
การ LIVE กลายเป็นการทำคอนเทนต์ที่มาแรง และได้รับความนิยมไปทั่วโลก เช่นเดียวกับแพล็ตฟอร์มดำอย่าง TikTok ก็ผลักดันการ LIVE เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ตลอดปี 2568 TikTok LIVE เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีครีเอเตอร์มากกว่า 100 ล้านรายจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) คอเคซัสและเอเชียกลาง (CCA) ใช้งาน LIVE เพิ่มขึ้นถึง 77% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นครีเอเตอร์ที่ใช้ LIVE เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงพลังของระบบนิเวศครีเอเตอร์ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Live Economy อย่างไม่หยุดยั้ง
การมีส่วนร่วมของคอมมูนิตี้ยังแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน โดย TikTok LIVE สร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมผ่านการส่งความคิดเห็นมากกว่า 134,000 ล้านคอมเมนต์ และการใช้งานฟีเจอร์ Multi-Guest มีผู้เข้าร่วมมากถึง 1.1 พันล้านคน แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ TikTok ผลักดันสิ่งนี้อย่างมีนัยยสำคัญ

กลยุทธ์สำคัญในการเปลี่ยนจากผู้สร้างวิดีโอสั้นมาเป็นนักไลฟ์ที่สามารถสร้างความผูกพันแบบเรียลไทม์
การผลักดันในการสร้างสรรค์ TikTok LIVE โดยเฉพาะการเปลี่ยนบทบาทจากผู้สร้างวิดีโอสั้นมาเป็น ‘นักไลฟ์’ ที่สามารถสร้างความผูกพันแบบเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี strategy ที่สำคัญ ได้แก่
การปรับเปลี่ยนมุมมองต่อผู้ชม (Real-time Interaction) สิ่งที่ทำให้นักไลฟ์แตกต่างจากผู้สร้างวิดีโอสั้นอย่างชัดเจนคือ การมีปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ ในขณะที่ยอดผู้ติดตามในวิดีโอสั้นอาจเป็นเพียงตัวเลข แต่เมื่อขึ้นไลฟ์ บัญชีนั้นจะกลายเป็น “บัญชีที่มีชีวิต” (Become alive) ซึ่งครีเอเตอร์สามารถตอบคำถามและพูดคุยกับผู้ชมได้ทันที
มีความเป็นตัวของตัวเองและความสม่ำเสมอ (Be Yourself & Consistency) กลยุทธ์ที่สำคัญมากคือ “Be yourself on live” หรือการเป็นตัวของตัวเอง เนื่องจากความท้าทายของการไลฟ์คือต้องทำอย่างต่อเนื่องและใช้เวลานาน หากครีเอเตอร์ไม่เป็นตัวของตัวเองหรือทำในสิ่งที่ไม่ชอบ จะไม่สามารถไลฟ์ได้ทุกวันและไม่สามารถยืนระยะในระยะยาวได้
การสร้างชุมชนที่แน่นแฟ้น (Community Building) เป้าหมายของการไลฟ์ไม่ใช่แค่การมีคนดู แต่คือการสร้าง Bigger Community หรือครอบครัวที่อบอุ่น, โดยแหล่งข้อมูลแนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ “แฟนคลับ” (ใจส้ม) เพื่อช่วยสร้างฐานแฟนคลับตัวจริงที่จะเข้ามาซัพพอร์ต แชร์เนื้อหา และช่วยดูแลความเรียบร้อยในห้องไลฟ์
การใช้ฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ (Feature Optimization) ครีเอเตอร์ควรเรียนรู้การใช้ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น Multigest (การเชิญคนเข้าร่วมไลฟ์หลายคน), Co-host, และ Gifting (การส่งของขวัญ) เพื่อสร้างความสนุกสนานและความมีส่วนร่วม, โดยอาจเข้าร่วม Workshop ของแพลตฟอร์มเพื่อเรียนรู้วิธีการใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
เน้นคุณภาพและการนำเสนอตามความสนใจ (Quality & Topic-based Content) อัลกอริทึมจะช่วยส่งต่อไลฟ์ไปยังกลุ่มคนดูที่สนใจในเรื่องเดียวกัน (Topic) มากกว่าแค่เรื่องอายุหรือเพศ ดังนั้นการทำคอนเทนต์ที่มี คุณภาพ (Quality) เช่น ภาพชัด เนื้อหาน่าติดตาม จะช่วยให้ระบบนำส่งไลฟ์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น
การสร้างความเชื่อมโยงผ่านของขวัญเสมือนจริง (Visual Gifts) การรับส่งของขวัญไม่ใช่เพียงเรื่องของรายได้ แต่เป็นช่องทางในการ แสดงความขอบคุณ (Appreciation) และสร้างความรู้สึกที่ดีร่วมกันระหว่างครีเอเตอร์และผู้ชม ทำให้เกิดความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง Live Creator และ Short Video Creator
ความแตกต่างสำคัญระหว่าง Live Creator และ Short Video Creator มีประเด็นหลักดังนี้
การมีปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Interaction) นี่คือจุดที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนที่สุด โดย Live Creator จะเน้นการสื่อสารและตอบโต้กับผู้ชมได้ในทันที (People responsive and engagement) ในขณะที่ Short Video Creator อาจมีการสื่อสารผ่านคอมเมนต์แต่ไม่ได้เป็นแบบเรียลไทม์,
จากตัวเลขสู่บัญชีที่มีชีวิต (Become Alive) สำหรับ Short Video Creator ยอดผู้ติดตาม (Follower) อาจเป็นเพียงแค่ตัวเลข (Just a number) ที่ครีเอเตอร์อาจไม่รู้จักตัวตนจริงๆ ของพวกเขา แต่เมื่อก้าวเข้าสู่การเป็น Live Creator บัญชีนั้นจะ “กลายเป็นบัญชีที่มีชีวิต” (Become alive) เพราะครีเอเตอร์จะได้พูดคุยและตอบคำถามกับผู้ติดตามที่เข้ามาในไลฟ์ได้โดยตรง,
การสร้างคอมมูนิตี้ที่ลึกซึ้ง (Community Building) Live Creator จะมุ่งเน้นการสร้าง “คอมมูนิตี้ที่ใหญ่และแน่นแฟ้นกว่า” (Bigger Community) โดยมีฟีเจอร์อย่าง “แฟนคลับ” (ใจส้ม) ที่ช่วยเปลี่ยนจากเพียงคนดูขาจรให้กลายเป็นกลุ่มแฟนคลับตัวจริงที่เข้ามาซัพพอร์ต กดไลก์ กดแชร์ และช่วยดูแลความเรียบร้อยในห้องไลฟ์เหมือนเป็นคนในครอบครัวหรือพี่น้อง,
ความเป็นตัวของตัวเองและความสม่ำเสมอ (Be Yourself & Consistency) การเป็น Live Creator จำเป็นต้องอาศัยความเป็นตัวของตัวเองสูง (Be yourself on life) เพราะต้องไลฟ์อย่างต่อเนื่องและใช้เวลานานในแต่ละครั้ง หากไม่เป็นตัวของตัวเอง ครีเอเตอร์จะไม่สามารถไลฟ์ได้ทุกวันหรือยืนระยะได้ยาว ซึ่งต่างจากการทำวิดีโอสั้นที่อาจใช้การตัดต่อช่วยได้มากกว่า
การเชื่อมโยงผ่านความรู้สึก (Emotional Connection) ในไลฟ์จะมีการใช้ฟีเจอร์ ของขวัญ (Gifting) เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ชมและครีเอเตอร์ โดยผู้ชมสามารถแสดงความขอบคุณ (Appreciation) เมื่อรู้สึกประทับใจหรือ “ใจฟู” กับเนื้อหา ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันที่เกิดขึ้นสดๆ ในขณะนั้น

