
ช่วงเวลาทองแห่งการขาย และการช้อปสำหรับแบรนด์/ธุรกิจ และผู้บริโภค “Double Digit Day” หรือ “Double Day” มหกรรมช้อปวันเลขคู่ ที่เริ่มจาก 11.11 ก่อนต่อยอดเป็นแคมเปญวันเลขคู่ในเดือนต่างๆ ทำให้แบรนด์สินค้า-บริการ ไม่ว่าจะแบรนด์เล็ก หรือใหญ่ กระตุ้นยอดขายด้วยการนำเสนอโปรโมชั่น, ดีลสุดพิเศษเฉพาะช่วงเวลานี้ให้กับลูกค้า ในขณะที่ลูกค้าที่กำลังมองหา หรือมีความต้องการซื้ออยู่พอดี ก็ได้สินค้าตรงใจ ในราคาคุ้มสุดๆ ไปในทันที!
อย่างไรก็ตามแม้ Double Digit Day เป็นช่วงเวลาที่เหล่านักช้อปรอคอย เพื่อให้ได้สินค้าราคาดีที่สุด แต่การจะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำพาสู่การปิดยอดขายได้สำเร็จ จำเป็นอย่างยิ่งที่แบรนด์ หรือผู้ประกอบการธุรกิจต้องมี “เครื่องมือ” ทำการตลาดและการขายที่ทรงพลัง เพื่อช่วยขับเคลื่อนไปถึงเป้าหมายที่วางไว้
หนึ่งในเครื่องมือการตลาดและการขายที่เพิ่มประสิทธิภาพ และให้ผลลัพธ์ที่ดีกับแบรนด์/ธุรกิจ คือ “LINE Ads” โซลูชันเพื่อธุรกิจสำคัญของ LINE Ecosystem ล่าสุดได้เปิดคู่มือ “Double Digit Strategy 2026: Winning the Hard Times – กลยุทธ์ Double Digit 2026: ชนะเกมยอดขายท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย” แนะโซลูชันให้กับแบรนด์เตรียมความพร้อมทำแคมเปญ Double Digit Day เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มต้นทุน และสร้างผลลัพธ์เป็นที่น่าทึ่ง!
“Double Digit Day” จากวันคนโสด สู่ปรากฏการณ์ช้อประดับโลก พร้อมเทรนด์นักช้อปยุคใหม่
ที่มาของ Double Digit Day หรือ Double Day มีจุดเริ่มต้นมาจาก Alibaba ได้นำ “วันคนโสด” ซึ่งตรงกับวันที่ 11 เดือน 11 (พฤศจิกายน) ของทุกปี เพราะเลข 1 เปรียบเหมือนการอยู่ตามลำพัง หรือไม่มีคู่ นำมาต่อยอดทำแคมเปญมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ “11.11” ที่ต่อมาได้กลายเป็นปรากฏการณ์ช้อปออนไลน์ระดับโลก รวมทั้งประเทศไทย แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้ทำแคมเปญนี้ด้วยเช่นกัน
ไม่แค่นั้น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ ยังได้ต่อยอดความสำเร็จไปยังวันเลขคู่ในเดือนต่างๆ โดยไฮไลท์หลักจะอยู่ในช่วงปลายปี เช่น 9.9, 10.10, 11.11, 12.12 เนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วง Festive Season ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการช้อปปิ้ง ซื้อของขวัญ ของฝาก และเฉลิมฉลองส่งท้ายปีก่อนเข้าสู่ปีใหม่
การที่แพลตฟอร์มออนไลน์ และแบรนด์ตอบรับเข้าร่วมแคมเปญ Double Digit Day สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของเทรนด์อีคอมเมิร์ซในไทย และพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคไทยที่เปลี่ยนไป ดังข้อมูลจาก Priceza Thailand’s E-Commerce 2025 และ NielsenIQ ระบุว่า

- ช่องทางอีคอมเมิร์ซที่ผู้บริโภคไทยนิยมซื้อ ได้แก่ Marketplace, Video Commerce, Chat Commerce, Quick Commerce, E-tailers
