
เริ่มต้นปี 2026 มาได้ไม่ทันไร นักการตลาด และแบรนด์ต่างๆ ต้องเตรียมรับมือกับโจทย์ท้าทาย Double Festival เมื่อสองเทศกาลยักษ์ใหญ่อย่างวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์) และวันตรุษจีน (17 กุมภาพันธ์) โคจรมาพบกันโดยห่างกันแค่ 3 วันเท่านั้น โดยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดในปี 2010 และครั้งต่อไปคือปี 2044 เลย ซึ่งทั้งสองเทศกาลต่างเรียกได้ว่าเป็น ‘Mega Events’ ที่คนไทยให้ความสำคัญ จึงน่าจับตามองว่าสัปดาห์กลางเดือนกุมภาพันธ์นี้คงจะเป็นช่วงเวลาที่การจับจ่าย และเม็ดเงินสะพัดช่วงหนึ่งของปี
ในมุมของการตลาด สถานการณ์แบบนี้ต้องวางแผนให้ดี เพราะทั้งวาเลนไทน์ และตรุษจีนมีอารมณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้แบรนด์อาจสร้างความสับสนได้ถ้ากำลังเล่นเรื่องโรแมนติกอยู่ดีๆ แล้วเปลี่ยนไปพูดเรื่องครอบครัวในอีกไม่กี่วันถัดไป แถมอาจจะงงด้วยว่าแล้วจะต้องแบ่งเงินไว้ชอปแคมเปญไหนดี จนเกิดอาการเลือกไม่ถูก และจบลงด้วยการไม่ซื้ออะไรเลย หรือเลือกซื้อแค่สิ่งที่จำเป็นที่สุดเท่านั้น ยุคนี้อย่าลืมว่าแบรนด์ที่สร้างความยุ่งยากในการตัดสินใจจะเสียลูกค้าทันที
ตรงนี้เองที่น่าสนใจว่าการทำแคมเปญแบบแยกเทศกาลจะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะนอกจากเรื่องที่กล่าวไป แน่นอนว่าตามมาด้วยงบโฆษณาที่พุ่งสูงในช่วงสั้นๆ แต่อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ดีตามต้องการ วันนี้เลยอยากจะชวนมาดูอินไซต์ และไอเดียสำหรับแบรนด์ในการสร้างเกมการตลาดที่จับใจได้ทั้งตลาดคู่รัก และตลาดครอบครัวไปพร้อมกัน
รวมอินไซต์ช่วงเทศกาล ทำเกมการตลาด ต้องรู้ใจลูกค้าก่อน

– OpenTable เผยเทรนด์การฉลองวาเลนไทน์เริ่มเข้าสู่โซน Self-Love และ Friendship มากขึ้น โดยเฉพาะ Gen-Z ที่ 70% ต้องการเปลี่ยนวาเลนไทน์ให้เป็นเทศกาลที่ไม่จำกัดแค่คู่รัก เช่น Galentine หรือครอบครัวกำลังมาแรงแซงหน้าการเดตแบบดั้งเดิม
– Intuit แพลตฟอร์มการเงินระดับโลก เผยเทรนด์ ‘หายหัว เพราะกลัวต้องจ่าย’ คือการที่คนเลือกที่จะเลิกกับแฟน หรือหายหัวไปเลยก่อนช่วงเทศกาล เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย โดย 39% รู้สึกถูกบังคับให้ต้องจ่ายเงินมหาศาลในการเดต จน Gen-Z ราว 44% ไม่อยากมีแฟนในช่วงนี้
– Jing Daily สื่อตลาด Luxury จีน วิเคราะห์ว่า ผู้บริโภคเริ่มเบื่อหน่าย กับการที่แบรนด์ ถมสีแดงใส่ทั้งตรุษจีนและวาเลนไทน์ จนแยกไม่ออกว่าขายอะไรกันแน่
– Pentagon Food Group (UK) วิเคราะห์พฤติกรรมคนจีนโพ้นทะเล (คนจีนที่อยู่นอกประเทศจีน) พบว่าคนรุ่นใหม่พร้อมรักษาธรรมเนียม แต่อยากทันสมัยด้วย
– DropShip China Pro คาดคะเนว่าด้วยความที่สองเทศกาลใกล้กัน ซัพพลายเออร์ในจีนเตรียมหยุดยาวช่วงตรุษจีน แบรนด์ที่บริหาร Stock ไม่ดีอาจเสียโอกาสจากสองเทศกาลนี้พร้อมกันได้
– Trip.com ระบุว่า ตรุษจีนปี 2026 นักท่องเที่ยวจองตั๋วแบบระยะไกลเพิ่มขึ้นกว่า 50% และจองทริปยาวนานขึ้น
ไอเดียการตลาด เล่นแบบไหนจับใจผู้บริโภค และคุ้มค่ากับแบรนด์

1. เจาะตลาดคนโสด พื้นที่ปลอดภัยในวันแห่งความกดดัน
ช่วงนี้กลุ่มคนโสดต้องเผชิญความกดดันสองเด้ง ทั้งความเหงาจากการเห็นคู่รักเดินกันเต็มถนนในวันวาเลนไทน์ และอีกไม่กี่วันต่อมาต้องรับมือคำถามสุดคลาสสิกจากญาติผู้ใหญ่ว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน หรือมีแฟนหรือยัง
สิ่งที่แบรนด์ทำได้คือการวางตัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจ เปลี่ยนจากการตอกย้ำความโรแมนติก มาสร้างความสบายใจให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น