Highlight feature ช่วยสร้างคอมมูนิตี้ระหว่างผู้ดูกับครีเอเตอร์
สำหรับฟีเจอร์หลักที่ช่วยสร้างคอมมูนิตี้และใช้สำหรับแสดงความขอบคุณระหว่างผู้ดูกับครีเอเตอร์ ที่น่าสนใจและปัจจุบันได้รับความนิยมสูง ช่วยทำให้การทำ TikTok LIVE แข่งแกร่ง
ฟีเจอร์แฟนคลับ (ใจส้ม) – เป็นฟีเจอร์สำคัญที่ ช่วยครีเอเตอร์ในการสร้างคอมมูนิตี้ (Help creator to build their community) เมื่อผู้ชมกด “ใจส้ม” จะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแฟนคลับ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มักจะเข้ามาดูไลฟ์ทุกวัน คอยซัพพอร์ต กดไลก์ กดแชร์ และช่วยดูแลความเรียบร้อยในห้องไลฟ์เปรียบเสมือนคนในครอบครัวหรือพี่น้อง นอกจากนี้ “ใจส้ม” ยังเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ใช้ในการวัดลำดับ (Ranking) ของครีเอเตอร์อีกด้วย
การส่งของขวัญ (Visual Gift / Gifting) – ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อ สร้างความเชื่อมโยง (Connection) และเป็นช่องทางให้ผู้ชมได้ แสดงความขอบคุณ (Show appreciation) ต่อครีเอเตอร์ เมื่อผู้ชมรู้สึกประทับใจหรือ “ใจฟู” กับเนื้อหาที่ครีเอเตอร์นำเสนอ การส่งของขวัญจะเป็นการโชว์ความรู้สึกชื่นชอบและเป็นการซัพพอร์ตครีเอเตอร์กลับไป
การมีปฏิสัมพันธ์ผ่านของขวัญ (Interactive Gifts) – ความสนุกของกิฟต์บนแพลตฟอร์มคือ เมื่อมีการส่งของขวัญ ทุกคนในไลฟ์จะเห็นพร้อมกัน โดยของขวัญจะมี Visual ต่างๆ ที่มีประกายและมีการเคลื่อนไหว (Movement) เช่น ของขวัญรูปวาฬ (Whale) หรือ Universe ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ร่วมที่สนุกสนานในกลุ่มผู้ชมและครีเอเตอร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะสามารถส่งของขวัญได้นั้นจะต้องมี อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป โดยมีการตรวจสอบที่เข้มงวดเพื่อความปลอดภัย