- Quick Commerce เป็นบริการแบบ On Demand บนแพลตฟอร์มดิจิทัล กำลังมาแรงในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทย เนื่องจากตอบโจทย์ความสะดวกและรวดเร็ว จัดส่งสินค้าภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมงนับจากสั่งซื้อ ส่วนใหญ่ลูกค้านิยมใช้บริการนี้กับสินค้าที่ต้องการใช้ทันที
- ยอดขายในวันแคมเปญพุ่งกว่า +494% เทียบกับวันปกติ
- 40% ของยอดขายทั้งปีเกิดขึ้นในช่วง Double Digit Day
- ขณะที่กลุ่มสินค้ายอดนิยมในช่วงแคมเปญ Double Digit Day ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ความงาม, อาหาร, สินค้าอิเล็กทรอนิกส และสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ
การเกิดขึ้นของแคมเปญ Double Digit Day ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมนักช้อปไทยในปัจจุบัน ต้องการความสะดวก รวดเร็ว สินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ และความคุ้มค่าคุ้มราคา
ดังผลวิจัย IPG Mediabrands ฉายภาพถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ หนึ่งในนั้นคือ “The Shoptimizer” เป็นนักช้อปกลุ่มใหญ่ในไทยที่มองหาความคุ้มค่าคุ้มราคา และคุณภาพไปด้วยกัน
- 76% เป็นนักช้อปสาย The Shoptimizer กระจายอยู่ทั่วประเทศ
- 48% ช้อปออนไลน์เป็นประจำ
นอกจากนี้ ยังพบว่านักช้อปยุคใหม่มีพฤติกรรม “Intentional Spending” คือ ศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบสินค้า พิจารณาคุณภาพก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งแคมเปญ Double Digit Day ช่วยให้ผู้บริโภควางแผนการซื้อล่วงหน้า ตั้งแต่สินค้า แบรนด์ คุณภาพ ไปจนถึงราคาที่ถูกใจ
จากแนวโน้มตลาดอีคอมเมิร์ซไทย สถิติการขายในช่วง Double Digit Day และพฤติกรรมนักช้อปที่เปลี่ยนไป แบรนด์ไม่ควรพลาดโอกาสในช่วงแคมเปญ Double Day
เนื่องจากเป็นมหกรรมช้อปที่เพิ่ม Traffic เข้าร้านมากกว่าวันปกติ เพราะคนรอช้อปในช่วงวันแคมเปญ ยิ่งถ้าแบรนด์ยิงแคมเปญโฆษณาในช่วงเวลาดังกล่าว แน่นอนว่าย่อมเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น เพราะคนมีความตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว สะท้อนได้จากยอดขายเติบโตถึง +494%
ไม่เพียงแต่ดึง Traffic เท่านั้น ยังเป็น “จังหวะดี” ที่แบรนด์จะใช้ช่วงแคมเปญ Double Digit Day เปิดตัวสินค้าใหม่ และสามารถเสนอดีล หรือโปรโมชั่น เช่น ส่วนลดที่แรงกว่าในช่วงวันปกติ ควบคู่กับการ LIVE ขายอย่างต่อเนื่อง โดยเสริมทีมแอดมินหลังบ้าน รองรับ Traffic ที่สูงขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Double Digit Day จึงเป็น “โอกาสทอง” ของผู้ประกอบการ SME ที่ไม่ใช่แค่ด้านยอดขายเท่านั้น แต่ยังการสร้างการจดจำในแบรนด์-สินค้า, ขยายฐานลูกค้าใหม่ พร้อมกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมในการกลับมาซื้อซ้ำ ตลอดจนสร้าง Engagement นำไปสู่การสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
