เปิดที่มา #ของมันต้องมีก่อน40 แคมเปญกระตุกต่อม GEN Y

  • 920
  •  
  •  
  •  
  •  

รู้หรือไม่ว่า GEN Y หรือกลุ่มคนอายุ 23-38 ปี ที่มีอยู่ในไทย 14.4 ล้านคน ราว 50% (7.2 ล้านคน) มีภาระหนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 4.23 แสนบาทต่อคน และ 1.4 ล้านคนเป็นหนี้แบบผิดนัดชำระ โดยหนี้ดังกล่าว เกิดจากพฤติกรรมการใช้จ่ายแบบไม่จำเป็นไปกับ ‘ของมันต้องมี’ ที่มีสาเหตุจากการบริโภคนิยม ซื้อแบบไม่คิด และประสบการณ์ คือ สินค้าความสุข

ทั้งหมดเป็นที่มาให้ ทีเอ็มบี จับมือ ไวซ์ไซท์ ทำแคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน40 สำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของกลุ่ม GEN Y เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา พร้อมกับกระตุ้นให้กลุ่มดังกล่าวลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงและรู้จักการออม เพื่อสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ถูกต้องและแข็งแรงในอนาคต

ทำไมโฟกัส GEN Y? และอะไรที่กลุ่มนี้ฝันจะมีก่อนอายุ 40 ปี

กาญจนา โรจวทัญญู หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีเอ็มบี อธิบายถึงที่มาที่ไปของแคมเปญนี้ว่า GEN Y คือแรงงานสำคัญของประเทศ เป็นกลุ่มที่เริ่มทำงาน มีรายได้ แต่ยังไม่มีการวางแผนทางด้านการเงิน แม้จะไม่สามารถจัดการบริหารการเงินได้อย่างเหมาะสม แต่เป็นกลุ่มที่พร้อมเปิดรับคำแนะนำ และความรู้ทางด้านการบริหารจัดการเงิน นอกจากนี้ คน GEN Y ยังเปิดรับข้อมูล อัพเดทข่าวสารทางช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ติดตาม KOLs (Key Opinion Leaders) ที่มีแนวคิดคล้ายกัน ทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Twitter และ Facebook ทีเอ็มบี จึงกระตุ้น GEN Y ให้คิดถึงเป้าหมายในชีวิต ผ่าน KOLs ที่คนกลุ่มนี้ติดตาม เพราะเราเชื่อว่า หาก Gen Y ได้ตระหนักถึงเป้าหมายในชีวิตแล้ว จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนพฤติกรรมตรงตามความเชื่อของทีเอ็มบี Make THE Difference ที่ว่า คนเราสามารถ เปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นได้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

นริศ สถาผลเดชา ผู้บริหาร TMB Analytics อธิบายว่า GEN Y ถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราการก่อหนี้มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ยกตัวอย่าง กลุ่ม GEN X จากข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ปี 2551-2560  มีการก่อหนี้เพิ่ม 41% ขณะที่ GEN Y ก่อหนี้เพิ่มถึง 112%

ข้อมูลยังระบุอีกว่า ของที่ GEN Y ฝันอยากมีก่อนอายุ 40 ปี ได้แก่ บ้าน 48% รถยนต์ 22% และเงินออมทรัพย์-สินทรัพย์ 13% แต่ความจริงแล้ว GEN Y กลับมีการใช้จ่ายไปกับบ้านอยู่ที่ 12%  รถยนต์ 10% และเงินออมเพียง 9% เท่านั้น

ขณะที่ยอดใช้จ่ายกับ ‘ของมันต้องมี’ หรือของไม่จำเป็นมากถึง 69% โดยส่วนใหญ่หมดเงินไปกับโทรศัพท์ 22%  เสื้อผ้า 11%  เครื่องสำอาง 8%  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 5%  กระเป๋า 4%  นาฬิกาและเครื่องประดับ 2%

