สรุปไฮไลท์ Thailand’s MarTech Report 2026 เปิดเครื่องมือยอดฮิตนักการตลาดไทยใช้ พร้อมวิธีปรับตัวในยุค AI

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 แล้วสำหรับงาน Thailand’s MarTech Report Press Conference & Awards 2026 ที่มีทั้งการเปิดตัว Thailand’s MarTech Report 2026 และการประกาศรางวัล Thailand’s MarTech Awards 2026

สิ่งที่น่าสนใจก็คือการเปิดตัว Thailand’s MarTech Report 2026 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Content Shifu และ Hummingbirds รายงานสำรวจข้อมูลผู้ใช้งาน Martech จริงๆทั้งระดับปฏิบัติการและผู้บริหาร กว่า 530 ตัวอย่างรวมถึงการสัมภาษณ์เจาะลึก Thought Leader ในวงการ

ข้อมูลใน Report ฉบับนี้ถือเป็น “ข้อมูล” สำคัญสำหรับนักการตลาด ในการใช้เป็น Benchmark เพื่อดูว่าตลาดและองค์กรอื่นๆ ใช้อะไรกันอยู่ สามารถใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องมือและจัดสรรงบประมาณได้อย่างแม่นยำ และเตรียมคนให้พร้อมทำงานร่วมกับ Martech ในยุค AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

และนี่คือ 6 เรื่องน่าสนใจจาก Thailand’s MarTech Report 2026

1. งบ MarTech เพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 3 ของงบการตลาด

ข้อมูล Thailand’s MarTech Report 2026 ระบุว่า องค์กรไทยจัดสรรงบประมาณให้กับ MarTech สูงถึง 31% ของงบการตลาดทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านๆ มา

ที่น่าสนใจก็คือมีองค์กรถึง 20% ที่ทุ่มงบเกินครึ่งกับ MarTech สิ่งนี้ทำให้เห็นว่าแบรนด์ต่างๆ เริ่มมองเห็น impact  ที่ดีต่อธุรกิจจากเทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว

ซึ่งผลสำรวจก็พบด้วยว่าเป้าหมายหลักในการใช้ Martech ก็คือสองเรื่องหลักๆคือ เพื่อเพิ่มยอดขาย/สร้างแบรนด์ (85%) และ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (65%) นั่นเอง

2. Martech ด้าน “Data” สำคัญที่สุด

ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มองว่าในปี 2026 เครื่องมือ MarTech ที่จะสำคัญและส่งผลต่อ “ประสบการณ์ของผู้บริโภค” มากที่สุดก็คือ Data โดย 3 อันดับหมวมหมู่ Martech ที่คนทำงานมองว่าจะสำคัญมากๆในยุคนี้ก็คือ

  • อันดับ 1:  Data (91%)  เป็นรากฐานในการนำไปตัดสินใจและวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจให้แม่นยำ
  • อันดับ 2: Social & Relationships (88%) การรักษาฐานลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น
  • อันดับ 3: Commerce & Sales (86%) เป็นช่องทางการขายที่ยังคงสำคัญมาโดยตลอด

3. เปิดอันดับ MarTech ยอดฮิต ในปี 2026

แม้ Martech กลุ่ม Data จะถูกมองสำคัญที่สุด แต่ในแง่ของ “ปริมาณการใช้งาน” โดยเฉลี่ยแล้ว 1 องค์กรจะมีการใช้งาน MarTech อยู่ที่ประมาณ 12.97 เครื่องมือส่วนหมวดที่คนนิยมใช้เยอะที่สุดคือ “การโฆษณาและการโปรโมต”

และนี่คือ 3 อันดับเครื่องมือที่มาแรงและถูกใช้งานมากที่สุดใน 6 หมวดหมู่หลัก

Advertising & Promotion

  1. Meta Ads Manager (Facebook & Instagram) – 67%
  2. Google Ads (รวม YouTube Ads) – 61%
  3. TikTok Ads – 56%

Insight น่าจับตาคือ แม้ Top 3 จะเป็นแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ แต่กลุ่ม Location-based Ads อย่าง AI Beacon ก็มีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มขึ้น

Content & Experience

  1. ChatGPT – 68% (GenAI โตเร็วและแรงมาก แซงหน้าทุกตัว)
  2. Gemini – 57%
  3. Canva – 55%

Insight น่าจับตาก็คือ นอกเหนือจาก 3 อันดับแรก แพลตฟอร์มตัดต่อวิดีโออย่าง CapCut ก็เติบโตแบบก้าวกระโดด

Social & Relationships

  1. Zoom – 33%
  2. Hootsuite – 17%
  3. ZipEvent – 16%

Insight น่าจับตา คือศึก CRM Local vs Global โดยในฝั่ง CRM สำหรับ B2C “เครื่องมือไทยชนะขาดลอย” (โดย 3 อันดับแรกคือ ChocoCRM, Buzzebees, Primo) เพราะเข้าใจบริบทคนไทยที่ผูกติดกับ LINE มากกว่า

ส่วนฝั่ง CRM สำหรับ B2B “ต่างชาติ” ครองแชมป์ไป (เช่น HubSpot, Salesforce) เพราะตอบโจทย์เรื่อง Process ที่เป็นระบบระเบียบมากกว่า

Commerce & Sales

  1. TikTok Shop – 49%
  2. Shopee Seller Center – 48%
  3. LINE Shopping – 46%

Insight น่าจับตาก็คือ ในปี 2026 องค์กรวางแผนจะใช้งานเครื่องมือ 4 กลุ่มหลักเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ก็คือหมวด E-Commerce & Shopping Cart Platform (+28%), Payment Gateway (+16%), Affiliate Marketing (+14%) และ Chat Commerce (+11%)

