103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

10 คำพูดที่คนทำ Agency ไม่อยากเจอจากลูกค้า

posted by  5,675 views

เป็นเรื่องปกติที่การทำงานระหว่าง 2 หน่วยงานนั้นย่อมมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้น ซึ่งการทำงานระหว่างแบรนด์กับลูกค้านั้นก็มีเรื่องเหล่านี้เป็นประจำ ในตอนนี้มีเพจมากมายที่เอาเรื่องการบรีฟงานหรือเรื่องที่ลูกค้าคุยกับ Agency มาทำเป็นเนื้อหามากมายให้ได้เอาไปโพสแชร์ต่อกัน และหลาย ๆ คนก็ชอบแชร์ไปเป็นเรื่องสนุกสนานกัน ซึ่งวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องประโยคแปลก ๆ ที่คน Agency ได้เจอกันในระหว่างการคุยงานหรือสรุปงานกัน

Screen Shot 2559-06-12 at 6.27.40 PM

1. อยากได้อะไรใหม่ ๆ ไม่เหมือนใคร แต่มีตัวอย่างของคนอื่นไหมว่าทำแบบไหนถึงประสบความสำเร็จ

เป็นเรื่องปกติที่หลาย ๆ คนที่ทำงาน Agency จะเจอคำพูดแบบนี้บ่อย ๆ มาก ทุกคนนั้นอยากได้ Original Idea และด้วยความที่เป็น Original Idea นี้หมายถึงการไม่เคยมีใครทำมาก่อน การมาขอว่าใครเคยทำมาก่อนนั้นย่อมขัดกับคำพูดตัวเองอย่างมาก การที่จะทำ Original Idea นั้นต้องมีความเสี่ยงที่จะทำเป็นคนแรก ไม่รุ่งก็ร่วง แต่จะรุ่งหรือไปก็ขึ้นกับข้อมูลที่มี กลยุทธ์ที่ใช้และไอเดียที่เลือกด้วย

2. เราอยากได้ Like เยอะ ๆ เพราะแบรนด์ A นั้น Like เยอะกว่าเรามาก 

นักการตลาดทุกคนก็อยากให้กลุ่มเป้าหมายนั้นรู้จักแบรนด์เยอะ ๆ แต่เป็นความเข้าใจผิดอย่างมากที่ว่า Like เยอะแสดงว่าคนรู้จักเยอะ เพราะจำนวน Like นั้นมันซื้อกันได้ การมี Like เยอะไม่ได้หมายความว่าคนชอบเยอะ และไม่ได้หมายความว่าคนจะซื้อสินค้าเยอะด้วย เพราะสุดท้ายแล้วอาจจะเป็น Bot จำนวนมากเลยก็ได้ที่มา Like Page คุณ

3. เราอยากได้วิดีโอที่มันไวรัล แต่เราอยากให้คนรู้ว่าสินค้าขายที่ไหนและมีโปรโมชั่นอยู่

เป็นเรื่องปกติที่เจอกันว่า อยากทำวิดีโอที่มันไวรัล หรือทำให้เกิดการแชร์เยอะ ๆ แต่กลับยัดเยียดข้อความทางการตลาดมาเต็มที่ให้ได้อ่าน ได้เห็นกัน เป็นใครที่ได้ดูแทนที่จะได้อะไรจากวิดีโอดังกล่าว กลับรู้สึกว่ากำลังดูโฆษณาอีกอัน ทำให้แทนที่จะไวรัลกลับต้องจบลงแค่นั้น

4. อยากได้แคมเปญปัง ๆ แต่เรามีงบในการทำอยู่เท่านี้ 

You are what you eat หรือ You get what you paid เป็นสิ่งที่ใช้ได้กับเรื่องนี้อย่างมาก การทำแคมเปญให้ดี มันก็มาพร้อมงบประมาณที่จะลง ที่จะทำให้การตลาดนั้นเกิดได้ ไม่ใช่ว่าต้องเงินนั้นมหาศาลแต่งบประมาณนั้นต้องเหมาะสมกับสิ่งที่ทำให้แคมเปญนั้นถูกรู้จักขึ้นมาได้ ซึ่งไอเดียดี ๆ ก็ต้องมา invest ที่คนคิด เวลาการทำงาน และการใช้ช่องทางการสื่อสารหรือการลงมือต่าง ๆ มากมาย ทั้งหมดตกมาเป็นเงินทั้งนั้น

5. เราอยากทำอะไรก็ได้ ที่เอาชนะแบรนด์ A เราอยากเป็นเบอร์หนึ่งกว่าแบรนด์ A ได้ชื่อว่าทำก่อน 

เป็นบรีฟที่กว้างมาก แบบทำอะไรมาก็ได้ ที่จะเอาชนะแบรนด์ A ซึ่งการที่จะชนะได้ ไม่ใช่แค่การทำ Advertising, Campaign หรือ Digital แต่มาจากแผนงานทางการตลาดด้วยว่าจะทำอะไรบ้างที่จะชนะแบรนด์ A และพร้อมที่จะทุ่มเงินเพื่อแข่งขันในการแข่งขันที่เอาชนะกันแบบนี้ไหม การทำงานที่จุดประสงค์กว้างเช่นนี้ทำให้ทีมนั้นทำงานลำบาก และยากที่จะกำหนดได้ว่าจะไปทางไหนดี

