เปิดวิธีคิด ‘หมู-อาซาว่า’ 18 ปีกับการสร้างอาณาจักร ‘Asava Group’ ปั้น 6 แบรนด์ในพอร์ตฯ ที่มากกว่าแฟชั่น พร้อมบทบาทใหม่ ลุยธุรกิจบันเทิง ‘ผู้ผลิตซีรีส์-บริหารศิลปิน’

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Asava-Group

ตลอดระยะเวลา 18 ปีของ Asava Group” (อาซาว่า กรุ๊ป) ภายใต้การนำของ คุณพลพัฒน์ อัศวะประภา” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “หมูอาซาว่า” ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง ได้เริ่มต้นธุรกิจแฟชั่น ด้วยการปั้นแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิง Asava จากแบรนด์แรกได้แตกกิ่งก้านขยาย Brand Portfolio ถึงวันนี้เติบโตเป็น Asava Group ที่มี 6 แบรนด์ในเครือ ครอบคลุมทั้งธุรกิจแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และร้านอาหาร

นอกจาก 6 แบรนด์ในเครือ Asava Group แล้ว ยังได้ร่วมทุนกับ NARA Group(นารา กรุ๊ป) กลุ่มร้านอาหารไทยพรีเมียม ปั้นแบรนด์ร้านอาหาร โค ลิมิเต็ด (CO LIMITED) และโค ฮอทพอท (CO HOTPOT) รวมทั้งเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายในปีนี้ รวมทั้งล่าสุดยังได้เข้าสู่ “ธุรกิจบันเทิง” ด้วยการจัดตั้งบริษัทผลิตซีรีส์ ASA Studio และบริษัทร่วมทุน MJ ARTIST MANAGEMENT

 

เปิดอาณาจักร Asava Group กับ 6 แบรนด์ในพอร์ตฯ ดันยอดขายโต 131%

จากจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 แบรนด์แฟชั่น Asava ได้ถือกำเนิดขึ้น ถึงวันนี้ประกอบด้วย 6 แบรนด์หลักในพอร์ตโฟลิโอ

เริ่มจากด้วยการเปิดตัว Asava แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงที่เน้นความเรียบโก้ และสง่างาม เป็นแบรนด์ที่ทำให้คนรู้จัก Asava

Asava Group-Asava
Asava

สองปีต่อมา เปิดตัวแบรนด์น้องสาวชื่อ ASV วางคอนเซ็ปต์ ดีไซน์ และกลุ่มเป้าหมายต่างจากแบรนด์พี่ โดยโฟกัสกลุ่มหญิงสาวรุ่นใหม่

หลังจากทำตลาดกับ End consumer ก็ได้ขยับขยายสู่การทำตลาดลูกค้าองค์กร ด้วยการทำ Uniform by Asava แบรนด์เสื้อผ้ายูนิฟอร์มที่ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีลูกค้าจากหลากหลายองค์กร เช่น สายการบิน, ธนาคารชั้นนำในไทย ปัจจุบันธุรกิจออกแบบและผลิตชุดยูนิฟอร์ม ทำรายได้สัดส่วนถึง 30% ของ Asava Group

จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างให้กับ Uniform by Asava และทำให้สามารถ retain ลูกค้าองค์กรมาได้ยาวนาน คือ การผสมผสานระหว่างความเป็นดีไซเนอร์ กับระบบโรงงาน จึงตอบโจทย์ One stop shop ลูกค้าสามารถสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ วัดตัวผ่านออนไลน์ มี Sizing มากถึง 200 ไซส์ ทั้ง Top – Bottom และมีโรงงานผลิตของตัวเอง จึงสามารถรองรับยอด volume ขนาดใหญ่ที่มีจำนวนพนักงานกว่า 20,000 – 25,000 คน

รวมทั้งได้ขยายเข้าสู่กลุ่มธุรกิจ “Hospitality” ด้วยการให้บริการ “Corporate Identity Design” ให้กับองค์กรต่างๆ ผ่านงานดีไซน์