แต่การจะดึงความสนใจจากผู้บริโภค และปิดการขายได้จริง! ต้องมีอาวุธสำคัญด้านการตลาดและการขาย หนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังต้องยกให้กับโซลูชันจาก LINE ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถทำการตลาดได้แบบ Full-funnel Marketing ครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง Awareness – Consideration – Conversion ไปจนถึง Retention
ไม่ว่าจะเป็น LINE Official Account (LINE OA), LINE Ads, MyShop และ MyCustomer l CRM ซึ่งแต่ละเครื่องมือมีจุดเด่นในการช่วยขับเคลื่อนแบรนด์ในแต่ละ funnel เพื่อนำพาแบรนด์ไปสู่การเติบโต ทั้งในช่วง Double Digit Day และในระยะยาว
รู้จัก 4 โซลูชันจาก LINE อาวุธสำคัญเพิ่มยอดขาย Double Digit Day

ถ้าพูดถึงแอปพลิเคชันที่อยู่ในชีวิตประจำวันคนไทยและในแต่ละวันคนไทยใช้งานมากสุด ต้องยกให้กับ “LINE” ปัจจุบันมีผู้ใช้งานทั่วประเทศมากกว่า 56 ล้านคน บทบาทของ LINE ไม่ได้เป็นเพียงแอปฯ ติดต่อสื่อสารเท่านั้น หากแต่ยังมีโซลูชันสำหรับผู้ประกอบการ หรือแบรนด์ด้วยเช่นกัน
ยิ่งในช่วงแคมเปญ Double Digit Day โอกาสทองของ SME, นักขายออนไลน์ โซลูชันจาก LINE เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย, เปลี่ยนใจผู้บริโภคจากที่ลังเล ให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น นำไปสู่ผลลัพธ์ด้านยอดขายที่เติบโตขึ้น ทั้งยังสามารถสร้างฐานลูกค้าประจำให้กับผู้ประกอบการ หรือแบรนด์
โซลูชันเพื่อธุรกิจจาก LINE ที่ว่านี้ ประกอบด้วย
1. LINE Official Account (LINE OA): ทำหน้าที่บรอดแคสต์ (Broadcast) ตรงถึงลูกค้าที่ติดตาม LINE OA เพื่อสร้างการรับรู้แคมเปญ ส่วนลด และเป็นช่องทางปิดการขายผ่าน “แชท” เป็นหลัก
2. LINE Ads: ส่งโฆษณาได้ทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ ไปยังช่องทางปิดการขายได้ทุกที่
- การลงโฆษณา “LINE Ads” เพิ่มขึ้น 16% ในช่วง D-Day ขณะที่ ROAS ในช่วงแคมเปญดีขึ้นสูงสุดเฉลี่ย 4 เท่า* (*ข้อมูลเดือน ก.ย. 2568)
- อย่างเช่นแบรนด์ “Physique 57” ทำแคมเปญเดือน 10 ที่ผ่านมา สามารถทำ Performance ได้ดี ROAS โตถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับวันธรรมดา
3. MyShop: ร้านค้าออนไลน์จัดโปรโมชันให้ลูกค้าคลิกซื้อทันที โดยมีค่าธรรมเนียมสุดถูก
- ในช่วง D-Day ร้านค้าที่ใช้ MyShop มียอดขายเพิ่มขึ้น +40%, ยอดขายเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อ (Average Order Value: AOV) เพิ่มขึ้น +5%, Order เพิ่ม +33% เมื่อเทียบกับวันธรรมดา
- เช่น แบรนด์ moon Cold Brew มียอดขายช่วงวัน Double Digit Day สูงกว่าวันธรรมดาถึง 3 เท่า (*ข้อมูลจากช่วง 11.11 ปี 2568)
4. MyCustomer l CRM: เครื่องมือในการทำ Customer Retention หรือรักษาฐานลูกค้าเก่า ด้วยการจัดกิจกรรมพิเศษกระตุ้นลูกค้าเก่า เพิ่มยอดการซื้อซํ้า
