จากเมนูลับสู่เส้นทางของ Joe Wings ที่เพิ่มแนวรบจากเจ้าพ่อผักสู่นักรบไก่ทอดบนตลาด 3 หมื่นล้าน

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หนึ่งในตลาดที่ปีนี้มีความท้าทายอย่างสูงต้องยกให้กับตลาด F&B (Food & Beverage) เนื่องจากเป็นตลาดที่ผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แต่อย่าเพิ่งไปคิดว่ากลุ่มแบรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะบางแบรนด์ก็มีฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ออกมารองรับ เหมือนกรณีล่าสุดในตลาดไก่ทอดกับแบรนด์ใหม่ที่เปิดตัวมายังไม่ครบปี แต่กลับสร้างรายได้มากมายอย่าง “Joe Wings”

สำหรับร้าน Joe Wings ถือเป็นการฉีกตลาดครั้งสำคัญ ด้วยเบื้องหลังของ Joe Wings ที่เป็นผลพวงมาจากธุรกิจใหญ่อย่าง “โอ้กะจู๋” แบรนด์ที่สร้างชื่อจากการปลูกผักออร์แกนิกและสลัดจานยักษ์ ที่เน้นสุขภาพไปกับการบริโภคผัก แต่กลับกระโดดลงมาสู้ศึกสมรภูมิไก่ทอดที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท คนขายผักจะไปสู้กับนักรบขายไก่ทอดที่ครองส่วนแบ่งตลาดหลักได้อย่างไร

 

ทลายกำแพงผักใบเขียวสู่การเข้าถึงกลุ่ม Gen Z

โดย คุณโจ้ จิรายุทธ ภูวพูนผล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่เกษตรอัจฉริยะ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักในชื่อ “โอ้กะจู๋” เล่าที่มาของแบรนด์ Joe Wings ว่า แบรนด์นี้ไม่ได้มาลองทำเล่นๆ หรือจู่ๆ นึกอยากอยากขายไก่ แต่เกิดจาก Pain Point จากร้านโอ้กะจู๋ ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อนช่วงที่ทีมงานโอ้กะจู๋ทำ Survey ลูกค้าทำให้พบข้อมูลที่น่าสนใจมาก

คุณจิรายุทธ ภูวพูนผล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่เกษตรอัจฉริยะ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน)

กลุ่ม Gen Z หรือกลุ่มวัยรุ่น มองแบรนด์โอ้กะจู๋ว่าเป็นพื้นที่สีเขียวที่เข้าถึงยาก ภาพจำของผักออร์แกนิกทำให้กลุ่มวัยรุ่นรู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่ที่ของฉัน” หรือถ้าต้องมาก็มาแค่เดือน 1-2 ครั้งเพราะไม่ใช่อาหารที่จะกินได้บ่อยๆ

ทำให้เกิดความท้าทายที่อยากจะเจาะเข้าถึงกลุ่ม Gen Z นำไปสู่การทดลองพัฒนาเมนูใหม่เพื่อให้เข้าถึงคนกลุ่มดังกล่าว โดยเริ่มจากเมนู “American Hot&Spicy” เป็นเมนูที่มีไก่ทอดอยู่ในเมนูที่ร้านโอ้กะจู๋ ปรากฏว่าเมนูนั้นทำยอดขายถล่มทลายหลักร้อยล้านบาท และที่สำคัญสามารถดึงกลุ่ม Gen Z เข้ามาร้านได้จริง

นั่นคือบทพิสูจน์ว่า “คนกินผักก็ชอบกินไก่ทอด และคนไม่กินผักก็สามารถเข้าร้านผักออแกนิกได้ถ้ามีไก่ทอดที่อร่อย”

นี่คือจุดเริ่มต้นของธุรกิจไก่ทอด Joe Wings ที่คุณโจ้มองเห็นโอกาสในตลาดไก่ทอด เมื่อผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน Full Service และทีม R&D ที่แข็งแกร่ง ทำให้เกิดธุรกิจที่สปินออฟ (Spin-Off) แบรนด์ใหม่ออกมา เพื่อให้แบรนด์ยังคงเกาะเกี่ยวกับแบรนด์โอ้กะจู๋ จึงใช้ชื่อตัวเองลงไปในแบรนด์ แต่เพราะคำว่า “โจ้” ในภาษาอังกฤษออกเสียงไม่ได้เลยใช้คำว่า “Joe” แทนและ “Wings” ที่เป็นตัวแทนของไก่