Asava Group-UniformbyAsava
Uniform by Asava

ต่อมาได้แตกแบรนด์ “WHITE Asava แบรนด์สำหรับชุดเจ้าสาว – เพื่อนเจ้าสาว และลูกค้าที่ต้องการเสื้อผ้าแบบ Customize สำหรับสำหรับโอกาสพิเศษ

นอกจากเจาะกลุ่มผู้หญิงแล้ว ยังได้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้ชาย ด้วยการปั้นแบรนด์ MOO Bangkok เป็นเสื้อผ้าผู้ชายกึ่งสตรีทแฟชั่น กับสไตล์วินเทจเข้าด้วยกัน ปัจจุบันมีสาขาที่พารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, Pop-up Shop ที่เอ็มสเฟียร์ใช้ชื่อว่า “สายเจ้าพ่อ MOO” และล่าสุดที่ดุสิตพาร์ค

Asava Group-White Asava
White Asava

ไม่เพียงแต่ธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เท่านั้น Asava Group ยังได้ diversify มาสู่ “ธุรกิจร้านอาหาร” ด้วยการสร้างแบรนด์ SAVA THAI THAI FLAVOUR ปัจจบันมี 2 สาขาคือ เอ็มโพเรียม และเซ็นทรัล ชิดลม

“ปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 แล้ว ธุรกิจเติบโตมาค่อนข้างลงหลักปักฐาน เข้าไปในหลายประเภทธุรกิจ ธุรกิจเราไม่ได้มองตัวเองอยู่ในกลุ่ม Super Luxury หรือ Super Brand แต่เราอยู่ในกลุ่มพรีเมียมที่เรียกว่า ‘Young Luxury’ ซึ่งหลังโควิดเป็นช่วงธุรกิจแฟชั่นทั่วโลกกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ เพราะคนอยู่บ้านมานานในช่วงโควิด ก็อยากกลับมาแตกตัว ทำให้ในช่วงปี 2022-2023 ตลาดแฟชั่นเติบโตก้าวกระโดด  

แต่ในช่วงปี 2024-2025 เศรษฐกิจทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยผันผวน และเริ่มเห็นผลกระทบของเศรษฐกิจ ด้วยปัจจัยต่างๆ หลายประเทศประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ และอัตรการบริโภคดลง ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจแฟชั่น อย่างในระดับโลกปีที่ผ่านมา จะเห็นชัดว่า ‘Super Brand’ มีการขยับดีไซเนอร์ แสดงให้เห็นว่าแต่ละแบรนด์ไม่สามารถ achieve เป้าการเติบโตได้

อย่างไรก็ตามแม้ระบบเศรษฐกิจจะทำให้ทุกอย่างชะงักงัน แต่ ‘Asava Group’ ยังมีการเติบโตที่ดี เรายังดำเนินกิจการที่มีกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายสูงถึง 131%

Asava Group-MOOBangkok
MOO Bangkok

 

Next Step 2026 และอนาคตจากนี้

สำหรับแผนธุรกิจ Asava Group ในปี 2026 และอนาคตจากนี้ ได้วางกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น

  • Asava: ยังคงเป็น Flagship brand ของเครือ และนอกจากตลาดในประเทศแล้ว กำลังมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ ด้วยการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ
  • ASV: มีแผนรุกทำตลาดหนักในปีนี้ ทั้งปรับโครงสร้างแบรนด์, เพิ่มหมวดหมู่สินค้ามากขึ้น และมี Opening Price ที่ดึงดูดลูกค้าคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่ม Gen Z, Gen Y หรือ Millennials

“เซ็กเมนต์ ASV ยังมีตลาดให้โตได้อีกมาก แต่กลุ่มเป้าหมาย Gen Z, Gen Millennials เรื่องของ ราคาเข้ามามีผลต่อการตัดสินใจ ขณะที่เราเป็นบริษัทที่ไม่ได้เอา Prive-driven หรือทำราคาเชือดเฉือนในการทำตลาด เพราะฉะนั้นเราอาจต้องหาเอเจนซีมาช่วยด้านรีเสิร์ชเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ และอาจจะมีราคา Opening price ที่ลดลง จากเดิมราคาเริ่มต้น 2,000 กว่าบาท อาจลงมาอยูที่ 1,000 ปลายๆ เพื่อให้ดึงดูดมากขึ้น  