จุดเด่น “LINE Ads” ยิงครบ ยิ่งคุ้ม ยิงครอบคลุม! เข้าถึงผู้บริโภคกว่า 56 ล้านคนทั่วประเทศ

ในช่วงแคมเปญ Double Digit Day เป็นช่วงเวลาทองที่คนช้อปออนไลน์มากที่สุด ทั้งจำนวนนักช้อป และปริมาณ Traffic ออนไลน์ที่จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล
ดังนั้น แบรนด์ หรือผู้ประกอบการ SME เข้าถึงนักช้อปได้อย่างตรงจุด และเสริมพลังแคมเปญให้ปังยิ่งกว่าเดิม! จึงไม่ควรพลาดที่ใช้ “LINE Ads” คือ การยิงโฆษณาด้วย ระบบประมูล (bidding) ที่เข้าถึงผู้ใช้งาน LINE ซึ่งแตกต่างจากการบรอดแคสต์ใน LINE Official Account
โดย LINE Ads มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ทั้ง “ยิงคุ้ม – ยิงครบ – ยิงครอบคลุม” ช่วยให้แบรนด์ หรือร้านค้าเข้าถึงผู้ใช้ LINE ทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีพื้นที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มครอบคลุม 8 จุดพื้นที่ ได้แก่
Home Tab เข้าถึงผู้ใช้งานมากถึง 45 ล้านคน, Chat List เข้าถึงผู้ใช้มากกว่า 56 ล้านคน, LINE VOOM เข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 35 ล้านคน, LINE TODAY เข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคน, LINE Wallet เข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 26 ล้านคน, LINE OpenChat เข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน, Album เข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 24 ล้านคน, Note เข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 15 ล้านคน นอกจากนั้นยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยบูสต์ยอดขายช่วงแคมเปญได้ทันที! ซึ่งสามารถช่วยธุรกิจคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น
1. เข้าถึงผู้ใช้กว่า 56 ล้านคนทั่วประเทศที่ใช้ LINE ทุกวัน
2. เริ่มยิงโฆษณา ไม่มีขั้นตํ่า เพิ่มเพื่อนเท่าไร จ่ายเท่านั้น และพิเศษไปกว่านั้น! มีเครดิตโฆษณาแจกให้ทุกเดือน โดยผู้ใช้ใหม่ รับเครดิต 1,000 บาท ส่วนผู้ใช้ปัจจุบัน รับเครดิตสูงสุด 20,000 บาท (รับเครดิตโฆษณาแจกทุกเดือนได้ที่: https://lineforbusiness.com/th/service/line-ads)
3. ส่งโปรถึงลูกค้าใหม่-เก่า ได้ทุกช่องทาง ทั้ง LINE, E-Commerce และโซเชียลมีเดียแบบไม่ปิดกั้น!
4. ยิงครบลูปการตลาดออนไลน์ ตั้งแต่ Awareness – Consideration – Conversion – Retention
5. กําหนดกลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงพฤติกรรมจากผู้ใช้ LINE
6. เพิ่มยอดขาย และลดต้นทุนได้มากกว่าเดิม ด้วยการเชื่อมต่อกับ LINE Ecosystem ทั้ง “LINE OA” ใช้ Gain Friends (เพิ่มเพื่อน) ขยายฐานลูกค้าใหม่ และ “MyShop” มีเครื่องมือ Conversion Tracking วัดผลยอดขาย
เจาะลึกเทคนิคใช้ LINE Ads เร่งยอดขายในช่วง Double Day
จากจุดเด่นของ LINE Ads เรามาเจาะลึกเทคนิคที่จะช่วยให้แบรนด์ หรือผู้ประกอบการ SME ใช้ LINE Ads ในช่วงแคมเปญ Double Day ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เทคนิคแรก: ตั้งเป้าหมายให้ชัด ก่อนเริ่มแคมเปญ
