วิเคราะห์โอกาสแบรนด์ไทยกับ Blue Ocean ตลาดเฮลตี้ 42% จากคนไทยยอมจ่ายเพื่อสุขภาพ

  • 23
  •  
  •  
  •  
  •  

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

 

42% ของผู้บริโภคชาวไทยใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อชีวิตที่มีสุขภาพดี

เรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีขึ้นแท่นความสำคัญที่ผู้บริโภคทั่วโลกต่างให้ความสนใจซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย จากผลการวิจัยล่าสุดของ Mintel ใน https://store.mintel.com/markets/thailand-market-research พบว่า 46% ของผู้บริโภคชาวไทย* เห็นด้วยว่าประเภทอาหารที่พวกเขาบริโภคเป็นประจำส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพวกเขามากที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นเหตุผลที่ผลักดันให้ 70% ของผู้บริโภคชาวไทยพยายามรับประทานอาหารที่สมดุลกว่าเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดของพวกเขา โดยมีจำนวนผู้บริโภคที่เท่ากันกล่าวว่าพวกเขาเองกำลังรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เสริมคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีคนไทย 42% ที่กล่าวว่าพวกเขาใช้จ่ายไปกับผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพและความงามมากขึ้นซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพและการดูแลตัวเองที่กำลังมาแรงอีกด้วย

คุณปองสงวน จีระเดชากุล นักวิเคราะห์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคสูงอายุของ Mintel ประเทศไทยกล่าวว่า

“คนไทยกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพมากขึ้น พวกเขากังวลเกี่ยวกับอาหารการกินและพยายามวางแผนการใช้ชีวิตของตนให้ไปอยู่ในจุดที่มีสุขภาพชีวิตที่ดีและแข็งแรงกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คนไทยหันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพที่รุนแรงอื่น ๆ โดยพวกเขาหันมาให้ความสนใจในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น โดยความสนใจที่เพิ่มขึ้นในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ซึ่งประชากรที่อายุน้อยและที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองใช้จ่ายมากกว่าเพื่อให้ได้มาซึ่งชีวิตที่มีสุขภาพดี”

 

 

“ตอนนี้นับเป็นเวลาอันสมควรสำหรับแบรนด์ในการหันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่สนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี อย่างเช่น เครื่องดื่มฟังก์ชัน วิตามินและอาหารเสริม และอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ โดยตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเหล่านี้สามารถเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะเพื่อตอบโจทย์โอกาสที่เหมาะสมทางการตลาดของแต่ละแบรนด์ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน เป็นต้น ในการทำเช่นนี้ผู้บริโภคสามารถประกอบการตัดสินเลือกผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ดีและตอบโจทย์สุขภาพของพวกเขามากยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้นการเคลมเชิงวิทยาศาสตร์บนฉลากของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเสริมสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เรื่องของความสะดวกในการกินและความกินง่ายยังเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการทำให้ผู้บริโภคสนใจ โดยอาจรวมไปถึงการมีแอปพลิเคชันที่ช่วยติดตามรูปแบบการบริโภคหรือระบบบริการสมัครสมาชิกจะช่วยเป็นอีกขึ้นให้แบรนด์ยกระดับการติดต่อและการมีส่วนร่วมกับลูกค้าของพวกเขาในระยะยาวได้”

 

ปรับสมดุลชีวิตทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เปลี่ยนเกมสถานที่และวัฒนธรรมในการทำงานไปอย่างมากมาย เหล่าพนักงานบริษัทเริ่มประสบกับภาวะหมดไฟในการทำงานมากกว่าที่เคย โดยผลการวิจัยของ Mintel แสดงให้เห็นว่าเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรวัยทำงาน (47%) รู้สึกหมดไฟในการทำงาน ในขณะที่ 36% ของคนไทยรู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจ

“แม้คนรุ่นใหม่จะประสบกับปัญหาทางสุขภาพจิตมากขึ้น ผลิตภัณฑ์และบริการในท้องตลาดที่มาช่วยสนับสนุนสุขภาพอารมณ์และจิตใจยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมหรือถูกมองหามากนักในหมู่ผู้บริโภคในประเทศไทย แบรนด์สามารถใช้โอกาสนี้ในการขึ้นเป็นผู้นำและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยจัดการกับปัญหาด้านอารมณ์และจิตใจต่าง ๆ ให้กับลูกค้าของพวกเขาได้ โดยแบรนด์สามารถถือกุญแจสำคัญในกับมัดใจผู้บริโภคผ่านการสื่อสารแก่ผู้บริโภคให้รับรู้ถึงคุณประโยชน์และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ พร้อมเดินเกมไปข้างหน้ากับแคมเปญผลิตภัณฑ์ที่จะมาสร้างการรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมในปัจจุบัน

 

 

คุณปองสงวน ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับเปลี่ยนสภาวะทางอารมณ์ อย่างที่เรามักพบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ มีศักยภาพมากในการช่วยบรรเทาความเครียดและสนับสนุนสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมในกลุ่มผู้บริโภค แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสุขภาพจิตด้วยการเตรียมแผนการตรวจสอบภาวะสุขภาพแต่เนิ่นๆ หรือสามารถเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นอารมณ์และจิตใจในแต่ละวันของผู้บริโภคได้ ซึ่งในที่นี้อาจรวมไปถึงการที่แบรนด์ช่วยเหลือผู้บริโภคที่กำลังเผชิญกับความวุ่นวายทางจิตใจผ่านบริการพูดคุยและรับฟังแบบดั้งเดิมบนโลกออฟไลน์ โดยสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับแบรนด์คือการให้ผู้บริโภคเข้ามาเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่าง ๆ ของแบรนด์และจัดหาวิธีการติดตามอารมณ์และสุขภาวะทางอารมณ์ที่เหมาะสมที่สุดให้แก่พวกเขาเหล่านั้น”

 

หมายเหตุ:

*ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน 2,000 คนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

[ข่าวประชาสัมพันธ์]


  • 23
  •  
  •  
  •  
  •