กลยุทธ์การสร้างจักรวาลภาพยนตร์ของ Nintendo ผ่านบทเรียนจาก Marvel

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

การขยายอาณาจักรของ Nintendo เข้าสู่โลกภาพยนตร์กำลังกลายเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ถอดบทเรียนมาจากความสำเร็จของ Marvel อย่างมีชั้นเชิง นักวิเคราะห์มองว่าปรากฏการณ์ของภาพยนตร์ The Super Mario Galaxy Movie ที่มุ่งเป้ากวาดรายได้มหาศาลถึง 350 ล้านดอลลาร์ คือเครื่องยืนยันความแข็งแกร่งของลิขสิทธิ์ตัวละครที่บริษัทถือครองอยู่ การปรากฏตัวของ Fox McCloud ในผลงานล่าสุดส่งสัญญาณถึงความพยายามสร้างเครือข่ายเนื้อหาที่เชื่อมโยงกัน เพื่อดึงดูดผู้ชมกลุ่มใหม่ให้เข้ามาสัมผัสโลกของ Nintendo มากขึ้น

ในมุมมองทางธุรกิจ Nintendo วางตำแหน่งให้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนระบบนิเวศของเครื่องคอนโซล รายได้จากตั๋วหนังถือเป็นผลพลอยได้เมื่อเทียบกับเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าให้ตัวละคร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือยอดขายเกม Mario ภาคเก่าที่พุ่งสูงขึ้นทันทีหลังการฉายภาพยนตร์ภาคแรก การสร้างการรับรู้ผ่านสื่อบันเทิงรูปแบบอื่นจึงเป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นเกมและซอฟต์แวร์ในระยะยาว

บทเรียนสำคัญที่ Nintendo เรียนรู้จากความผันผวนของกระแสซูเปอร์ฮีโร่ในปัจจุบัน คือความเสี่ยงจากภาวะความเบื่อหน่ายของผู้บริโภค Marvel เคยประสบความสำเร็จในการปั้นตัวละครระดับรองให้กลายเป็นที่รักของคนทั่วโลก ทว่าการเร่งผลิตเนื้อหาที่มากเกินไปกลับส่งผลให้คุณภาพลดลงจนกระทบต่อความเชื่อมั่น Nintendo จึงเลือกเดินเกมอย่างระมัดระวังด้วยการจัดตั้ง Nintendo Pictures เพื่อควบคุมคุณภาพงานสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง การรักษามาตรฐานที่เข้มงวดนี้ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการขยายตัวที่รวดเร็วเกินไป

ความท้าทายต่อไปของยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมคือการพิสูจน์พลังของตัวละครกลุ่มรอง การทำให้ Donkey Kong หรือ Yoshi มีแรงดึงดูดใกล้เคียงกับ Mario คือโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยการวางแผนระยะยาว การมีทรัพยากรตัวละครที่หลากหลายเปรียบเสมือนการมีผู้เล่นสำรองที่พร้อมสร้างความต่อเนื่องให้ธุรกิจ หาก Nintendo บริหารจัดการความหลากหลายนี้ได้สำเร็จ จักรวาลภาพยนตร์ของพวกเขาจะกลายเป็นรากฐานที่มั่นคงในการเปลี่ยนผ่านจากบริษัทเกมสู่บริษัทความบันเทิงระดับโลกเต็มตัว


  •  
  •  
  •  
  •  
  •