
ท่ามกลางความท้าทายระดับโลกในปี 2026 รายงาน The Future 100 ฉบับครบรอบปีที่ 12 จาก VML ได้นำเสนอแนวคิดทางวัฒนธรรมที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ คือ “Dysoptimism” ซึ่งเป็นคำที่บัญญัติขึ้นในรายงานนี้ เพื่ออธิบายอารมณ์ร่วมของผู้คนที่ยอมรับความมืดมน แต่ไม่ยอมแพ้ และมองเห็นโอกาสในการฟื้นฟู
Dysoptimism คืออะไร?
Dysoptimism (ดิสออปติมิสม์) เป็นคำที่ถูกบัญญัติขึ้นใหม่ในรายงาน “The Future 100: 2026” โดย VML บริษัทโฆษณาระดับโลก เพื่อใช้อธิบายแนวคิดหรืออารมณ์ร่วมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ “ยอมรับความมืดมนโดยไม่ยอมจำนน” โดยเป็นการยอมรับความจริงที่เลวร้าย ซึ่งเกิดจากความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โลก (ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ, วิกฤตภูมิอากาศ) แต่ไม่ได้ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ได้ หรือการมองโลกในแง่ร้ายแต่มีความหวัง ด้วยการยอมรับว่าระบบเก่าๆ กำลังพังทลายลงแล้วแต่ในขณะเดียวกันก็ยังค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่จะเริ่มสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าเดิม
และในอีกแง่ก็คือความสมดุลระหว่างความกังวลและความหวัง แบรนด์หรือธุรกิจต้องตอบสนองต่อแนวคิดนี้ด้วยการนำเสนอแนวทางที่ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกว่า แม้สถานการณ์จะย่ำแย่แต่ยังมีทางออกและอนาคตที่ยังมีความหวังอยู่
รายงาน The Future 100: 2026 จัดทำขึ้นจากการสำรวจผู้บริโภคทั่วโลกใน 16 ตลาด และระบุ 100 เทรนด์ ที่กำลังกำหนดทิศทางธุรกิจและวัฒนธรรมโลกในปีนี้ รายงานเผยว่า ผู้คนไม่ได้เพียงแค่รับมือกับความปั่นป่วน แต่กำลังใช้มันเป็นแรงผลักดันสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรากฐานในวิธีการใช้ชีวิต การใช้จ่าย และการเชื่อมต่อ
“Dysoptimism เน้นย้ำว่า ขณะที่ระบบเก่ากำลังพังทลาย บุคคล ชุมชน และนักสร้างสรรค์กำลังสร้างโซลูชันใหม่ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง นี่คือการออกแบบเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า ไม่ใช่แค่ปรารถนาให้กลับไปเป็นอดีต” Emma Chiu และ Marie Stafford, Global Directors, VML Intelligence และผู้ร่วมเขียนรายงาน The Future 100: 2026 กล่าว

ประเด็นสำคัญจากรายงาน The Future 100: 2026
-
มองหาความรู้แจ้งและความสุขท่ามกลางความทุกข์ยาก
ผู้คนเหนื่อยล้ากับวงจรแห่งความเป็นลบ และกำลังแสวงหาประสบการณ์ที่ยกระดับจิตใจ ให้ความรู้แจ้ง และเปลี่ยนมุมมอง ผู้ตอบแบบสอบถาม 86% ถูกดึงดูดโดยประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจหรือมุมมองโลกใหม่ และกำลังแสวงหาประสบการณ์ด้านการเดินทาง สุขภาพ วัฒนธรรม และการค้าปลีก เป็นแรงผลักดันการเติบโตส่วนบุคคล สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นผ่าน
- Transformative Experiences และ Immersive Wellness สะท้อนการเติบโตของรีทรีตและสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อการเดินทางส่วนบุคคลอย่างลึกซึ้ง
- Resilience Wellness นิยามความยืดหยุ่นใหม่ให้เป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ ผสมผสานเครื่องมือ
- ด้านอารมณ์ ร่างกาย และจิตวิญญาณเพื่อช่วยให้ผู้คนปรับตัวในช่วงเวลาที่วุ่นวาย
- Nano Trips แสดงให้เห็นว่าการพักผ่อนระยะสั้นกำลังถูกใช้เป็นช่วงเวลาพักหยุดที่คุ้มค่า เพื่อมองหามุมมองใหม่หรือลองเป็นตัวตนใหม่
- Treatonomics เน้นย้ำการเพิ่มขึ้นของความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ความพึงพอใจในชีวิตประจำวันกลายเป็นกลยุทธ์การอยู่รอด แม้ว่าพวกเขาจะลดการใช้จ่ายในด้านอื่น