6. เราอยากให้ blogger รีวิวสินค้าเรา แต่เราไม่อยากให้เค้าด่าหรือบอกข้อเสียสินค้าเราละ 

การรีวิวของ Blogger นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำการสื่อสารทางการตลาดผ่านช่องทาง Digital แต่ด้วยการรีวิวนี้เอง สินค้านั้นย่อมมีข้อดีและข้อเสีย ถ้าเป็นสินค้าที่ออกมาแบบแค่เห็นโอกาสทางการตลาดและมีข้อเสียมากมาย แต่กลับรับไม่ได้กับข้อเสียนั้นจึงทำให้ต้องมีปัญหากับรีวิวที่เกิดขึ้น หน่ำซ้ำคิดว่า Blogger นั้นจะรีวิวให้ฟรี ๆ แบบไม่คิดเงิน ซึ่งต้องมองว่าสินค้าเราดีขนาดที่คนอยากได้มารีวิวไหม ถ้าไม่ก็แน่นอนไม่มีใครอยากจะรีวิวให้หรอก

7. เราเห็น Lazada ทำ e-commerce ได้ เราอยากทำมีงบการตลาดแค่เดือนละแสน 

ทุกคนอยากทำ e-Commerce แต่ไม่รู้เลยว่า e-commerce นั้นแบ่งเป็น 2 แบบ คือการเอาสินค้าตัวเองไปขายออนไลน์ อันนี้ก็ต้องมานั่งคิดว่าเข้าไปเปิดตลาดในนั้นถ้าสินค้าขายดีขึ้นมาจะทำยังไงต่อ จะเก็บของ stock ของที่ไหน จะห่อทันไหม จะส่งอย่างไรให้คุ้มค่า ยิ่งถ้าเป็น Platform e-Commerce นี้ยิ่งเป็นเกมสายป่าน คุณจะยอมขายทุนหลาย ๆ ปี หรือลงทุนเป็น 200-300 ล้านต่อปีไหม เพื่อให้ Platform เกิด ทุกอย่างเป็นเงินทั้งนั้นใน e-Commerce

8. เราไม่อยากทำเหมือนแบรนด์ A แต่เราอยากได้ Mascot แบบแบรนด์ A

แบบไม่อยากได้ชื่อว่าลอกแบรนด์ A มา แต่หลาย ๆ ครั้งแบรนด์ A นั้นทำมาดีมา เลยกลัวว่าถ้าคิดเองจะไปไม่รอดเลยต้องขอลอกแบรนด์ A อันที่ใข้ได้มา จริง ๆ แล้วไม่ควรกำหนดกรอบแบบนี้ด้วยซ้ำ เพราะตัวตนของแบรนด์นั้นมีอัตลักษณ์ที่ถูกสร้างมาอยู่แล้ว และควรทำตามสิ่งที่แบรนด์เป็นมา ไม่ใช่ไปลอกคนอื่นมาแทน

9. มันไม่สวย หรือมันไม่ใช่ แต่เราไม่รู้จะบอกยังไงว่าทำไมมันไม่ใช่ 

เป็นประโยคยอดฮิตที่เจอกันในคนทำงาน แบบส่งงานไปแต่ลูกค้าไม่ชอบและให้ความเห็นกลับมา แต่แทนที่จะได้ความเห็นที่เอามาทำงานต่อได้ กลับได้ความเห้นที่ subjective มากที่เอามาใช้ต่อไม่ได้เลย ทั้งนี้ควรจะบอกเลยว่าไม่ชอบส่วนไหน สี องค์ประกอบหรือภาพ หรือให้ทำมาใหม่ หรือทางที่ดีคือมี Reference ที่อยากได้เอาให้ดู คนทำงานจะได้เอาไปทำต่อได้

10, เราให้ Advertising Agency ทำชิ้นงานมาหมดแล้ว KPI เราขอฝากกับ Media และ Digital นะ 

เป็นเรื่องที่เจอบ่อย ๆ ที่ลูกค้าไว้ใจ advertising agency มาก แบบเอางานทุกยอ่างไปให้ทำให้หมด แต่ด้วยความที่เป็น Advertising Agency ก็อาจจะไม่รู้ว่า Digital นั้นทำงานอย่างไร หรือ Insight แต่ละ Media ที่ทำออกมาเป็นอย่างไร แถมไปรับปากลูกค้าว่าจะดังแน่ แต่เวลา Execute กลับมาบอกว่า Digital และ Media ต้องรับผิดชอบยอด KPI ที่เกิดขึ้น ซึ่งตอนทำงานนั้นไม่เคยปรึกษากันเลย แต่พองานจะทำออกมากลับโยนความรับผิดชอยมาให้

ทั้งนี้เรื่องที่เจอแปลก ๆ ในโลก Agency กับลูกค้านั้นอาจจะมีมากมายกว่านี้ สำหรับใครที่เจอมากกว่านี้ลองแชร์กันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้นะครับ

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง และเป็น Strategic Marketer ที่บริษัท Samart Multimedia Company ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


4 + eight =

Recent Posts

Facebook