เมื่อ “ความคิดสร้างสรรค์” ต้องจับมือกับ “เทคโนโลยี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงาน Agency ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสายงานทื่มีการใช้ AI มากที่สุด ซึ่งช่วงที่ผ่านมามีรายงานตัวเลขคาดการณ์จาก Globe Newswire โดยมีการประเมินว่า MarTech ทั่วโลกจะมีมูลค่าพุ่งทะยานไปแตะ 3.28 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 118 ล้านล้านบาท ภายในปี 2035 ขณะที่ในปัจจุบันมีมูลค่าราว 6.69 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 17.2% – 18% ต่อปี ตลอดช่วงปี 2026-2035
เจาะ 3 แกนหลักที่ดัน MarTech โต
ด้วยมูลค่าตลาด MarTech ที่แตะระดับ 3.28 ล้านล้านดอลลาร์ การได้มูลค่าตลาดขนาดนี้จำเป็นต้องมีปัจจัยในการขับเคลื่อน ด้วย 3 แกนหลักที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น

- AI-Driven Engine: เมื่อ AI ไม่ใช่ตัวช่วยเขียนแคปชันเพียงอย่างเดียว ในปี 2026 นี้ AI ใน MarTech จะก้าวไปสู่ระดับ Predictive และ Hyper-Personalization อย่างเต็มตัวด้วย AI ที่เป็นมากกว่าแค่การพูดคุยตอบโต้ แต่สามารถ “คาดการณ์” พร้อมทั้งยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้แบบ Real-time และสามารถสร้างการเข้าถึงแบบเฉพาะบุคคลได้ในเสี้ยววินาที
- Agile Marketing: ด้วยความฉลาดของ AI ช่วยเปิดทางให้แบรนด์สร้างทำ A/B Testing ได้อย่างไม่จำกัดเป็นพันๆ รูปแบบพร้อมกัน ทำให้เกิดมาตรฐานใหม่ของแบรนด์ระดับโลก
- Privacy-First Personalization ผู้บริโภคยุคนี้ต้องการประสบการณ์แบบ Personalization แต่ก็หวงแหนข้อมูลส่วนตัวขั้นสุด MarTech จึงกลายเป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยแบรนด์เก็บข้อมูลแบบ Zero-Party Data และนำมาใช้ทำการตลาดโดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว
Pain Point สู่โอกาสทองของ Agency
เมื่อหันมามองที่ประเทศไทย ธุรกิจระดับ Enterprise ไปจนถึง SME ต่างทุ่มงบมหาศาลซื้อระบบ MarTech แพงๆ มาใช้ ไม่ว่าจะเป็น CDP, CRM หรือ Automation Tools แต่ Insight ที่เจ็บปวดและเป็นความจริงที่สุดในเมืองไทยคือ แม้แบรนด์จะมีข้อมูลมหาศาลอยู่ในมือ แต่กลับใช้ข้อมูลเหล่านั้นไม่เป็น