Asava Group-Asv
Asv

คุณหมู ยังได้ขยายความเพิ่มเติมถึงอินไซต์การแต่งตัวของคนรุ่นใหม่ยุคนี้ ให้ความสำคัญกับตัวตน ไลฟ์สไตล์​ และอารมณ์ความรู้สึก หรือ vibe มากกว่าจะแต่งตามกระแสแฟชั่น

“เทรนด์แฟชั่นไม่ได้มีอิทธิพลกับ Generation ใหม่ๆ แล้ว คนรุ่นใหม่ไม่ได้วิ่งตามกระแสแฟชั่นเหมือนก่อน แต่เขามองหา ‘Vibe’ ที่เหมาะกับตัวเขาเอง หาของที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ตัวเองที่เขาอยากพรีเซนต์ตัวเองในแบบไหน เพราะฉะนั้นคนรุ่นใหม่ซื้อเสื้อผ้าไม่ได้ติดแบรนด์ แต่ติด vibe ใส่แล้วได้ vibe นี้ ได้ look ประมาณนี้ เพราะฉะนั้นการสร้าง vibe เป็นสิ่งสำคัญ บางคนมีหลาย vibe เพราะฉะนั้นเขาก็มองหาเสื้อผ้าที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญโลกเปลี่ยนไปเน้น Casual, Relax และ Practical มากขึ้น จะเห็นได้ว่าหลายออฟฟิศอนุญาตให้แต่งตัวสบายขึ้น เพราะฉะนั้นแบรนด์ก็ ต้อง reflex ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของ Generation หรือกลุ่มลูกค้าที่เรามุ่งหวังว่าจะมาเป็น consume เสื้อผ้าเราด้วย”

Asava Group-Asv
ASV
  • MOO Bangkok: มุ่งต่อยอดสินค้าแฟชั่นสู่ Lifestyle Items เพื่อให้แบรนด์สามารถสะท้อนตัวตน และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่ช่องทางจำหน่าย นอกจากสาขาในปัจจุบันแล้ว ในปีนี้เตรียมเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา รวมทั้งเพิ่มช่องทางการไลฟ์สด เพื่อเข้าถึงลูกค้า Gen Y และ Gen Z มากขึ้น

ที่ผ่านมาทั้งแบรนด์ ASV และ MOO Bangkok สามารถทำยอดขายจากการไลฟ์ เติบโตขึ้นกว่า 100% เนื่องจากลูกค้าต้องการเห็นสินค้าในมุมมองที่สมจริง และการแนะนำ Styling แบบเรียลไทม์

“การลงทุนของเราไม่ใช่แค่การสร้างยอดขาย แต่สร้างคุณค่าระยะยาว โดยเพิ่มเติมระบบดิจิทัลและ CRM ที่เชื่อมต่อ Omni-channel ให้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น”

Asava Group-MOOBangkok
MOO Bangkok
  • ปรับโฉมร้าน และขยายสาขาในบางทำเล: เน้นคุณภาพ ประสบการณ์ และความสอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ โดยเลือกขยายในจุดที่แบรนด์สามารถเล่าเรื่องได้ที่ดีสุด และเปิดจุดจำหน่ายใหม่ๆ ในรูปแบบ Pop-up store เพื่อทดลองตลาดใหม่ๆ และในหัวเมืองใหญ่

เราเห็นแบรนด์ในเอเชียเริ่มมีความเป็น Global Luxury มากขึ้น จึงมองว่าต้องยกระดับแบรนด์เรา โดยจ้างเอเจนซี่มาทำ Brand Revamp และปรับปรุงสำนักงานใหญ่ที่สุขุมวิท 45 เพื่อทำโชว์รูมใหม่ และจะเปิดช้อปใจกลางเมืองแนวรถไฟฟ้าในช่วงเดือนมีนาคม

โดยเราจะกลับมาเปิดรูปแบบ Store front ของเราเอง เพราะเราเชื่อว่าผู้บริโภครุ่นใหม่เริ่มมองหา Journey หรือประสบการณ์การซ้อปที่ให้ vibe ของการมีสังคม หรือกลุ่มก้อนของตัวเองมากขึ้น และมีมิติในการรับรู้ถึงความหมายและคุณค่าของแบรนด์”  

