
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1981 ท่ามกลางการขยายพื้นที่เมืองของกรุงเทพมหานคร ผู้คนเริ่มกระจายตัวออกสู่พื้นที่รอบชานเมือง ส่งผลให้รอบชานเมืองโดยเฉพาะ “รามคำแหง” กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และนำไปสู่การก่อตั้งห้างสรรพสินค้า “The Mall รามคำแหง” การปรากฏตัวของ The Mall ในช่วงเวลานั้น เป็นจุดสำคัญของการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการค้าปลีกไทย และทำให้ย่านรามคำแหงกลายเป็นย่านการค้าที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในยุคนั้น
จากตำนานยุครุ่งเรืองสู่การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในสู่ยุคดิจิทัล ประกอบกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟฟ้า สร้างความท้าทายอย่างมหาศาลจนต้องมีการปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่ ยิ่งในยุคที่หลายอย่างพูดถึงแต่ AI แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มตั้งคำถามถึงคุณค่าของมนุษย์ นำไปสู่การโหยหาอดีต นั่นจึงทำให้ The Mall Group ร่วมมือกับ คุณชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ เพื่อสร้างตำนานบทใหม่ในนาม “1981 Soul & Sold” พื้นที่ที่ให้คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างสรรค์แรงบันดาลใจร่วมกัน

ถอดรหัสเลข “1981” ปีแห่งประวัติศาสตร์
หลายคนที่เห็นหรือได้ยินชื่อ “1981 Soul & Sold” อาจจะเข้าใจได้อยู่แล้วว่า 1981 หมายถึงปี แต่หลายคนคงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นปี 1981 เพื่อให้กระจ่าง คุณชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ Retail Curator ของโครงการ ได้เล่าให้ฟังว่า 1981 ไม่ได้เป็นตัวเลขที่สุ่มตั้งขึ้นมาเท่ๆ หรือรหัสลับใดๆ เพราะหากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ปี 1981 จะเห็นได้ว่า ปี 1981 คือจุดพลิกโฉมโลกในหลายๆ เรื่องจากยุคอนาล็อกสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

ที่ชัดเจนมากที่สุดในปี 1981 ต้องยกให้ IBM ที่เปิดตัวคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) เครื่องแรกเข้าสู่บ้านเรือนในปี 1981 ซึ่งเป็นรากฐานต่อยอดสู่โลกอินเทอร์เน็ตและ AI ในปัจจุบัน ในด้านดนตรีปี 1981 เป็นจุดเริ่มต้นถือกำเนิดของ MTV ที่เข้ามาปฏิวัติ Pop Culture ไปตลอดกาล ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี Sony Walkman ที่ออกวางจำหน่ายในปี 1981 ที่ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่ Gen Z เริ่มย้อนกลับนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคดิจิทัลนี้อีกครั้ง
รวมถึงยังเป็นปีที่เกม Donkey Kong ได้เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรก นอกจากเทรนด์และไลฟ์สไตล์แล้วในปี 1981 ยังเป็นปีที่ตำนานราชาเพลงเรกเก้ Bob Marley จากโลกใบนี้ไป และนำมาสู่แรงบันดาลใจขอสำคัญของคำว่า “Soul” ในชื่อโครงการ เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทยในปี 1981 เป็นปีที่ความเจริญของไทยเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อ “ทางด่วนเฉลิมมหานคร” ได้เปิดใช้งานเป็นครั้งแรก
ส่งผลให้เกิดการเชื่อมต่อของการคมนาคมและนำไปสู่การถือกำเนิดห้างสรรพสินค้าชานเมืองแห่งแรกอย่าง “The Mall รามคำแหง” ที่เกิดขึ้นในปี 1981 จนกระทั่งวันนี้การนำเรื่องราวของสิ่งของเก่าที่เคยถูกขายไปแล้ว (Sold) ถูกนำกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ด้วยเรื่องราวภายใต้แนวคิด Newstalgia ที่ดึงคนรุ่นใหม่ให้มาสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยยังคงเคารพในรากฐานของอดีต
เจาะ 3 กลยุทธ์แหวกแนวฉีกกฎ Retail
แน่นอนว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้ว การทำพื้นที่ค้าปลีกในยุคนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป การเน้นมุมสวยหรือการมีสินค้าที่หลากหลายอาจไม่ใช่ตัวดึงดูดใจผู้บริโภคอีกต่อไป แต่การลงลึกในรายละเอียดแบบรู้ลึกรู้จริง เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นๆ จะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคอยากเดินเข้ามาหามากกว่า นั่นจึงทำให้โครงการ 1981 Soul & Sold งัดกลยุทธ์ฉีกตำราค้าปลีกเดิม ด้วยการสร้าง “ระบบนิเวศ” ความชอบและหลงใหลในของเก่างานคราฟท์

