จับตาทางออกการจัดงานขนาดใหญ่ เมื่อเทคโนโลยีเชื่อมธุรกิจในและนอกประเทศ ยุคที่ไร้การเดินทาง

  • 2.7K
  •  
  •  
  •  
  •  

สถานการณ์โรคระบาดที่ผ่านมาถือเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ของโลกใบนี้ ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องถูกระงับอันเนื่องมาจากการป้องกันการแพร่ระบาดแต่ธุรกิจต้องเดินต่อไป เทคโนโลยีออนไลน์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อให้ธุรกิจยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ แต่สำหรับกิจกรรมขนาดใหญ่อย่างงานแสดงสินค้าถือเป็นความท้าทายอย่างมากในการทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรู้สึกเสมือนอยู่ในงานจริงๆ และต้องช่วยให้สามารถเชื่อมต่อธุรกิจเข้าด้วยกัน

นี่คือความท้าทายอย่างมากสำหรับงาน ProPak Asia 2020 งานเดียวที่รวบรวมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีด้านกระบวนการผลิต แปรรูป และบรรจุภัณฑ์ พร้อมด้วยนวัตกรรมต่างๆ สำหรับหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มผลิตภัณฑ์ยา กลุ่มเครื่องสำอางและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมด้วยการสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาด้านการทำธุรกิจ

โดยงาน ProPak Asia 2020 ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดเช่นเดียวกัน แต่ด้วยการนำเทคโนโลยีอย่าง Virtual Exhibition มาผสมผสานกับการจัดงานจริง (Physical Exhibition) จนกลายมาเป็นงานในรูปแบบ Hybrid Exhibition ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2563 ช่วยให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถเลือกได้ว่า จะเดินชมงานในสถานที่จริงหรือจะเลือกชมงานผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ ช่วยให้ผู้ร่วมงานที่อยู่ในต่างประเทศสามารถเข้าชมงานและเจรจาการค้าได้โดยไม่ต้องเจอหน้ากัน

ซึ่งคนที่จะอธิบายถึงการจัดงาน ProPak Asia 2020 ครั้งนี้ได้ดีที่สุดคงต้องเป็น คุณรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงาน ProPak Asia 2020 โดยคุณรุ้งเพชรอธิบายว่า งาน ProPak Asia ถือเป็นงานที่ใช้คำว่า ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียเลยว่าได้ เนื่องจากเป็นงานที่รวบรวมการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ ตั้งแต่ธุรกิจการผลิตไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์ และการขนส่ง

สถานการณ์โรคระบาดที่ผ่านมาผลักดันทำให้การจัดงาน ProPak Asia ต้องเปลี่ยนแปลงไป ธีมงานในปีนี้จึงเน้นไปที่ความยั่งยืน Digitalization ซึ่งงาน Exhibition คล้ายๆ กับธุรกิจโรงแรมที่ต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม หลายงานถูกเลื่อนมาเรื่อยๆ ทำให้มีการเร่งนำเทคโนโลยีดิจิตอลต่างๆ เข้ามาปรับใช้ รวมไปถึงการฟอร์มทีมงานด้วยความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีของทีม

อีกหนึ่งจุดเด่นของงาน ProPak Asia คือ เป็นงานที่มีผู้เข้าร่วมชมเป็นชาวต่างชาติ 50% และเป็นคนไทยอีก 50% นั่นเพราะบริษัทคนไทยส่วนใหญ่เป็นลักษณะนายหน้า (Agent) บริษัทที่ผลิตเองมีจำนวนน้อย ทำให้อย่างไรก็ยังต้องพึ่งพาบริษัทต่างชาติ ต้องซื้อของจากต่างชาติ จึงเป็นที่มาในการจัดงานรูปแบบ Online Exhibition ผสมผสานกับการจักงานตามแบบปกติ (Physical Exhibition) หรือที่เรียกว่า Hybrid Exhibition โดยภายในงานจะมีการจัดบูธปกติสำหรับผู้ที่พร้อมจัดบูธ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทคนไทย ขณะที่บริษัทต่างชาติสามารถจัดบูธ Hybrid Pavilion ในพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ต้อนรับ 1-2 คนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาธุรกิจทางออนไลน์

ในส่วนของการจัดงานแสดงสินค้าแบบปกติ (Physical Exhibition) ภายในงานจะถูกแบ่งเป็น 3 พื้นที่ด้วยกัน ทั้งพื้นที่การจัดงานแสดงสินค้าที่ถือเป็นพื้นที่จัดงานหลัก โดยเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่ต้องการพื้นที่เพื่อสร้างการค้าขายมากขึ้น ซึ่งจะมีการอัปเดตเทรนด์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โควิด แนวโน้มและสถานการณ์แต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังมีการเแลกเปลี่ยน, การ Workshop ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจอีกด้วย รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและนักธุรกิจได้มาติดต่อพูดคุยกันโดยตรง

ในโซนนี้ยังเปิดให้มีการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) รวมถึงหลากหลายสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถมองเห็นแนวทางของอุตสาหกรรมด้านกระบวนการผลิต การแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ในอนาคตอีกด้วย โดยเทคโนโลยีภายในงาน ProPak Asia 2020 จะเป็นเครื่องมือในการช่วยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการเดินทางของผู้จัดแสดงงานและผู้เข้าเยี่ยมชมงานทั้งในและต่างประเทศ ด้วยระบบที่นำมาใช้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชมการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของผู้ร่วมจัดแสดงงานจากทั่วโลกได้ สามารถนัดหมายเพื่อเจรจาธุรกิจล่วงหน้า รวมถึงชมกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ที่จะเกิดขึ้นภายในงานฯ ได้ตลอดระยะเวลาของการจัดงานฯ