Asava Group
คุณพลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group
  • ขยายตลาดต่างประเทศ: เน้นกลุ่มเป้าหมาย “ตะวันออกกลาง” และ “เอเชียตะวันออก” ผ่านช่องทาง Multi-label Store และ Online โดยได้พัฒนาระบบ Global E-Commerce ผ่านเว็บไซต์ asavagroup.com และ moobangkok.com ให้สามารถรองรับลูกค้าทั่วโลก

เสริมทัพด้วยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และการรุกเข้าสู่ Marketplaces เฉพาะกลุ่ม เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้าในวงกวางในระยะเวลา 1-3 ปีนี้

นอกจากนี้มีแผนเพิ่มจำนวนโชว์รูม และ Pop-up Stores ในโซนเอเชียเพื่อสร้าง physical touchpoint ให้ลูกค้าต่างชาติได้สัมผัสประสบการณ์จริงและเข้าถึงสินค้าได้อย่างใกล้ชิด

  • ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารในเครืออย่าง SAVA THAI THAI FLAVOUR: ได้มองหาทำเลใหม่ในการขยายสาขาเพิ่ม ในรูปแบบ Stand alone จากปัจจุบับมีสาขาที่เอ็มโพเรีบม และเซ็นทรัลชิดลม รวมทั้งเล็งขยายสาขาไปต่างประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างคุยกับพาร์ทเนอร์จีนและฮ่องกง เพื่อดูจังหวะเวลาที่ใช่และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของตลาดที่นั่น

“เราตั้งเป้ารายได้แบรนด์ Asava เติบโต 20%, ASV รายได้เพิ่มขึ้น 45% และ MOO Bangkok รายได้โต 40% ขณะที่ภาพรวมของทั้ง 6 แบรนด์ ประเมินการขยายตัวของรายได้ไว้ที่ 30% สะท้อนศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน”

Asava Group-SAVA
SAVA

 

เดินหน้าจับมือ นารา กรุ๊ป ลุยธุรกิจร้านอาหารในไทย-่างประเทศ

นอกจาก 6 แบรนด์ในเครือ Asava Group แล้ว คุณหมูยังได้จับมือกับ “นารา กรุ๊ป” ร่วมลงทุนทำธุรกิจอาหารด้วยกัน บริษัทโค รุ่งเรือง ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Thai Premium Street Food Destination” ปัจจุบันมีแบรนด์ “CO LIMITED” มีทั้งสาขาในไทย และเริ่มขยายไปยังต่างประเทศด้วยโมเดลแฟรนไชส์ ประเทศแรกที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา และแบรนด์ “CO HOTPOT” เตรียมจะเปิดที่ไต้หวัน

นอกจากนี้มีแผนจะเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารเพิ่มอีก 2 แบรนด์ที่ Joint Venture กับนารา กรุ๊ปภายในปีนี้เพิ่มเติม ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์มองโอกาสการขายแฟรนไชส์ไปต่างประเทศ

“ภายใต้แบรนด์ CO ที่ทำร่วมกับนารา กรุ๊ปโตมาก ทั้งในไทยที่จะเปิดสาขาเพิ่ม ขณะที่ต่างประเทศ มีแผนขยายไปอีกหลายประเทศ

นารา กรุ๊ปมีร้านในต่างประเทศ 30-40 สาขา ร้านแฟรนไชส์นาราเดิมอยากได้ร้านอาหารรูปแบบใหม่ๆ แบรนด์ CO LIMITED และ CO HOTPOT จึงเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเป็นสตรีทฟู้ดพรีเมียมที่มีคาแรคเตอร์สนุกสนาน” คุณหมู เล่าถึงการขยายธุรกิจร้านอาหาร ภายใต้การร่วมทุนกับนารา กรุ๊ป

CO LIMITED
CO LIMITED

 