การเลือกวัตถุประสงค์โฆษณา (Objective) จุดเริ่มต้นของแคมเปญ Double Day ที่ประสบความสําเร็จ โดยสามารถดู Data ที่ผ่านมาว่าส่วนใหญ่ปิดการขายจากช่องทางไหน หรือทำโปรโมชันผ่านแพลตฟอร์มใดมากที่สุด แล้วเลือก Objective โฆษณาให้ตรงกับพฤติกรรมลูกค้า เช่น
- เพิ่มเพื่อน (Gain Friends): ขยายฐานลูกค้าใหม่ เพิ่มผู้ติดตาม LINE OA เตรียมบรอดแคสต์ และปิดการขายในวันจริง
- เข้าชมเว็บไซต์ (Website Visits): พาลูกค้าไปยังช่องทางขายหลัก เช่น E-Commerce หรือโซเชียลมีเดียพร้อมต่อยอดทํา Re-Targeting
- เพิ่มการเข้าถึง (Reach): สร้างการรับรู้แบรนด์ช่วงแคมเปญ ความถี่ และการเข้าถึงคนได้ทั่วทั้งแพลตฟอร์ม
เทคนิคที่ 2: หา “ลูกค้าที่ใช่” ให้ตรงใจแบรนด์ ด้วยการเลือกกลุ่มเป้าหมาย จากทั้ง Core + Custom Audience
แนะนำให้แบรนด์เก็บ Insights ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าในช่วง Double Day มาเลือกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งกลุ่มเป้าหมายหลัก (Core Audience) และกลุ่มเป้าหมายแบบกำหนดเอง (Custom Audience) ซึ่งใน LINE Ads มีกลุ่มเป้าหมายมากถึง 222 กลุ่ม เพราะยิ่งถ้าแบรนด์รู้จักลูกค้ามากเท่าไร นั่นหมายความว่าจะช่วยให้ยิงโฆษณาได้แม่นยำกว่าเดิม
– ตัวอย่าง Core Audience:
- กำหนดตามโลเคชันของผู้ใช้ LINE
- กำหนดตามเพศ + อายุ
- กำหนดตาม OS อุปกรณ์ที่ใช้
- กำหนดตามความสนใจ เช่น สนใจเกม, สนใจ Gadget และเครื่องใช้ไฟฟ้า, การออกกำลังกาย, สนใจการเงิน, แฟชั่น
- กำหนดตามพฤติกรรม และความตั้งใจซื้อ เช่น เป็นผู้ติดตาม LINE OA อยู่แล้ว, เป็นผู้ติดตามใน LINE OpenChat ส่งโฆษณาถึงแฟนพันธุ์แท้ หรือแฟนด้อมของแต่ละหัวข้อ, เป็นผู้ติดตาม LINE TODAY ส่งโฆษณาไปยังคนที่ติดตามข่าวสารวงการนั้นๆ
– ตัวอย่าง Custom Audience:
- เลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ติดตาม LINE Official Account สามารถส่งโฆษณาไปยังผู้ติดตาม LINE OA ของแบรนด์ตัวเอง หรือคู่แข่ง เพื่อเจาะคนที่สนใจสินค้าในหมวดเดียวกัน เป็นเทคนิคเพิ่มโอกาสปิดการขายได้เร็วขึ้น
- จำนวนผู้เข้าชมแอป
- การรับชมวิดีโอ
- กลุ่มเป้าหมายจาก Smart channel
- คนที่คลิกดูรูป
- หมายเลขโทรศัพท์ / อีเมล
- จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
- กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน (Lookalike)
เทคนิคที่ 3: ขยายฐานลูกค้าใหม่ด้วย Lookalike Audience
Lookalike เป็นเครื่องมือหาลูกค้าใหม่ที่คล้ายลูกค้าเดิม ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่นําข้อมูลลูกค้าเดิม (Custom Audience) เช่น เพื่อน/ผู้ติดตาม LINE Official Account, เบอร์โทร/อีเมล์, คนคลิกดูรูป/ดูวิดีโอ รวมทั้ง Chat Tag จาก LINE OA ไปสร้าง Lookalike บน LINE Ads ก็สามาถเข้าถึงลูกค้าใหม่ที่มีพฤติกรรมคล้ายกัน