รวม ๆ แล้วในแต่ละปีกลุ่ม GEN Y มีการใช้เงินไปกับ ‘ของมันต้องมี’ สูงถึง 1.37 ล้านล้านบาทต่อปี นั่นเป็นเม็ดเงินที่เท่ากับ 13% ของ GDP ประเทศไทย  8 เท่าของมูลค่าโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อม 3 สนามบิน และเท่ากับ 91% ของมูลค่าการลงทุนในโครงการ EEC 5 ปี

ลดใช้เงินกับ ‘ของมันต้องมี’ แค่ 50%  ได้รถ ได้บ้าน เป็นเจ้าของกิจการ

ส่วนเหตุผลที่ซื้อ ‘ของมันต้องมี’ 42% ซื้อตามเทรนด์ (ของที่เป็นที่นิยมและเราต้องตามกระแส) มีเพียง 37% ซื้อเพราะจำเป็น แถมเงินที่ใช้ซื้อนั้น GEN Y ถึง 70% บอกว่า มีเงินไม่พอ และในจำนวนนั้นถึง 50% ต้องกู้จากธนาคาร หรือคนอื่น และใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดในการจ่าย โดย 74% มีการผ่อนชำระที่ต้องเสียดอกเบี้ย

หากลงไปในรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของมันต้องมี กับการออม เราจะสามารถแบ่ง GEN Y ได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม ‘ของมันต้องได้ แต่เงินไม่มี’ โดยพฤติกรรมการใช้เงินก่อนออม หลังจากรับรายได้ในแต่ละเดือน 31% จะนำไปชำระหนี้  29% ซื้อของสำหรับตนเองหรือครอบครัว ส่วนการออมนั้นมีเพียง 13% และมีการเก็บเงินผิดที่ คือ มีเงินกองอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปในสัดส่วนที่สูง

ส่วนอีกกลุ่ม คือ กลุ่ม ‘ของมันต้องมี และเก็บเงินได้’ ซึ่งไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงสำหรับกลุ่มนี้

จากภาพทั้งหมด ทางนริศ แนะนำว่า GEN Y ควรสร้างวินัยทางการเงิน โดยลดการใช้จ่ายไปกับ ‘ของมันต้องมี’ ลงแค่ 50% และเพิ่มการลงทุนให้ถูกที่ เราก็จะมีเงินสะสมเพิ่มขึ้น 43,000 บาทต่อปี

และเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า 43,000 บาทต่อปี จะสามารถทำอะไรได้บ้างในอนาคต พบว่า 10 ปี จะได้รถยนต์ 1 คัน (มูลค่า 8 แสน-กว่า 1 ล้านบาท  20 ปี เซ้งร้านกาแฟที่ทองหล่อ (มูลค่า 1.9 ล้านบาท) และ 30 ปี ได้คอนโดย่านห้วยขวาง (มูลค่าเฉลี่ย 2.5 ล้านบาท)

“กลุ่มนี้มีการใช้จ่ายกับของมันต้องมีเยอะมาก ทาง TMB ต้องการสร้างการรับรู้และตระหนักถึงปัญหานี้ เราถึงต้องการให้ความรู้ เปลี่ยนทัศนคติ และพฤติกรรมทางการเงินให้ดี มีการลงทุนที่ถูกต้อง เพราะในอนาคตกลุ่มนี้จะเข้าสู่วัยเกษียณ หากเขามีการเงินที่ดี ก็จะไม่เป็นภาระในอนาคต เศรษฐกิจโดยรวมของเราก็จะดีด้วย”

จับมือ ‘ไวซ์ไซท์’ ดึง Big Data เจาะลึกการใช้เงิน GEN Y  

อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่า แคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน40 เป็นความร่วมมือกันระหว่าง ทีเอ็มบี และ ไวซ์ไซท์ ซึ่ง ไวซ์ไซท์ จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการทำความเข้าใจกลุ่ม GEN Y ที่ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตบนโลกโซเชียล รวมถึงรวบรวม Big Data มาให้ทีเอ็มบีได้วิเคราะห์หา Insight ของกลุ่มคนดังกล่าวได้อย่างแม่นยำและสามารถสื่อสารได้ตรงจุด