บทบาทของ AI และทีมงานในการตรวจสอบเนื้อหาไลฟ์
บทบาทของ AI ในการตรวจสอบแบบเรียลไทม์ (Real-Time Moderation)เนื่องจากมีไลฟ์สดเกิดขึ้นจำนวนมากในทุกวินาที ซึ่งกำลังคนไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง เทคโนโลยี AI จึงถูกนำมาใช้เพื่อตรวจสอบแบบ Real-Time ดังนั้น หน้าที่หลักของ AI คือการคัดกรองเบื้องต้นและ ระบุจุดที่น่าสงสัย (Time Stamp) ในวินาทีที่อาจมีการทำผิดกฎ เพื่อส่งต่อให้ทีมงานที่เป็นคนเข้ามาตรวจสอบได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ AI ยังช่วยในการประมวลผลแยกประเภทของครีเอเตอร์ (Labeling) ตามเนื้อหาคอนเทนต์เพื่อให้เหมาะสมกับแคมเปญต่างๆ
บทบาทของทีมงานผู้เชี่ยวชาญ (Dedicated Team) TikTok มีทีมงานดูแลด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะกว่า 40,000 คนทั่วโลก ซึ่งกระจายตัวตามความเชี่ยวชาญด้านภาษา รวมถึงภาษาถิ่นต่างๆ เพื่อให้เข้าใจบริบทของการสื่อสารในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง การใช้ดุลยพินิจของมนุษย์ (Human Judgment) ทีมงานจะนำข้อมูลที่ AI พอยท์เป้ามาให้ มาพิจารณาตามกฎชุมชนและบริบททางวัฒนธรรม เช่น ประเมินว่าเนื้อหานั้น “ละเอียดอ่อน (Sensitive)” สำหรับคนไทยหรือไม่ หากพบว่าผิดกฎจริง ทีมงานมีอำนาจในการ สั่งปิดไลฟ์ (Shut down) ทันที
การจัดการข้อโต้แย้ง ในกรณีที่ครีเอเตอร์มีการคัดค้านหรือโต้แย้ง (Accuse) ว่าตนเองไม่ได้ทำผิดกฎ จะมีทีมงานเฉพาะทาง (Specialized team) เข้ามาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งเพื่อความเป็นธรรม

TikTok LIVE Fest 2025 #LIVEFest25Phuket
TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชั้นนำระดับโลก จัดงานออฟไลน์ระดับภูมิภาค TikTok LIVE Fest 2025 เปิดเวทีรวบรวมครีเอเตอร์แนวหน้ามากความสามารถจากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) และภูมิภาคคอเคซัสและเอเชียกลาง (CCA) ร่วมเฉลิมฉลองพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และชุมชนครีเอเตอร์ที่สร้างแรงกระเพื่อมในยุคดิจิทัล จัดขึ้น ณ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย
โดยงานนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมระดับโลกอย่าง TikTok LIVE Fest 2025 งานประจำปีสุดยิ่งใหญ่ เพื่อยกย่องการเติบโตของ TikTok LIVE สะท้อนบทบาทสำคัญของ LIVE ครีเอเตอร์หลากหลายประเภทคอนเทนต์ และการบรรจบกันของคอมมูนิตี้ผู้ชมที่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
ภายหลังจากการแข่งขันออนไลน์ระดับโลกในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2568 ซึ่งมีครีเอเตอร์กว่า 5 ล้านคน จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) คอเคซัสและเอเชียกลาง (CCA) เข้าร่วมการแข่งขัน งาน #LIVEFest25Phuket ได้รวบรวมครีเอเตอร์มากกว่า 200 คน จากทั่วทั้งภูมิภาคมาร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายของชุมชน TikTok โดยครีเอเตอร์เป็นตัวแทนของวัฒนธรรม เรื่องราว และชุมชนที่แตกต่างกัน พร้อมมอบรางวัลยกย่อง LIVE ครีเอเตอร์ที่ทำผลงานโดดเด่น
คุณณภัทรา ชวลิตชีวินกุล Creator Manager, TikTok LIVE ประเทศไทย กล่าวว่า TikTok LIVE Fest ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานฉลอง แต่เป็นเวทีที่สนับสนุนการเติบโตของชุมชนครีเอเตอร์ สร้างประสบการณ์ผ่านการ LIVE ที่มีความหมายต่อผู้ชม สำหรับการจัดการแข่งขันออนไลน์ LIVE ครีเอเตอร์สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนของตนเองและครีเอเตอร์คนอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างการเชื่อมต่อเชิงลึกแบบเรียลไทม์ และสนับสนุนให้ทุกการ LIVE เป็นโอกาสของการเติบโตและการค้นพบตัวตนของผู้สร้างคอนเทนต์

