ด กรรมการอำนวยการมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า “ด้วยความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และ คีนัน โครงการนี้ได้ถูกออกแบบขึ้น เพื่อส่งเสริมการใช้ AI อย่างทั่วถึง ทั้งในภาคของการศึกษา ครู นักเรียนนักศึกษาในสายอาชีวศึกษา และกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวท้องถิ่นของไทย คีนันเชื่อว่าเมื่อทุกคนมีเครื่องมือที่เหมาะสม ความเปลี่ยนแปลงก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งคีนัน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมยกระดับทักษะด้าน AI ให้กับบุคลากรครู เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการรวมถึงบุคลากรในภาคการท่องเที่ยว ให้สามารถใช้ AI ในการสร้างสรรค์ และพัฒนาธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมในกลุ่มผู้ประกอบการในชุมชนแต่ละท้องถิ่นด้วย

“ทักษะด้าน AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมหาศาลในตลาดแรงงาน คีนันมุ่งมั่นที่จะสร้างบุคลากรที่มีทักษะ AI ที่แข็งแกร่ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะสามารถทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรงได้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำความรู้ AI ไปประยุกต์ใช้ในสายอาชีพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างนวัตกรรม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในอนาคต ซึ่งคีนัน มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาทักษะด้าน AI ให้ครอบคลุมกลุ่มคนในวงกว้าง รวมถึง ชุมชน สังคม และบุคลากรคุณภาพที่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในทุกมิติให้ก้าวไปอีกระดับ”

 

Train-the-Trainer” ปั้นครูอาชีวศึกษา 800 คน สู่ผู้เรียนทั่วประเทศ

หนึ่งในกิจกรรมหลักของโครงการ “Train-the-Trainer” การอบรมครูอาชีวะ มากกว่า 800 คน ให้กลายเป็นผู้ฝึกสอน เพื่อส่งต่อความรู้ AI สู่ผู้เรียนทั่วประเทศ ด้วยกิจกรรมฝึกอบรมทักษะ AI ที่หลากหลาย เช่นการใช้ Generative AI และกิจกรรมการแข่งขัน Hackathon ระดับประเทศ โดยการดำเนินงานโครงการ คีนันได้พัฒนาทักษะทางด้าน AI ให้แก่ บุคลากรครู นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ รวมแล้วกว่า 90,000 คน

 

 

คุณครูวัฒนา พลวิชัย ผู้สอนแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สังกัดวิทยาลัยเทคนิคนครนายก หนึ่งในครูผู้เข้าร่วม และผ่านการอบรมหลักสูตร AI สำหรับครูอาชีวศึกษา กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงในการเรียนการสอน และการทำงานของตนหลังจากเข้ารับการอบรมว่า “ปัจจุบัน AI เหมือนเป็นผู้ช่วยในการเตรียมการเรียนการสอน ทั้งการรวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลทั่วโลกเพื่อมาอัพเดตความรู้ใหม่ๆ แก่นักเรียน การได้มุมมองแนวคิดที่หลากหลายในการจัดทำสื่อการสอน การช่วยผลิตสื่อการสอนที่น่าสนใจ ไปจนถึงการปรับรูปแบบการสอนที่เน้นให้โจทย์ และให้นักเรียนนักศึกษาได้สร้างสรรค์ชิ้นงานมากขึ้น โดยครูจะสอนทักษะ AI และให้ใช้ AI เป็นเครื่องมือ ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนสนุกสนาน นักเรียนมีความสนใจ กระตือรือร้น และทำงานร่วมกันเป็นทีม มีการโต้ตอบแสดงความคิดเห็นกันมากขึ้น นอกจากนี้สำหรับนักศึกษาอาชีวะที่เน้นการปฏิบัติ การสร้างนวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ การส่งต่อทักษะ AI และนำ AI เข้ามาช่วย ทำให้นักศึกษาสามารถคิดวิเคราะห์ได้ลึกซึ้งขึ้น ได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ จากทั่วโลก ซึ่งช่วยจุดประกายไอเดียและสร้างสรรค์ผลงาน ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือประกอบอาชีพในอนาคตได้

 

การประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับธุรกิจของผู้ประกอบการ

 

นายพงศกร ชูวิชา ตัวแทนสมาชิกกลุ่มชันโรงบางนํ้าผึ้ง หนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมและเรียนรู้ AI ของโครงการฯ กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงและแปรรูปชันโรงตําบลบางน้ำผึ้ง ได้ดําเนินกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงชันโรงมาเป็นระยะเวลา 5 ปี และมีผลิตภัณฑ์คุณภาพ อาทิ นํ้าผึ้งชันโรง พรอพอลิส เกสรชันโรงและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ อย่างไรก็ตาม กลุ่มยังต้องการเพิ่มทักษะด้านการตลาดและการขยายฐานลูกค้าในยุคดิจิทัล จึงเล็งเห็นความสำคัญของ AI มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มทักษะผู้ประกอบการและขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ “เรานำ AI มาใช้กับการตลาดดิจิทัล ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ พัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยและตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ชันโรงบางนํ้าผึ้ง รวมถึงการพัฒนาแพลดฟอร์มแอปพลิเคชั่นสำหรับจำหน่ายสินค้า ระบบการจัดการหลังบ้าน Chatbot อัจฉริยะ เพื่อให้ข้อมูลและตอบคำถามลูกค้า สร้างระบบการแนะนำผลิตภัณฑ์ตามความสนใจของลูกค้าแต่ละราย ซึ่ง AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนงานดังที่กล่าวมาได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้การตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย 200% และเพิ่มรายได้ของสมาชิก 30% ภายใน 1 ปี เป็นไปได้มากขึ้น” นายพงศกร กล่าวทิ้งท้าย