-
AI เติบโตจากเครื่องมือสู่ผู้ร่วมงาน
AI เป็นพลังสำคัญทั้งในด้านการสร้างความหยุดชะงักและการเปิดโอกาส ความคุ้นเคยกับ AI ที่เพิ่มขึ้นกำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้มัน เพื่อสร้างความเป็นจริงของตนเองใหม่ ขณะเดียวกันก็ปกป้องสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์อย่างเต็มที่
- Generative Realities และ AI Storyworlds แสดงให้เห็นว่า AI ช่วยให้สามารถสร้างโลกที่ปรับเปลี่ยนได้แบบเรียลไทม์ ชี้ไปสู่อนาคตที่ความบันเทิง พาณิชย์ และประสบการณ์ลูกค้าถูกสร้างสรรค์ร่วมกับอัลกอริทึม
- Synthetic Generation และ RelAItionships Evolved สำรวจบทบาทที่ใกล้ชิดมากขึ้นของ AI ในชีวิตผู้คน ตั้งแต่เพื่อนทางอารมณ์ไปจนถึงพนักงานอัตโนมัติ เรากำลังมองหาความสมดุลของการใช้ชีวิตและทำงานเคียงข้างกับคู่หูที่ไม่ใช่มนุษย์ เกือบครึ่ง (49%) ของ Gen Z กล่าวว่าพวกเขาได้สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับ AI แล้ว
- เทรนด์ เช่น Truth Literacy, Omnisurveillance, Digital Intent และ Coded Empathy แสดง ให้เห็นว่ารัฐบาล แพลตฟอร์ม นักออกแบบ และแบรนด์ถูกผลักดันให้สร้างความเชื่อมั่นขึ้นใหม่และทำให้ AI มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น แม้ว่ามันจะถูกยอมรับมากขึ้นในฐานะพันธมิตรเชิงสร้างสรรค์และปฏิบัติ
-
ความเชื่อมโยงของมนุษย์ที่แท้จริงยังคงสำคัญ
แม้ว่าปัจจุบันเรามีทั้งโลกดิจิทัลและโลกทางกายภาพ ผสมผสานกันมากขึ้น แต่ในรายงานพบว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่แท้จริงยังคงสำคัญที่สุด
- ใน Hyperreality วัฒนธรรมออนไลน์และออฟไลน์ผสานกันอย่างสมบูรณ์ โดยพบว่า “มีม” กลายเป็นผลิตภัณฑ์จริง ภาษาดิจิทัลกลายเป็นภาษาพูดในชีวิตประจำวัน และแบรนด์หรูเปลี่ยนมุกตลกไวรัลให้เป็นวัตถุในโลกจริง แต่ตลอดทั้งรายงาน ผู้คนยังกล่าวว่าพวกเขายังคงต้องการการปฏิสัมพันธ์จากมนุษย์เมื่อต้องตัดสินใจที่สำคัญ
- เทรนด์ เช่น Social Health และ New Rave Scene เน้นย้ำการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ตั้งแต่คลับสุขภาพเชิงสังคมและงานปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ ไปจนถึง “third places” ในย่านที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งมากกว่าการทำยอดขาย
“แบรนด์ที่พร้อมจะเป็นผู้นำในปี 2026 คือแบรนด์ที่สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจในโลกความเป็นจริงที่ผสมผสาน และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงมากมายในพฤติกรรมผู้บริโภคเหล่านี้ เราต้องออกแบบเพื่อตอบสนองทั้งด้านที่เต็มไปด้วยความหวังและด้านที่กังวลของผู้บริโภค” Naomi Troni, Global Chief Marketing Officer, VML กล่าว
ดาวน์โหลดรายงาน The Future 100: 2026 ฉบับเต็ม พร้อมการวิเคราะห์ครบทั้ง 100 เทรนด์ ได้ที่ www.vml.com/insight/the-future-100-2026
เกี่ยวกับวิธีการทำการสำรวจวิจัย
การศึกษานี้ดำเนินการโดย SONAR™ ศูนย์วิจัยของ VML ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2025 สำรวจผู้ใหญ่ 15,639 คนใน 16 ตลาดทั่วโลก กลุ่มตัวอย่างเป็นตัวแทนตามอายุ เพศ และรายได้ พร้อมเสริมด้วยมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมกว่า 60 คนทั่วโลก
เกี่ยวกับ The Future 100
The Future 100 เป็นการคาดการณ์ประจำปีของ VML นำเสนอภาพรวมของปีที่กำลังจะมาถึงและระบุแนวโน้มที่น่าสนใจที่ควรติดตาม รายงานนี้แสดง 100 แนวโน้มใน 10 ภาคส่วน ครอบคลุมวัฒนธรรม เทคโนโลยี การเดินทางและการบริการ แบรนด์และการตลาด อาหารและเครื่องดื่ม ความงาม การค้าปลีก สินค้าหรูหรา สุขภาพ และนวัตกรรม