 

กำเนิดนิยามใหม่ “Q-QSR” ที่เน้น Healthier

เพราะแบรนด์ใหม่มีต้นกำเนิกมาจากร้านโอ้กะจู๋ที่เน้นเรื่องสุขภาพของการทาน ความท้าทายใหญ่ที่สุดจึงเกิดขึ้นเมื่อไก่ทอดที่หลายคนรู้ไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพ แถมยังถูกตราหน้าว่าเป็น Junk Food นั่นทำให้คุณโจ้เลือกที่จะไม่แก้ทัศนคติของคนทั่วไป แต่ใช้วิธีเสริมเรื่องของสุขภาพเพื่อให้ลด “ความรู้สึกผิด” ลง โดยใช้คำว่า “Guilt-Free” และเปลี่ยนเกมรบใหม่สู่การเปิดตลาด “Q-QSR” (Quality – Quick Service Restaurant)

โดยเน้นในเรื่องของ Quality เข้าไปในทุกกระบวนการขั้นตอนการผลิตไก่ทอด

  • Better Oil: เมื่อน้ำมันทอดคือสิ่งที่น่ากลัวสุด Joe Wings จึงเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำกว่า 7% และมีโอเมก้า 3, 6, 9 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในร้านโอ้กะจู๋ ร่วมกับการใช้เตา Pressure Fryers ที่ช่วยลดการอมน้ำมันลงได้ถึง 30%-40%
  • Better Chicken: ที่ Joe Wings ใช้ “ไก่สด” ที่ไม่ผ่านการแช่แข็ง และไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะและฮอร์โมนในการเลี้ยง เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสของความชุ่มฉ่ำแบบที่ไก่แช่แข็งทำไม่ได้
  • Better Way: ด้วยการคลุกแป้งพร้อมทำสดใหม่แบบจานต่อจาน ไม่มีการทอดทิ้งไว้จนชืด รวมถึงการใช้ Homemade Dip และ Organic Salad ตอกย้ำการดูแลทุกขั้นตอนกรรมวิธี

ด้วยกระบวนการผลิตดังกล่าว ทำให้ไก่ทอด Joe Wings ที่เน้นด้านคุณภาพโดยไม่ทำลายสุขภาพ แต่ราคาสามารถเข้าถึงได้ง่าย ที่สำคัญยังสะดวกรวดเร็วตามสไตล์ของ QSR ที่สามารถให้ได้ทั้งความอร่อย ความเร็ว และไม่ทำร้ายสุขภาพจนเกินไป ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจไก่ทอดใมนมุมของคุณโจ้คือต้องอร่อย ในแบบผสมผสานรสชาติสากลกับรสชาติแบบไทยๆ ที่เน้นความกลมกล่อม

ทำให้ Joe Wings มีการปรับปรุงและคิดค้นรสชาติใหม่อย่าง ซอส American Nashville ที่ปรับจนกลายเป็น Signature ของร้านที่ขายดีที่สุด หรือการมี Dipping Sauce ให้เลือกถึง 5 แบบที่เข้ากับรสชาติไก่อีก 9 รสชาติ เพื่อให้เกิดความหลากหลายของเมนู แก้ปัญหาความจำเจและสามารถทานซ้ำได้ทุกสัปดาห์

 

มุ่งเป้าสู่ 50 สาขาและเป้าหมายเติบโต 300%

แม้ว่า Joe Wings จะลงสู่ตลาดมาได้ระยะหนึ่ง แต่ก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีมาก โดยเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุดในกลุ่ม ทำให้ในปี 2569 Joe Wings เดินเกมรุกเต็มพิกัด โดยวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้สูงถึง 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญคือการขยายสาขา ซึ่งแต่ละสาขาจะสร้างบนทำเลที่วิเคราะห์เพื่อหา Potential Location แบ่งเป็น