เริ่มจาก การตรึงผู้บริโภคให้อยู่ในพื้นที่นานๆ แม้ว่าจะดูไม่แตกต่างไปจากกลยุทธ์เดิมที่ต้องการให้ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานๆ แต่ที่ 1981 Soul & Sold ใช้แนวคิด “เราไม่ต้องหรูหราที่สุด ไม่ต้องดีที่สุด แต่ต้องทำให้ทุกคนอยู่ที่นี่ให้นานที่สุด” ทำให้การดีไซน์พื้นที่ไม่เน้นอัดแน่นด้วยชั้นวางสินค้า แต่ออกแบบมาให้เป็น Community เพื่อให้ผู้บริโภคมาแวะหยุดพัก นั่งคุย แลกเปลี่ยนความรู้ และศึกษาประวัติศาสตร์ของชิ้นงานก่อนตัดสินใจซื้อ จะช่วยให้สินค้านั้นมีคุณค่าและสร้าง Brand Loyalty ได้แข็งแกร่งกว่าการกระตุ้นยอดขายแบบฉาบฉวย
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่แหวกแนวด้วย การสร้างช่องทางสื่อสารของตัวเอง เพื่อปั้นร้านค้าให้กลายเป็น Influencer ด้วยการสร้าง “1981 Studio” ให้เป็น Production House ภายในอาคาร ผ่านการผลิตคอนเทนต์ 3 รายการหลักทั้ง
- Quiet Note: รายการที่ชวนศิลปิน เช่น โอฬาร, The Toys, ปู Blackhead มาร่วมสร้างดนตรีในโลกที่คนมักใช้เสียงแข่งกัน เพื่อดึงให้ผู้คนหันมา “เงียบเพื่อฟัง”
- แบก: พื้นที่บอกเล่าเรื่องราวของพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ 1981 Soul & Sold ที่เริ่มต้นจากเป้ใบเดียวหรือจักรยานคันเดียว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าออกมาเปิดล็อกเล็กๆ และเติบโตไปด้วยกัน
- 1981 Talk: รายการทอล์กสดที่เน้นพูดคุยเรื่อง “ความผิดหวังและความล้มเหลว” ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถนำเสนอในมุมมองเหล่านี้ได้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้ผู้ฟัง

รวมไปถึงยังสนับสนุนให้ร้านค้า Live สดจากในตึก พร้อมเชื่อมต่อกับระบบ Logistic แบบครบวงจรที่ชั้น G ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ขายปุ๊บส่งปั๊บ” ช่วยลบ Pain Point ใหญ่ของอีคอมเมิร์ซที่หลายคนพบ โดยเฉพาะของไม่ตรงปก ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ปิดท้ายด้วย กลยุทธ์รักษ์โลก ที่คนรุ่นใหม่ใส่ใจอย่างมาก โดยในด้านสิ่งแวดล้อม มีการนำของเหลือใช้หรือของเสียกลับมาทำใหม่ให้กลายเป็นงานศิลป์ หรือสร้างเป็นอุปกรณ์ตกแต่ง เช่น การนำไวนิลหรือไม้กอล์ฟเก่ามาดัดแปลงเป็นโคมไฟสุดชิค และในด้านสังคม ด้วยการจัดโซนอาหารชั้น G และปรับฟู้ดคอร์ทพนักงานที่ชั้น 4 ให้กลายเป็นพื้นที่อาหารราคาประหยัด เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับทั้งผู้มาเยือนและลูกจ้างของร้านค้าต่างๆ ในตึก ให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตใน Ecosystem นี้ได้อย่างยั่งยืน
เจาะผังพื้นที่งานศิลป์งานคราฟต์
อาจเรียกได้ว่า 1981 Soul & Sold เป็นการปรับโฉมใหม่ของศูนย์การค้าแบบเดิมๆ ทิ้งไป แล้วจัดสรรพื้นที่ใหม่ด้วยแนวคิด “อารมณ์และไลฟ์สไตล์” โดยแบ่งออกเป็น 8 หมวดวัฒนธรรม กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งอาคาร เพื่อให้เกิดการ Cross-Culture กันอย่างลงตัว เริ่มกันที่
ชั้น G ที่จะเน้นไปที่เรื่องของอาหารการกินด้วยร้านอาหารชื่อดังกว่า 63 ร้าน ทั้งร้านตำนานสตรีทฟู้ด เช่น หลีเฮง คั่วไก่เสาชิงช้า, เจ๊อี๋ เย็นตาโฟ, ก๋วยจั๊บนายอ้วน, ยักษ์กะเพราไทย ผสมผสานกับร้านอาหารแฟรนไชส์ขวัญใจมหาชนอย่าง สุกี้ตี๋น้อย, KFC, Cafe Amazon โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ลาน Classic Car Parking โดยออกแบบมาให้เป็นโชว์รูมและจุดรวมพลของคนรักรถคลาสสิก ทั้งรถยนต์อเมริกันคลาสสิกและมอเตอร์ไซค์ที่สามารถขับมาจอดพบปะ ซื้อขาย แลกเปลี่ยนอะไหล่กันได้จริงๆ