- ช่วงวันก่อนแคมเปญ Double Day แบรนด์ควรใช้ Lookalike หากลุ่มลูกค้าใหม่เตรียมไว้ก่อน
- แนะนำให้ใช้ Lookalike 1-3% จากลูกค้าเก่า เพื่อหาลูกค้าใหม่ในช่วง Double Day เพื่อ Gain Friends หรือเพิ่ม Reach
เทคนิคที่ 4: Re-targeting ยิงโปรโมชันให้คนที่ “เกือบซื้อ” กลับมาซื้อจริงในวัน Double Day
Re-targeting คือ ส่งโฆษณาไปยังลูกค้าที่รู้จักแบรนด์อยู่แล้ว หรือลูกค้าที่อยู่ในขั้น Consideration สนใจ แต่ยังไม่ซื้อ รวมทั้งลูกค้าเก่าที่เคยซื้อแล้ว ให้กลับมาซื้อ
กลุ่มเป้าหมายที่ควรนำมาทำ Re-targeting ได้แก่
- เพื่อน/ผู้ติดตามใน LINE Official Account
- เบอร์โทร/อีเมล์
- คนคลิกรูป/ดูวิดีโอ
- คนเข้าชมเว็บไซต์
การทำ Re-targeting ควรออกแบบชิ้นงานโฆษณาเฉพาะกลุ่ม เช่น ลูกค้าเก่าลด 50%, Final Call ลดวันสุดท้าย! เพื่อเร่งการมองเห็นช่วงวันแคมเปญ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ลดต้นทุนโฆษณา และเพิ่มโอกาสที่จะเกิดยอดขาย เช่น
- ลูกค้าเก่า: จัดโปรพิเศษเฉพาะลูกค้าเดิม รับส่วนลดเพิ่ม
- เพื่อนใน LINE OA: ที่ยังไม่ปิดการขาย จัดโปร Double Day ซื้อครั้งแรกลด XX%
เทคนิคที่ 5: ใช้ Business Manager ตัวช่วยจัดการข้อมูลลูกค้า
Business Manager คือ ตัวช่วยธุรกิจในการบริการจัดการ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างสูงสุด ทั้งการจัดการข้อมูล, วิเคราะห์ข้อมูล, สร้างและแชร์กลุ่มเป้าหมาย โดยการเก็บและรวบรวมข้อมูลจาก LINE Ecosystem ช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารและทำการตลาดได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างการทำแคมเปญการตลาดให้ปังกว่าเดิม ด้วย Business Manager
- ธุรกิจมีหลายแบรนด์ หลายสาขา สามารถแชร์กลุ่มเป้าหมายร่วมกันได้
- ยิงโฆษณา LINE Ads โปร Double Day ไปหาลูกค้าเดิมบน LINE OA ได้ง่ายๆ แค่แชร์ Audience ผ่าน Business Manager
- กระตุ้นลูกค้าที่มาจาก LINE Ads ด้วย Broadcast และ Step Message เพื่อเร่งการตัดสินใจ
ไม่แค่นั้น ช่วงแคมเปญ Double Day ใช้เครื่องมือ Business Manager เพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น อาทิ
- บรอดแคสต์หาคนที่เคยคลิกโฆษณาแคมเปญ Double Day
- Re-target กลุ่มที่มี Chat Tag “สอบถาม แต่ยังไม่ซื้อ” พรอมโปรแรงหรือรีวิวโดนๆ
- Re-target ผู้ติดตามบน LINE OA แบบแม่นยํา เช่น ส่งโฆษณารีวิวให้คนที่ยังลังเล
เทคนิคที่ 6: Conversion Tracking เครื่องมือช่วยติดตามและวัดผลลัพธ์
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำแคมเปญ Double Day ต้องสามารถติดตามและวัดผลลัพธ์ได้ ด้วย Conversion Tracking เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้สำหรับธุรกิจที่ขายผ่าน MyShop หรือบนเว็บไซต์เท่านั้น โดยช่วยให้ธุรกิจรู้จักที่มาของลูกค้าตั้งแต่คลิกสินค้า หยิบลงตระกร้า ไปจนถึงซื้อสินค้าสําเร็จ ทําให้ยิงโฆษณาตรงกลุ่ม วางแผนงบโฆษณาดีขึ้น เพิ่มโอกาสปิดการขายได้ง่ายขึ้น และในช่วงแคมเปญ Double Day ธุรกิจสามารถยิงโฆษณาตรงไปยัง Landing Page ที่จัดโปรโมชันได้เลย