 

การแข่งขัน Hackathon สู่การเป็นต้นแบบในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย

นอกจากการพัฒนาบุคลากรครูแล้ว คีนันยังได้สร้างเวที แลกเปลี่ยนความรู้ ระดมความคิด ผ่านการแข่งขัน Microsoft AI for Tourism Hackathon 2025 ที่เปิดโอกาสให้ทั้งนักศึกษาอาชีวศึกษาและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วประเทศ เสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยด้วย AI (Copilot) รวมถึงบ่มเพาะและสนับสนุนการพัฒนาทักษะ AI และทักษะทางธุรกิจให้แก่ผู้เข้าแข่งขันทุกคน

โดยทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในกิจกรรม Microsoft AI for Tourism Hackathon 2025 สายอาชีวศึกษา คือทีม “CinderGuide” ทีมกลุ่มนักศึกษาจากแผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ภายใต้การสนับสนุนของอาจารย์ศิริกัลยา คำนนท์ โดยนำเสนอแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลกิจกรรม แหล่งท่องเที่ยว และธุรกิจรายย่อยของทั้งจังหวัดนครนายก ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในการพัฒนาแพลตฟอร์มและรวบรวมข้อมูลอย่างมีส่วนร่วมจากข้อมูลที่ผู้ประกอบการ ชุมชนและนักท่องเที่ยวช่วยกันเพิ่มเข้ามาและเชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน

 

 

นายธนกฤต พราหม์เสน่ห์ Project Manager ตัวแทนทีม CinderGuide กล่าวว่า “จากการรวบรวมข้อมูลภายในจังหวัดนครนายก ได้พบปัญหาของการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวที่ทำให้โอกาสทางเศรษฐกิจไปไม่ถึงผู้ประกอบการรายย่อย หรือชุมชนเล็กๆ ในจังหวัด แพลตฟอร์ม CinderGuide จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความเท่าเทียมทางโอกาสโดยคำนึงถึงการเข้าถึงของคนทุกกลุ่ม เพราะเราต้องการที่จะสร้างการท่องเที่ยวที่ทุกคนก้าวไปด้วยกัน หัวใจหลักคือการเปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วม ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาเพิ่มเติมหรือปรับปรุงข้อมูลของตนเองได้ รวมทั้งนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์จริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวโดยตรง

นอกจากการชนะการแข่งขันแล้ว ทีมCinderGuide คาดว่าผลงานชิ้นนี้จะสามารถนำไปใช้ได้จริงภายในปีการศึกษานี้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการยกระดับจังหวัดนครนายกให้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก”

ในด้านของการแข่งขัน Microsoft AI for Tourism Hackathon 2025 ผู้ชนะเลิศสายผู้ประกอบการ “Onlyaday” ผู้ขับเคลื่อนชุมชนด้วยการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของวิสาหกิจชุมชน “ตำลึงหวาน” อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  และสามารถเอาชนะการแข่งขันด้วยแนวคิด “เที่ยวชุมชนอู่ทองแบบสะสมแต้ม”

 

 

นายภัทรานิษฐ์ พุฒพีระวิทย์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน “ตำลึงหวาน” กล่าวว่า โครงการเที่ยวชุมชนอู่ทองแบบสะสมแต้ม เป็นกลยุทธ์ที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังจุดต่างๆ ที่หลากหลายขึ้น เพื่อกระจายรายได้ และสร้างการมีส่วนร่วม นอกจากระบบสะสมแต้มแล้ว AI ยังช่วยเสนอแนวคิดในการสร้าง “ระบบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแบบสุ่ม (Random Spot)” เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้มาเยือนและยังสามารถเป็น “ผู้วางแผนการเดินทางส่วนบุคคล” ที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในอู่ทองให้เหมาะสมกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม จากข้อมูลที่มี เช่น กิจกรรมที่คนสนใจ, เพศ, วัย โดยนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาและต่อยอดด้วย AI เช่น ให้ AI ช่วยดูว่าสามารถนำสินค้าหรือกิจกรรมอะไรไปเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มขึ้น ทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ และแผนธุรกิจนี้จะกระตุ้นให้คนในชุมชนเข้ามามีบทบาทในการท่องเที่ยวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนเองบนแพลตฟอร์ม นำไปสู่การกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน

 

 

โครงการ ‘AI Skills for AI-enabled Tourism Industry in Thailand’ ตอกย้ำบทบาทของมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ในฐานะหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยและเตรียมความพร้อมบุคลากรในภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้สามารถรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสจากยุค AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่ออนาคตความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมของประเทศไทย

ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ทักษะ AI ด้วยตนเองได้ที่ AISkillsNavigator และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ THAI Academy ได้ที่เว็บไซต์ https://thai-academy.com/th/

[ข่าวประชาสัมพันธ์]


  •  
  •  
  •  
  •  
  •