ลองคิดดูว่า ระบบ MarTech ราคาหลักล้าน แต่ถูกแบรนด์นำมาใช้แค่ส่ง SMS Broadcast หรือแค่ยิงบรอดแคสต์ใน LINE OA หาคนทุกคนด้วยข้อความเดียวกัน ด้วยการที่แบรนด์ยังไม่รู้ว่าจะนำ Data มาใช้อย่างไร รวมไปถึงแบรนด์ที่มี Data มหาศาลแต่เป็นข้อมูลที่ไม่ได้เชื่อมต่อกัน ทำให้ระบบไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น ฝั่งเซลส์มีข้อมูลรูปแบบหนึ่ง ฝั่งการตลาดก็มีข้อมูลอีกแบบหนึ่ง
ด้วย Pain Point ของแบรนด์ที่ไม่รู้จะเอา Data ทื่เป็น First-party Data จะกลายเป็นโอกาสสำคัญของ Agency Marketer เพราะแบรนด์ไม่ได้มองหาแค่เอเจนซี่ที่คิดหนังโฆษณาไวรัลอีกต่อไป แต่แบรนด์กำลังเร่งการสร้างยอดขายในยุคนี้ การที่แบรนด์มีเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยี MarTech ที่เข้าใจทั้ง Creativity และ Data Architecture ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ
แปลง Insight สู่ 4 Action Plan ที่ใช้ได้จริง
ด้วย Pain Point ก่อนหน้านี้ ทำให้เกิด 4 ข้อแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในการทำ Strategy, วางแผน Pitch งาน หรือแม้แต่การปรับโครงสร้างทีม
– อัปเกรดสู่ Data Experience Orchestrator เลิกขายแค่ Media Plan แต่ต้องขาย “Data Journey” ด้วยการนำเสนอวิธีการจัดเก็บ First-party Data ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Gamification เพื่อยิงเข้า LINE OA แล้วใช้ Marketing Automation ส่งคูปองที่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคกลับไป ยิ่งแบรนด์มองเห็นภาพรวมของระบบที่นำเสนออย่างชัดเจน จะช่วยให้แบรนด์ตัดสินใจเลือกใช้ Agency ได้ไม่ยากเย็น

– Privacy-First ลดความกังวล โดยเฉพาะข้อกฏหมายที่แบรนด์อาจไม่ทราบอย่าง PDPA เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภคและแบรนด์ Agency ควรออกแบบแคมเปญที่ทำให้ผู้บริโภคเต็มใจมอบข้อมูล (Zero-party Data) อย่างแคมเปญที่เน้น Value Exchange แทนที่จะทำฟอร์มให้กรอก อาจจะใช้เกม “Personalized Quiz” ให้เล่นผ่านแอปหรือ LINE เพื่อค้นหาตัวตน แลกกับผลลัพธ์และสิทธิพิเศษ ในขณะเดียวกัน MarTech ก็จัดกลุ่มลูกค้าตามคำตอบที่ได้ เพื่อต่อยอดการทำ Retargeting แบบแม่นยำและถูกกฎหมาย
– ปรับวิธีทำงานด้วย Agile Campaign แทนที่จะทำ Big Idea ทีเดียวจบ ควรแบ่งงบประมาณของแบรนด์มาทำ “Agile Sandbox” สร้างงาน Creative หลากหลายรูปแบบ ทำการทดสอบตลาดจริง แล้วนำ Data มาวิเคราะห์ว่าผู้บริโภคตอบสนองกับ Message แบบไหน สีไหน หรือ Offer อะไรมากที่สุด แล้วอัดงบในความต้องการนั้น ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์เห็นว่า Agency บริหารความเสี่ยงเป็นและใช้เทคโนโลยีให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดกับเงินทุกบาท
– Humanize Tech ความเข้าใจแทนมนุษย์ยังเป็นสิ่งสำคัญที่หาไม่ได้จาก MarTech โดย Agency สามารถใช้เครื่องมือ MarTech ในการวิเคราะห์และหาข้อมูล แล้วหันมาใช้ประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งหากเป็น Agency ที่สามารถผสาน Data Data Logic เข้ากับ Emotional Storytelling ได้ จะช่วยให้ Agency อยู่ในใจแบรนด์ตลอดไป

ตัวเลขมูลค่า MarTech ที่ 3.28 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังจะเป็นคลื่นสึนามิแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังพัดเข้ามา การที่แบรนด์มีความรู้เรื่อง MarTech จะบีบให้ Agency ต้องวิวัฒนาการตัวเอง ส่วนผู้ชนะคือคนที่สามารถใช้เครื่องมือเหล่านั้น เพื่อเชื่อมต่อความรู้สึกของแบรนด์เข้ากับหัวใจของผู้บริโภคได้อย่างไร้รอยต่อที่สุด
Source: Globe Newswire