Conversion Tracking มี 2 ฟีเจอร์หลักที่ใช้ในการวัดผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำและชัดเจน
- Maximize Conversion Value เสนอราคาอัตโนมัติเน้นการเพิ่มมูลค่าสูงสุดของ Conversion ภายในงบประมาณที่กําหนด
- Target ROAS Optimize for Profit กําหนดเป้าหมาย ROAS ที่ต้องการเองได้
สรุป 3 เคล็ดลับยิงโฆษณา LINE Ads แคมเปญ Double Day ให้ชนะใจลูกค้า

นอกจากเทคนิคการใช้ LINE Ads แล้ว เพื่อให้แคมเปญ Double Day ประสบความสำเร็จ และบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ต้องรู้เคล็ดลับการยิงโฆษณา LINE Ads และการออกแบบชิ้นงานครีเอทีฟให้โดนใจลูกค้า
1.Double Day ไม่ใช่แค่วันเดียว แต่คือ ช่วงเวลาทำการตลาด 3 เฟส
– เฟส 1 สะสมลูกค้า: เป็นช่วง 3-7 วันก่อนวันแคมเปญ เน้น Gain Friends เพื่อสะสมเพื่อนใน LINE OA และ Reach โปรโมทให้คนรู้จักแคมเปญก่อนวันจริง โดยสัดส่วนงบโฆษณาให้เฟสนี้อยู่ที่ 30%
– เฟส 2 ปิดการขาย: เป็นวันแคมเปญ เน้นกระตุ้นยอดขาย ด้วยการยิง LINE Ads โปรโมชั่น หรือส่วนลดไปหาคนที่รู้จักแบรนด์อยู่แล้ว มากกว่าส่งไปหาลูกค้าใหม่ และเพิ่มโอกาสปิดการขายมากขึ้นด้วย MyShop, E-Commerce หรือ LINE OA Chat สัดส่วนงบโฆษณาในเฟสนี้อยู่ที่ 50%
– เฟส 3 กระตุ้นซ้ำ: เป็นช่วงเวลา 1-3 วันหลังแคมเปญ นำกลุ่มคนที่สนใจ แต่ยังไม่ซื้อ เช่น อ่านบรอดแคสต์, เข้าเว็บไซต์ มายิง Re-target ด้วยโปรแรง หรือรีวิวเด็ด เพื่อปิดการขายรอบสุดท้าย สัดส่วนงบโฆษณาในเฟสนี้อยู่ที่ 20%
2. ทำ Targeting ยิงเยอะ ไม่สําคัญเท่ายิงถูกคน
- เจาะคนเคยคลิก ปิดการขายให้ไว ใช้ Re-targeting กับคนที่เคยคลิก ดูวิดีโอ
- ตรวจดู Insight ของลูกค้าเก่า ก่อนเลือกกลุ่มเป้าหมาย (โลเคชั่น, อายุ, เพศ, พฤติกรรมต่างๆ)
- ใช้ Persona Targeting (222 กลุ่ม) เพื่อเลือกที่ตรงและใกล้เคียงกับพฤติกรรมลูกค้าแบรนด์
- ผสมผสานการใช้ Core Audience + Custom Audience เพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า +34%*
- แยกส่งโฆษณาตาม Segment Audience อย่างกลุ่มคนที่ซื้อแล้ว ใช้โปรฯ ลูกค้าเก่า ขณะที่กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ให้ส่งรีวิว
- Exclude กลุ่มที่ไม่ใช่ และลูกค้าที่เพิ่งเกิดการซื้อไม่นาน เพื่อ Scope ให้แม่นยําที่สุด
3. Creative ที่ดี ต้องสะกดคนให้หยุดดู

งานครีเอทีฟที่แบรนด์ควรทำ:
- ใช้ Headline และ Key Message เด่นชัด
- เพียงแค่เห็น 1 วินาที ต้องอยากกด (โดยเฉพาะบน Chat List)
- อ้างอิง Insight จริง ชี้ปัญหา และสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
- ใช้โปรโมชันโดนใจ ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- ภาพต้อง Real ใช้รีวิวประกอบเพิ่มความน่าเชื่อถือ
- ถ้าเป็นวิดีโอ 3 วินาทีแรกต้องดึงดูดทันที!
- ใส่ Call-to-Action ชัดๆ เช่น “ช้อปเลย!” “แอดเลย รับส่วนลดทันที!”