โดยเฉพาะเครื่องมือในกลุ่ม TikTok (TikTok Shop และ TikTok Affiliate) ที่มีอัตราความนิยมสูงขึ้นเกิน 10% เมื่อเทียบกับปี 2025

Data

  1. Google Analytics – 81%
  2. Google Search Console – 49%
  3. Looker Studio (Google Data Studio) – 31%

Insight น่าจับตาก็คือ สาย Business Automation อย่าง N8N, Zapier และ Make เริ่มเข้ามามีบทบาทในองค์กรไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

Collaboration & Management

  1. LINE – 80%
  2. Google Workspace – 53%
  3. Microsoft 365 – 40%

Insight น่าจับตาก็คือ แม้ LINE จะเป็นแชมป์ไร้ข้อกังขาในการทำงานของคนไทย แต่ในระดับ Operation เริ่มเห็นเครื่องมือฝั่งเอเชียอย่าง Lark แทรกซึมเข้ามามากขึ้น

4. ทิศทางการใช้ Martech 3 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้

นอกจากการจัดอันดับความนิยมของเครื่องมือแล้ว ในรีพอร์ตยังพบข้อมูลเชิงลึก 3 เรื่องหลักที่สะท้อนทิศทางของการใช้ MarTech ในภาคธุรกิจไทยก็คือ

  1. “ขนาดองค์กรต่างกัน เครื่องมือที่ใช้ก็ต่างกัน” ข้อมูลเจาะลึกพบว่า องค์กรขนาดเล็ก (S), กลาง (M) และใหญ่ (L) มีการตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน
  2. “ยุคแห่งการทำระบบอัตโนมัติ” เครื่องมือกลุ่ม Business Automationกำลังเติบโตและได้รับความสนใจจากธุรกิจไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนำมาใช้เชื่อมต่อการทำงานของซอฟต์แวร์หลายๆ ตัวเข้าด้วยกัน
  3. “GenAI ยังคงครองเมือง” เครื่องมือกลุ่ม Generative AI ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ครองใจผู้ใช้งาน และยังคงเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ในหมวดหมู่คอนเทนต์และประสบการณ์ (Content & Experience) ต่อไป

5. อุปสรรคเบอร์ 1 ไม่ใช่เทคโนโลยีห่วย แต่คือ “คน”

แม้ความพึงพอใจในการใช้ MarTech จะสูงถึง 80% แต่ปัญหาที่แท้จริงกลับไปตกอยู่ที่ “ผู้ใช้งาน” ข้อมูลน่าสนใจคือ 96% ของปัญหาและอุปสรรค เกิดจากทัศนคติ ความรู้ และทักษะของผู้ใช้งาน เช่น ขาดประสบการณ์, ใช้ไม่คุ้ม, มองว่าเป็นภาระ

ดังนั้น องค์กรที่จะรอดต้องบริหารผ่านกรอบคิด H.U.M.A.N. Factor ก็คือ

  • H – Headset: ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ วาง Roadmap ชัดเจนว่าใช้ไปทำไม
  • U – Unity: วัฒนธรรมองค์กรต้องร่วมมือกัน ไม่ทำงานแบบไซโล (Silo)
  • M – Mindset: พนักงานต้องมี Growth Mindset มองเทคโนโลยีเป็นโอกาส
  • A – Ability: ต้องลงทุน Upskill/Reskill ให้พนักงาน
  • N – New Way: ปรับ Workflow ใหม่ ให้ MarTech เข้าไปอยู่ในทุกกระบวนการทำงาน

6. ยุค AI Era: เมื่อ AI ทรงพลัง แต่ก็ต้องการ “มนุษย์” ปิดจุดบอด

เรากำลังผ่านยุค Data Era > Martech Era และเข้าสู่ AI Era เต็มรูปแบบ หลายองค์กรฝันถึง Agentic AI (AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้อัตโนมัติ) แต่มักจะ “ล้มเหลว” เพราะติดกับดัก 3 อย่างก็คือ

  1. Fragmented Workflow: ระบบงานยังไร้โครงสร้าง
  2. Fragmented Data Landscape: ข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่พร้อมให้ AI เรียนรู้
  3. Fragmented Human Perspective: คนทำงานยังยึดติดวิธีเดิมๆ

อธิบายให้เห็นภาพว่าการมี AI ที่เก่งเหมือนการซื้อ “รถสปอร์ตซูเปอร์คาร์” มาจอดไว้ แต่ถ้าองค์กรเรายังไม่มี “ถนนที่ราบเรียบ” (Workflow และ Data ที่ดี รถสปอร์ตคันนั้นก็วิ่งไม่ได้อยู่ดี

สุดท้าย แม้ AI จะเก่งแค่ไหน ก็ยังขาด “Human Element” ที่มนุษย์ต้องเข้าไปอุดรอยรั่ว ได้แก่ การตัดสินใจ (Judgment) เพื่อลดความเสี่ยงด้านแบรนด์และกฎหมาย, วิสัยทัศน์ (Vision), สามัญสำนึกและบริบท (Sense), ความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ (Creativity) และความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก (Emotion)

นี่คือเนื้อหาบางส่วนเท่านั้นจาก Thailand’s MarTech Report 2026 สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://contentshifu.com/resource/thailands-martech-report-2026/#download


  •  
  •  
  •  
  •  
  •