โดยแคมเปญนี้ ได้ใช้ Twitter และ Facebook เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สื่อสารผ่าน KOLs 5 คน ได้แก่ กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ กันต์ กันตถาวร กาละแมร์ พัชรศรี มิ้นท์ บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวจากเพจ I Roam Alone และ ช่า เจ้าของเพจบันทึกของตุ๊ด ทั้ง 5 คนมาร่วมแชร์เป้าหมายชีวิตก่อนอายุ 40 ปี ให้คนที่ติดตามได้รับรู้ พร้อมติด #ของมันต้องมีก่อน40 เชิญชวนให้คนที่ติดตามร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่าน Twitter และ Facebook

“GEN Y ใช้ชีวิตอยู่บนโลกโซเชียลส่วนใหญ่ เราถึงเลือกทำผ่าน Twitter และ Facebook และด้วยการที่กลุ่มเป้าหมายใช้ชีวิตบนโซเชียล เราถึงเลือกใช้ KOLs เพราะเป็นคนที่ GEN Y เชื่อและทำตาม ส่วนทำไมเป็น KOLs 5 คนนี้ ก็เนื่องจากเป็นคนที่มี GEN Y ติดตามเป็นจำนวนมาก และเราเองต้องมุมมองที่หลากหลายด้วย” คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

วาง #ของมันต้องมีก่อน40 เป็นแคมเปญระยะยาว

สำหรับแคมเปญนี้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 5-11 พฤศจิกายน 2562 ผลปรากฏว่า ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ๆ  คือ มีผู้เข้าร่วมแคมเปญกว่า 20,000 ราย

นอกจากนี้ #ของมันต้องมีก่อน40 ยังสามารถติด Top 10 Trend Twitter ในไทยเป็นระยะเวลาถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสถิติที่ดี  เพราะทุกวันนี้เทรนด์ต่าง ๆ มาไว ไปไว ที่สำคัญเป็นแคมเปญของแบรนด์ที่ติด Trend Twitter ในรอบ 6 เดือน

แม้จะได้รับการตอบรับที่ดี แต่ทางผู้บริหารทีเอ็มบีบอกว่า การจะสร้างหรือเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงิน จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลา ดังนั้นแคมเปญดังกล่าว จึงจะมีการพัฒนาและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในปี 2563 ที่กำลังมาถึง จะมีกิจกรรมใหม่ ๆ ออกมามากมาย เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาจากการใช้จ่ายไปกับของที่ไม่มีจำเป็น พร้อมกระตุ้นให้มีการออมที่ถูกต้อง เพื่อไม่ต้องเจอภาระหนี้ท่วมจาก ‘ของมันต้องมี’ นั่นเอง

และภายในเดือนธันวาคมนี้ ทีเอ็มบีได้มีกิจกรรมส่งท้ายปีให้ GEN Y ได้ร่วมสนุกกัน เพื่อเป็นการต่อยอดจากที่ได้มีการตั้งเป้าหมาย #ของมันต้องมีก่อน40 แล้ว มาสู่กิจกรรม #ตัดใจไม่จ่าย #เพื่อของมันต้องมีก่อน40 ซึ่งจะเป็นเทรนด์ใหม่ของ GEN Y ใช้เงินเป็น ออกมาโพสต์อวดของที่ฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็น และสามารถตัดใจไม่ซื้อ ไม่จ่ายได้ ถือเป็นการลดเงินช้อป… เปลี่ยนเป็นเงินเก็บเพื่อเป้าหมายวัย 40 ที่ยิ่งใหญ่กว่า เป็นกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุกกันในรูปแบบ Microsite โดยที่มูลค่าของที่ตัดใจไม่จ่ายในครั้งนี้จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นเงินเก็บได้เท่าไหร่กันบ้าง! ทุกคนที่ร่วมกิจกรรม จะได้สิทธิ์ในการลุ้นรับบัตรกำนัลทองคำ 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล ร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ ผ่าน (Search ตัดใจไม่จ่าย) วันนี้ – 25 ธ.ค. 62

Link ร่วมสนุก www.tmbbank.com/GenY/PR


  • 920
  •  
  •  
  •  
  •