- ปิดท้ายด้วยการ เชื่อมต่อสู่ช่องทางขายอย่างไร้รอยต่อ
สิ่งที่แบรนด์ไม่ควรทำในงานครีเอทีฟ:
- ใส่ทุกข้อความในภาพ จนอ่านไม่ออก
- ใช้ครีเอทีฟเดียวกับทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ตรงใจใครเลย
- พูดเกินจริง จนสินค้าเสียความน่าเชื่อถือ
- โปรโมชันเข้าใจยาก ไม่ชัดเจน
- ไม่มีภาพหรือวิดีโอสินค้า ทำให้ไม่ดึงดูด
- จบแค่บอกโปรฯ แต่ไม่พาไปหน้าสินค้า
โซลูชัน LINE ตอบโจทย์ Full-funnel Marketing

Customer Journey ในยุคนี้ ไม่ได้เป็น Linear (เส้นตรง) อย่างในอดีต แต่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ยิ่งทุกวันนี้ การแข่งขันสูงขึ้น และผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย การจะเป็นแบรนด์/สินค้าที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ ต้องเข้าไปอยู่ใน Customer Journey ที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น
ด้วยเหตุนี้เอง “Full-funnel Marketing” ที่นำแบรนด์/สินค้าเข้าไปอยู่ตั้งแต่ Stage สร้างการรับรู้-จดจำ ไปจนถึง Stage ตัดสินใจซื้อ และสร้าง Brand Loyalty ให้กลับมาซื้อซ้ำ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดในปัจจุบัน
จากโซลูชัน LINE ไม่ว่าจะเป็น LINE Ads, LINE Official Account, MyShop, MyCustomer l CRM ตอบโจทย์การตลาดแบบ Full-funnel ในการนำพาแบรนด์/สินค้าเข้าไปอยู่ตลอดทั้ง Customer Journey
– การรับรู้ (Brand/Product Awareness):
- ใช้ LINE Ads ยิงโฆษณาตามวัตถุประสงค์ Gain Friends ให้มาติดตาม LINE Official Account ของแบรนด์ และใช้ฟีเจอร์ Lookalike ช่วยหาลูกค้าใหม่ที่คล้ายกับลูกค้าเดิม
- ควบคู่กับการใช้ LINE Official Account เพื่อโปรโมทแบรนด์/สินค้า โดยให้คนเข้ามาเพิ่มเพื่อน (Add Friends) เพื่อทำการปิดการขายต่อ
– การพิจารณาตัดสินใจซื้อ (Consideration):
- ใช้ LINE Ads ยิงโฆษณาวัตถุประสงค์ Website Visits เพื่อเพิ่มโอกาสในการพิจารณาสินค้ามากขึ้น
- ขณะเดียวกันใช้ LINE Official Account เพื่อสื่อสารและส่งบรอดแคสต์โปรโมชันพิเศษถึงผู้ติดตาม
– การตัดสินใจซื้อ (Conversion):
- ใช้ LINE Ads ยิงโฆษณาวัตถุประสงค์ Website Conversion ส่งลูกค้าตรงเข้าช่องทางปิดการขายโดยตรง (Website, MyShop) เพื่อให้เกิด ROAS สูงที่สุด
- พร้อมทั้งใช้ LINE Official Account บรอดแคสต์โปรโมชันส่งตรงถึงลูกค้า
- ใช้ MyShop บริหารจัดการหน้าร้าน พร้อมส่งคูปองโปรโมชัน เพื่อกระตุ้นให้กดซื้อทันที
– กลับมาซื้อซ้ำ (Retention):
- LINE Ads เน้นส่งโฆษณา เพื่อ Re-targeting กระตุ้นให้คนที่เคยเห็นโฆษณา หรือซื้อสินค้า กลับมาซื้อซ้ำ
- ใช้ MyCustomer l CRM แจกพอยท์สะสม เพื่อดึงดูดให้กลับมาใช้บริการ หรือซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้คือโซลูชันจาก LINE Ads และ LINE Ecosystem ที่มีจุดแข็งผู้ใช้งานทั่วประเทศกว่า 56 ล้านคน และเครื่องมือครบวงจร ช่วยให้แบรนด์ทำการตลาดแบบ Full-funnel ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้ผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามทีมที่ปรึกษาธุรกิจองค์กร LINE ประเทศไทยได้ที่ LINE OA : @linebizth