  • Mall Strategy: ด้วยการยึดพื้นที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โดยดูจาก Data ของ Traffic และตำแหน่งที่ร้านจะไปตั้งเป็นหลัก อย่างเช่นสาขา สยามสแควร์ ที่ทำยอดขายสูงสุด หรือการเปิดโมเดลใหม่ที่เปิดดึกถึงเที่ยงคืนเพื่อจับกลุ่ม Night Life
  • Mobility Hub Strategy: ด้วยการใช้ประโยชน์จากการเป็นพาร์ทเนอร์กับ OR ในการเข้าไปเปิดสาขา Joe Wings ในปั๊มน้ำมันที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะรูปแบบ Lifestyle Station เช่น วิภาวดี 62 และพัฒนาการ ตอบโจทย์เรื่องการเข้าถึงง่าย

นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายขยายสาขาในปี 2569 จำนวน 5-10 สาขา ขณะที่เป้าหมายระยะยาวภายใน 3 ปี จะเปิดสาขาให้ครบ 50 แห่ง และดันรายได้เฉพาะแบรนด์ Joe Wings ให้แตะ 1,000 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 1%-5% ของมูลค่าตลาดรวม

 

เมื่อความ “สดใหม่” ทลายกำแพงระยะเวลาที่ต้องรอ

หนึ่งในเรื่องสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจคือเรื่องของประสบการณ์ อย่างที่คุณโจ้กล่าวไว้ว่า Joe Wings เน้นการปรุงสดใหม่ นั่นหมายความว่าจะเป็นปรุงแบบเมนูต่อเมนู และอาจทำให้ผู้บริโภคต้องรอนาน ซึ่งเป็นหนึ่งกรณีศึกษาที่คุณโจ้พบมา โดยช่วงแรกที่เปิดสาขาพารากอน Joe Wings เจอปัญหาคลาสสิกที่ทำให้ต้องรอคิวนานเป็นชั่วโมง โดยแต่ละเมนูจะใช้ระยะในการปรุงประมาณ 20-30 นาที

แต่คุณโจ้มองว่า ความสดคืออาวุธสำคัญ เมื่อได้ทานไก่ที่ทอดใหม่ๆ คลุกซอสร้อนๆ ความหงุดหงิดจากการรอจะถูกแทนที่ด้วยความประทับใจในรสชาติและคุณภาพ เป็นหนึ่งในจิตวิทยาทางการตลาดที่ออกมาในรูปแบบ Reward ของการรอคอยที่คุ้มค่า แต่เพื่อรองรับการขยายตัว Joe Wings ในอนาคต ได้ขยายช่องทาง Delivery เพิ่มทั้ง Grab และ LINE MAN เพื่อเพิ่มความสะดวกสำหรับคนที่ไม่อยากรอคิวหน้าร้าน

แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีส่วนกระทบต่อกำลังซื้อ แต่ไก่ทอดก็ยังเป็นเมนูที่หลายคนชอบและทานได้เรื่อยๆ ยิ่งเมื่อมีการปรุงสดใหม่ควบคู่กับรสชาติที่โดนใจเสริมด้วยสุขภาพ ทำให้ Joe Wings แทบจะไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ในทางการกลับกันยังมีการใช้ Influencer ที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดการพิสูจน์อยากลองของใหม่ บวกกับการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ให้สอดรับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยิ่งทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง

จากร้านในเครือที่เพื่มขึ้น ทั้ง “โอ้กะจู๋” ที่เป็นร้านอาหารสุขภาพออแกนิก, Oh! Juice เครื่องดื่มสุขภาพและ Joe Wings ไก่ทอดเพื่อสุขภาพ รวมถึง Wrap & Roll ที่เข้ามาเสริมทัพ ทำให้พอร์ตโฟลิโอของบริษัทครอบคลุมทุกโอกาสการทานของผู้บริโภคจนกลายเป็น Ecosystem ทำให้กำลังมีการพัฒนาระบบ CRM ที่จะหลวมรวมทุกร้านเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงและใกล้ชิดผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่าเดิม


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา
CLOSE
CLOSE