พื้นที่ธุรกิจ SME ซึ่งจะมี SME Zone ที่มีกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ คำปรึกษา นำเสนอไอเดียใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ SME อาทิ มุม SME Consultation Center ที่หน่วยงานราชการจะมาให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่จะเริ่มธุรกิจ รวมถึงธนาคารและสถาบันการเงินพร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ SME

พร้อมด้วยโครงการส่งเสริมต่างๆ ทั้ง การประกวด ThaiStar Packaging  Awards, การบ่มเพาะ Brand DNA เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสินค้า, IDEA Theatre เพิ่มไอเดียและสร้างแรงบันดาลใจสำหรับการสร้างแบรนด์ของคุณ ร่วมรับฟังเรื่องราวความสำเร็จจากสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการชั้นนำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนที่ช่วยให้ธุรกิจ SME มีความพร้อม มีความมั่นใจที่จะทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น

และพื้นที่การจัดงานแสดงสินค้าที่รณรงค์ทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนทางสังคม Sustainability Square เป็นพื้นที่เพื่อเรียนรู้และค้นพบว่า กระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์จะสร้างความยั่งยืนได้อย่างไร และพันธสัญญาที่เราจะร่วมสร้างความยั่งยืนให้กับอนาคต รวมถึงกิจกรรม KIND Thailand จัดขึ้นสำหรับ Informa Markets ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทและองค์กรต่างๆ เพื่อการทำประโยชน์ ช่วยเหลือและแบ่งปันให้กับชุมชน

ในฐานะผู้จัดงานคาดหวังไว้ว่าในปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 23,000 ราย เพราะคนไทยเป็นกลุ่มคนที่ต้องการทำธุรกิจที่มีการพบปะ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความน่าเชื่อถือของบริษัท โดยเทคโนโลยีจะช่วยสนับสนุนสำหรับผู้ที่กังวลในเรื่องของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยให้ความสำคัญการด้านสุขอนามัยเน้นความปลอดภัยตามมาตรฐานของ อินฟอร์มา ออลซีเคียว (Informa AllSecure)

รวมถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัยตามมาตรฐานของ ศบค. เช่น การจัดวางพื้นที่พร้อมระยะห่างสำหรับทางเดิน การควบคุมความหนาแน่น การนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาปรับใช้ เช่น การใช้ e-badge (บัตรร่วมงานอิเล็กทรอนิกส์), การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับงานแสดงสินค้าในเครื่องโทรศัพท์ของผู้ชมงาน

ซึ่งจากปัญหาวิกฤติโควิด-19 และความต้องการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของทั้งบริษัทผู้ผลิต นักธุรกิจ ผู้ประกอบการและผู้สนใจในการเข้าร่วมงานจากทั่วโลกที่เกิดขึ้นทำให้ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ มีการกำหนดนโยบายและทิศทางรการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับปัจจุบันและอนาคตว่า ต้องมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้ผสมผสานทั้งเทคโนโลยีออนไลน์ดิจิตอล (Online Digital Technologies) การจัดแสดงงานสินค้าทั่วไป (Physical Exhibition) เพื่อพัฒนาเป็นงานแสดงสินค้าแบบไฮบริด (Hybrid Exhibition Tread Show) เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดที่เกิดขึ้น

โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้มีการนำ Virtual Exhibition งานแสดงสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่สามารถแสดงข้อมูล ภาพ วิดีโอของการทำงานของเครื่องจักร การผลิตผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งยังสามารถจัดกิจกรรมการประชุม สัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การเจรจาธุรกิจและจับคู่ธุรกิจแบบเรียลไทม์ สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลผู้ประกอบการและผู้ร่วมจัดแสดงงานจากทั่วโลกได้

ความพิเศษของงาน ProPak Asia 2020 คือ แม้งานจะจบลงไปแล้ว แต่ในส่วนออนไลน์ยังมีการจัดต่อเนื่องออกไป จากวันที่ 19 – 25 ตุลาคม เพื่อขยายระยะเวลาในการเจรจาธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นหากคู่เจรจาอยู่คนละโซนเวลาสามารถส่งข้อความทิ้งไว้ในระบบได้ โดยถือข้อมูลเหล่านั้นเป็นความลับ

วันนี้เรียกว่าเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีออนไลน์เข้ามาร่วมใช้กับการจัดงานขนาดใหญ่ ก่อให้เกิดการจัดงานในรูปของ Hybrid Exhibition ที่ผสมผสานระหว่างการจัดงานตามปกติและการจัดงานผ่านระบบออนไลน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงานได้ในวันที่ 20-23 ตุลาคม เวลา 9.00-18.00 น. ณ ไบเทคบางนา และถ้าไม่สะดวกเดินทางสามารถเข้าทางออนไลน์ ได้ในวันที่ 19 – 25 ตุลาคม ผ่านทาง www.propakasia.com


  • 2.7K
  •  
  •  
  •  
  •