- จัดโซนพิเศษที่ตกแต่งแบบอบอุ่นและเป็นส่วนตัว ตัดขาดจากโซนคู่รักอย่างสิ้นเชิง พร้อมเสิร์ฟเมนูเดี่ยวราคาพิเศษ แยกจากแคมเปญคู่รัก
- ออกแพคเกจบริการที่เน้นความเงียบสงบ และผ่อนคลายขั้นสุด เพราะลูกค้าบางคนอยากหนีความวุ่นวายจากเทศกาลเช่นกัน
2. กลยุทธ์สี ‘Burgundy’ สีเดียว เที่ยวได้สองงาน
ช่วงเทศกาลปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกคือการเปลี่ยน Theme ร้าน เพราะการจะเปลี่ยนจากสีชมพูจ๋าในวันวาเลนไทน์ ให้กลายเป็นสีแดงจีนเพื่อรับตรุษจีนภายในระยะเวลาเพียง 2-3 วัน เป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาล
การเลือกใช้สีตรงกลางอย่างสี Burgundy แดงไวน์ แทนสีแดงสดแบบเดิมๆ สามารถช่วยให้แบรนด์ดูมีภาพลักษณ์ที่เป็นกลางอย่างแนบเนียนโดยไม่ต้องเปลี่ยนไปมา
- แบรนด์ High-End เริ่มเลี่ยงการใช้สีแดงสด แต่หันมาใช้สี Burgundy ที่ดู Modern Timeless และให้ความรู้สึกหรูหราที่ตอบโจทย์ทั้งความรัก และความมั่งคั่ง
- ออกแบบสินค้าแฟชั่นในสไตล์ Smart Casual สี Earth Tone หรือ Burgundy ที่ลูกค้าสามารถใส่ไปรับซองอั่งเปาได้อย่างสุภาพ และใส่ไปเดตต่อในช่วงค่ำได้อย่างมีสไตล์ แทนการสกรีนลายกราฟิกที่ระบุเทศกาลชัดเจน
3. สินค้า ‘Hybrid Function’ ชิ้นเดียวจบ ครบทุกความรู้สึก
ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การต้องควักกระเป๋าซื้อของขวัญสองชิ้นใหญ่ๆ ในสัปดาห์เดียวกัน อย่างของขวัญให้แฟน และของไหว้/ของขวัญผู้ใหญ่ ทำให้หลายคคิดหนัก และอาจจบลงด้วยการเลือกตัดงบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไป ซึ่งเป็นการเสียโอกาสของแบรนด์
ด้าน Alibaba Party Ideas เสนอไอเดียสินค้าแบบ Fusion ที่ซื้อครั้งเดียวจบ ผ่านสินค้าแบบ 2-in-1 ของขวัญชิ้นเดียวที่ทำหน้าที่ได้สองอย่างช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะรู้สึกว่าจ่ายครั้งเดียวจบ
- ขนมหรือของว่างที่ตกแต่งด้วยทองคำเปลวที่สื่อถึงความมั่งคั่งของตรุษจีน แต่มาในรสชาติหวานละมุนอย่างช็อกโกแลต หรือ สตรอว์เบอร์รีที่สื่อถึงความรักบรรจุในกล่องดีไซน์หรูที่ไม่มีลวดลายเฉพาะเจาะจง
- สื่อสารด้วยคอนเซปต์ที่ทำให้สินค้านั้นสามารถมอบให้ได้ทั้งคนรักในฐานะของมีค่า และผู้ใหญ่ที่เคารพในฐานะของมงคล
4. จับ Pain Point คนขี้ลืม/คนยุ่ง ด้วยเซ็ต ‘นาทีสุดท้าย’
เชื่อไหมว่า Insight หนึ่งในช่วงเทศกาลแบบนี้ และเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี คือการลืมซื้อของขวัญ หรือทำงานจนไม่มีเวลาเลือกของขวัญ ยิ่งในช่วงที่สองเทศกาลใกล้กัน เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นแน่ๆ เรียกได้ว่าเป็นโอกาสของธุรกิจที่จับ Pain Point ตรงนี้ได้เร็ว
แบรนด์ธุรกิจ Delivery, Quick Commerce หรือร้านดอกไม้ ควรงัดกลยุทธ์ ‘เซ็ตฉุกเฉิน’ ออกมาใช้ วางตัวเป็นฮีโร่กู้สถานการณ์วิกฤตความรัก และความกตัญญูในนาทีสุดท้าย
- จัดชุดของขวัญ Play Safe ให้ใครก็ได้ หยิบได้ทันที จังหวะนี้ตัวเลือกต้องน้อยที่สุด และปลอดภัยที่สุดโดยลูกค้าจะไม่ต้องคิดอะไรเลย เช่น เซ็ตดอกไม้ที่จัดช่อ และคัดเลือกตามความหมายเรียบร้อย หรือเซ็ตของขวัญที่ให้ได้ทั้งคนรัก และครอบครัวแบบได้รอยยิ้มกลับมา
- ลดขั้นตอนการตัดสินใจ จาก 10 นาที เหลือ 10 วินาที จิ้ม จ่าย จบ คือสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการที่สุด
การที่วันวาเลนไทน์และตรุษจีนปี 2026 มาเจอกันแบบ Double Festival นี้ แม้จะดูเหมือนเป็นงานยากที่ต้องแข่งกับเวลา แต่ถ้ามองมุมใหม่ นี่คือโอกาสทองที่จะรวบยอดขายได้จากทั้งสองกลุ่มในคราวเดียวโดยไม่ต้องทำหลายแคมเปญให้เปลือง แถมยังเข้าถึงความรู้สึกของลูกค้าได้จริงๆ เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาสั้นๆ ที่แสนวุ่นวาย ให้กลายเป็นสัปดาห์ที่คุ้มค่า