ชั้น M โซนรวมตัวท็อปแห่งวงการแฟชั่น นำทัพโดย PRONTO & Co. ที่เน้นสาย Heritage & Workwear, NICHE GALLERIA ศูนย์รวมของสินค้า High-end/Luxury Pre-Owned และ DOWNTOWN แหล่งรวม Multi-Brand สายสตรีท นอกจากนี้งานออกแบบภายในยังมีความแตกต่าง โดยได้ “ห้างทองบาร์” โปรดักชันเฮาส์ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างฉากภาพยนตร์ใน Netflix มาเป็นผู้ออกแบบพื้นที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินโลดแล่นอยู่ในฉากภาพยนตร์เท่ๆ
ชั้น 1 และ ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ปล่อยของสำหรับคนรักงานคราฟต์ งานทำมือ แฟชั่นเฉพาะกลุ่ม และเฟอร์นิเจอร์แนว Analog & Atomic โดยที่ชั้น 1 จะเป็นที่ตั้งของ “ซอยลุคเกอร์ (Looker)” และร้าน Tattoo Brother ที่ไม่ได้มาแค่รับสักลาย แต่จะมาถ่ายทอดวัฒนธรรมและเรื่องราวของรอยสัก ไฮไลท์สำคัญคือโซนแคมป์ปิ้งและเอาท์ดอร์ ที่นำโครงสร้างลิฟท์เก่ามาดีไซน์แบบยกธรรมชาติเข้ามาไว้ในตึก พร้อมกิจกรรมปีนผาจำลองและการโรยตัวใจกลางห้าง

ชั้น 3 ที่ถูกจัดให้เป็นศูนย์กลางของคนรักสาย Vintage โดยเป็นแหล่งรวมกูรูสาย “ปัก-ซ่อม-แก้-เซอร์วิส” ที่สามารถนำของขึ้นมาตรวจเช็กความแท้ ซ่อมแซมทำความสะอาด หรือจะนำมาปรับแต่ง Custom สร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้ไม่ซ้ำใครก็ได้
ชั้น 4 ศูนย์รวมอาหารพื้นที่ Food Court ราคาประหยัดที่ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับพนักงานเดอะมอลล์ แต่เปิดกว้างให้ผู้บริโภคและพนักงานร้านค้าต่างๆ ใน 1981 Soul & Sold สามารถขึ้นมารับประทานอาหาร ช่วยลดค่าครองชีพให้ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ด้วยงบลงทุนกว่า 1,300 ล้านบาท 1981 Soul & Sold จึงเป็นการสร้าง Ecosystem ที่หยิบนำเอาวัฒนธรรมเก่า งานศิลป์ที่มีเรื่องราวและเข้าใจ Insight ของคนรุ่นใหม่ มาสร้างเป็น Community ที่คุยภาษาเดียวกัน และจะกลายเป็นศูนย์กลางของการสร้างชีวิตให้ของเก่าออกมาเล่าตำนานสู่คนยุคใหม่ ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างเร็วไปหมดด้วย AI
ปัจจุบันมีการจองพื้นที่ไปแล้วกว่า 70% สำหรับผู้ที่จองวันนี้จนถึง 10 เมษายน 2569 จะคิดค่าเช่าที่ตารามเมตรละ 900 บาท ส่วนผู่ที่จองพื้นที่หลังวันที่ 10 เมษายน 2569 จะคิดค่าเช่าตารางเมตรละ 1,100 บาท กรณีที่เป้นร้านในรูปแบบ Pub & Bar จะมีค่าส่วนกลางเพิ่มขึ้นตารางเมตรละ 380 บาท
เตรียมพบกับ 1981 Soul & Sold อย่างเป็นทางการแบบ 100% ได้ในช่วงปลายพฤษภาคมนี้