จากธุรกิจแฟชั่นร้านอาหาร สู่ “ธุรกิจบันเทิง” ผลิตซีรีส์-บริหารศิลปิน

จากอาณาจักร Asava Group และการร่วมทุนกับนารา กรุ๊ปทำธุรกิจร้านอาหาร ล่าสุดตัวพ่อผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นไทย คุณหมู พลพัฒน์ ยังได้สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ด้วยการกระโดดเข้าสู่ “ธุรกิจบันเทิง” อย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดบริษัทใหม่ (ไม่ได้อยู่ในเครือ Asava Group และธุรกิจ JV กับนารา กรุ๊ป)​

  • ASA Studio: ผลิตซีรีส์ ประเดิมเรื่องแรก “คมเดือน” (MANDATE) ออกอากาศที่ Monomax และในปี 2026 เตรียมเปิดกล้องถ่ายทำอีก 2 เรื่อง
  • ่วมทุน JUSTUP ตั้งบริษัทบริหารศิลปิน ภายใต้ชื่อ MJ ARTIST MANAGEMENT: นำทัพโดย 4 ผู้บริหารใหญ่ คือ หมู พลพัฒน์, จ๋อง พงศ์นรินทร์ อุลิศ, จัสติน โสตางกูร, อัพ ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง

การเข้าสู่ธุรกิจบันเทิง เกิดจากการหารือกันระหว่างผู้บริหารเครือ MONO Next ซึ่งคุณหมูเป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วยนั้น ที่ต้องการขยายคอนเทนต์ให้เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z, Gen Y จากเดิมช่องในเครือ MONO เชี่ยวชาญการผลิตละครบู๊, สยองขวัญ หรือระทึกขวัญอยู่แล้ว ในขณะที่ละคร หรือซีรีส์ที่คนรุ่นใหม่นิยมดูในปัจจุบัน เช่น ซีรีส์วาย และซีรีส์ยูริ (BL, GL) เป็นแนวที่ช่องยังไม่มี ประกอบกับถ้าจะทำให้แพลตฟอร์ม MONOMAX เติบโตด้านสมาชิก ต้องมีคอนเทนต์ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

“คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจ่ายเงินให้กับแพลตฟอร์ม Streaming คือคนรุ่นใหม่ Gen Y, Gen Z เพราะฉะนั้นถ้าจะทำให้แพลตฟอร์ม MONOMAX โต ต้องขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์ที่มีคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มคนดูหลัก ซึ่งทางพี่แดง ธัญญาพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ (ผู้บริหารฝ่ายคอนเทนต์ของ MONO Next) บอกว่าเราไม่ได้มี Executive Producer ที่ถนัดคอนเทนต์วัยรุ่น เพราะคอนเทนต์ส่วนใหญ่ของช่อง MONO 29 เป็นละครที่คนดูเป็นกลุ่มผู้ใหญ่

ปรากฏว่าทางทีมผู้บริหารให้ผมไปทำ ซึ่งโดยส่วนตัวจบด้านการแสดงมา และสมัยเรียนเคยเล่นละครเวที เป็นหนึ่งใน passion ที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ประกอบกับโอกาสที่เข้ามา คิดว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราทำได้ เพราะที่ผ่านมาทุกธุรกิจที่ตนเองทำ มาจากการมองว่าเราอยากทำอะไร ทำได้ไหม ชอบไหม ทำแล้วมีความสุขไหม”

Asava Group

แม้ปี 2026 จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ คุณหมู พลพัฒน์ เชื่อมั่นในการสร้างการเติบโต Asava Group ด้วยการ diversify ธุรกิจครอบคลุมทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และร้านอาหาร โดยมีบุคลากรของบริษัทร่วมขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า และไม่เพียงแต่ Asava Group เท่านั้น ก้าวสำคัญกับการรุกเข้าสู่ ธุรกิจบันเทิง ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ที่น่าจับตามอง

“แต่ละธุรกิจต้องใช้ความรู้ความชำนาญที่แตกต่างกัน ถือว่าเรายังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เราเพิ่งเข้าไป เรายังอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ได้ทำสิ่งใหม่ๆ และได้เรียนรู้จากคนใหม่ๆ ทำให้เรายังคงแอคทีฟ…”


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ
CLOSE
CLOSE