
ทุกวันนี้เรากำลังอยู่ในยุค Content Overload หรือภาวะคอนเทนต์ล้น และการเข้ามาของ “AI” ก็ยิ่งทำให้เกิดคอนเทนต์จำนวนมหาศาล ทั้งคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูง และคอนเทนต์คุณภาพต่ำ หรือที่หลายคนเรียกว่า AI Slop จนความเชื่อมั่น หรือความไว้วางใจต่อคอนเทนต์เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่าหลายเนื้อหาที่เห็น เชื่อถือได้จริง หรือถูกทำขึ้นโดย AI
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้คนยิ่งมองหา “ตัวกรอง” ที่เชื่อถือได้อย่างสำนักข่าว ซึ่งมีผู้สื่อข่าว หรือนักข่าวเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ก่อนนำเสนอต่อสาธารณชน นี่จึงทำให้คนไทยให้ความไว้วางใจ “อาชีพนักข่าว”
ดังผลสำรวจล่าสุดซึ่งจัดทำโดย YouGov ร่วมกับ สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ ทำการสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามทั่วประเทศไทยจำนวน 2,000 คน เกี่ยวกับอาชีพที่น่าไว้วางใจที่สุด พบว่า “นักข่าว” เป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ตอบแบบสำรวจมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยอาชีพแพทย์, อินฟลูเอนเซอร์, ครู, ตำรวจ และนักการเมือง
คนไทยไว้วางใจ “อาชีพนักข่าว” มากสุด สวนทางผลสำรวจต่างประเทศ
ผลสำรวจครั้งนี้ “อาชีพนักข่าว” ได้รับการโหวตเป็นอาชีพที่คนไทยให้ความไว้วางใจมากที่สุด อยู่ที่ 40% ตามด้วยอาชีพแพทย์ 24%, อินฟลูเอนเซอร์ 14%, ครู 12%, ตำรวจ 7% และนักการเมืองที่ 3%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่สังคมไทยยังมีต่ออาชีพนักข่าว และการรายงานข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ และการนำเสนอข้อเท็จจริง แม้ว่าภูมิทัศน์ของสื่อในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความแพร่หลายของแพลตฟอร์มดิจิทัล และพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวในประเทศไทย แตกต่างจากเทรนด์การสำรวจในต่างประเทศ โดยผลสำรวจในหลายประเทศมักพบว่า อาชีพแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และครู เป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด ขณะที่นักข่าวมักอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่า อีกทั้งอินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลบนโซเชียลมีเดีย ก็มักได้รับความไว้วางใจในระดับต่ำเช่นกัน
ดังนั้น ผลสำรวจของไทยจึงสะท้อนถึงการให้คุณค่าต่อบทบาทของสื่อมวลชนที่โดดเด่น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสื่อและแหล่งข้อมูล

“สื่อที่มีคุณภาพ” มีอิทธิพลต่อสังคมไทย
คุณทอม แอทธิ, กรรมการผู้จัดการ, บริษัท สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด บริษัทประชาสัมพันธ์ชั้นนำของประเทศไทย กล่าวถึงผลการสำรวจว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ “อาชีพนักข่าว” ยังเป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีแหล่งข้อมูลมากมายให้เข้าถึงได้ แต่การที่มีอาชีพนักข่าวซึ่งนำเสนอข่าวจากข้อมูลที่เชื่อถือยังเป็นสิ่งสำคัญ และคนไทยก็สามารถใช้วิจารณญาณในการเลือกคัดกรอง และรับข้อมูลที่ถูกต้องได้
“ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสื่อสารในภาคธุรกิจและนโยบายของภาครัฐที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยแม้นักข่าวในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมากจากพฤติกรรมการเสพสื่อของคนในสังคมที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามสื่อที่มีคุณภาพก็ยังคงมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อสังคมไทย” คุณทอม กล่าวเสริม
ประเทศไทยมีโครงสร้างสื่อที่หลากหลาย แม้ว่าสื่อส่วนใหญ่จะนำเสนอข่าวเป็นภาษาไทย แต่สื่อจากต่างประเทศซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข่าวที่มีอิทธิพลทั้งในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

คอนเทนต์ล้น! ผู้บริโภคมองหา “ตัวกรอง” ที่เชื่อถือได้
คุณภาณุ วงศ์ชะอุ่ม, ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความไว้วางใจ คือ สิ่งสำคัญที่สุดของงานสื่อมวลชน ซึ่งต้องสั่งสมจากการทำงานทีละชิ้น ในยุคที่มีข้อมูลมากมาย และเต็มไปด้วยกระแสจากโซเชียลมีเดีย ยิ่งตอกย้ำถึงความรับผิดชอบที่นักข่าวต้องมีในการยึดมั่นในความเป็นอิสระ ความถูกต้อง และความสมดุล ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก การคุ้มครองเสรีภาพสื่อ และมาตรฐานวิชาชีพจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
ทางด้าน คุณวชิรหัตถ์ นามบุตร ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC) ภายใต้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาประดิษฐิ์ (AI) ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อสื่อ และเป็นเรื่องที่ควรจับตาดู
“ตัวเลขความไว้วางใจที่สูงถึง 40% นี้ สะท้อนว่าในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ภาวะ ข้อมูลล้น และความก้าวหน้าของ AI ที่สามารถสร้าง ‘ความจริงสังเคราะห์‘ ได้ทุกรูปแบบ ผู้บริโภคยิ่งมองหา ‘ตัวกรอง‘ ที่เชื่อถือได้ นักข่าวในวันนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นผู้รายงานเหตุการณ์ แต่ต้องเป็น ‘ผู้พิทักษ์ความจริง‘ โดยใช้จริยธรรมและวิจารณญาณในการนำเสนอข่าว อันเป็นสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้
ขณะที่ความท้าทายสำคัญของนักข่าวยุค 2026 คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล” (Digital Immunity) ให้กับสังคม เราต้องใช้เทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) ให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น เพื่อรักษาต้นทุนทางความเชื่อถือที่ประชาชนมอบให้ไว้ให้ดีที่สุด”
แม้นักข่าวในประเทศยังต้องเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะด้านเสรีภาพสื่อ แต่ผลสำรวจในครั้งนี้ได้ตอกย้ำบทบาทของสื่อที่ยังคงมีความน่าเชื่อถือในสังคมไทย และการที่ประชาชนยังให้ความสำคัญกับอาชีพนักข่าวในการเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ท่ามกลางยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลจำนวนมากให้เข้าถึง