ครีเอเตอร์ไทย สุดเจ๋งคว้ารางวัลในเวทีระดับภูมิภาค
ครีเอเตอร์ไทยที่มีผลงานโดดเด่นและได้รับรางวัลบนเวที #LIVEFest25Phuket ครอบคลุมสาขาต่าง ๆ ได้แก่
- kayoseda คว้ารางวัล Gold Power League
- mawinawg คว้ารางวัล Silver Power League
- naling_nujnoh คว้ารางวัล Bronze Power League
- kuian888 คว้ารางวัล Fandom Awards
- ninkmelody คว้ารางวัล Music Talent Awards
- hanazyndrome คว้ารางวัล Dancing Talent Awards
- drewreplayy คว้ารางวัล Gaming Talent Awards

Drewreplayy ครีเอเตอร์ไทย ผู้สร้างผลงานโดดเด่น
หนึ่งในครีเอเตอร์ระดับท็อปที่ได้รับการยกย่องในครั้งนี้ คือ Drewreplayy ครีเอเตอร์ไทยสาย Gaming นอกเหนือจากทักษะด้านการเล่นเกม เขายังต่อยอดแนวทางคอนเทนต์และถ่ายทอดตัวตนอีกด้าน ด้วยการร้องเพลงและเล่นกีตาร์ระหว่างการ LIVE สร้างการเชื่อมต่อกับผู้ชมให้มีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น เสน่ห์เฉพาะตัวที่ผสานความจริงจัง ดุดันในเกม เข้ากับความอบอุ่น เป็นกันเอง และขี้เล่นนอกเกม ทำให้ Drewreplayy ครองใจแฟน ๆ และสร้างฐานผู้ติดตามที่เหนียวแน่นบน TikTok LIVE
ธีร มหาอัฑฒ์สกุล หรือ Drewreplayy กล่าวว่า “รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของผมคนเดียว แต่สะท้อนถึงพลังของคอมมูนิตี้ TikTok LIVE ทำให้ผมได้เชื่อมต่อกับผู้คนแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่ในฐานะเกมเมอร์ แต่ในฐานะ LIVE ครีเอเตอร์ แพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้ผมได้แสดงตัวตนมากกว่าการเล่นเกม ได้เติบโตไปพร้อมกับผู้ชม และเปลี่ยนแพสชันให้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้น”
เส้นทางการเติบโตไปพร้อมกับพลังของคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ทำให้ Drewreplayy ได้สร้างหมุดหมายสำคัญบนเวที TikTok LIVE Fest 2025 ด้วยการเป็นตัวแทนจากประเทศไทยคว้ารางวัล Gaming Talent Awards ตอกย้ำความสำเร็จของการเป็น LIVE ครีเอเตอร์ไทยที่ทำผลงานโดดเด่นในการแข่งขันเวทีระดับภูมิภาค

“TikTok LIVE เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าไลฟ์สตรีมมิ่งไม่ใช่เพียงฟีเจอร์อีกต่อไป แต่เป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมดิจิทัลยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านความคิดสร้างสรรค์ การสร้างคอมมูนิตี้ และการมีปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ สำหรับงาน LIVE Fest ที่จัดขึ้นนี้ เรารู้สึกยินดีที่ได้ยกย่องไม่เพียงแค่ครีเอเตอร์เท่านั้น แต่รวมถึงความทุ่มเทของคนที่อยู่เบื้องหลัง คอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุน และอยู่ร่วมกันตลอดเส้นทางที่ทำให้ทุกการ LIVE มีความหมาย” คุณณภัทรา กล่าวในตอนท้าย
