เข้าสู่ปีที่ 2 กับ ‘TikTok’ ไทยแลนด์ – เดินเครื่องสร้างรายได้ กับ Ecosystem ใหม่ผ่าน 3 กลยุทธ์

  • 207
  •  
  •  
  •  
  •  

ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็มในประเทศไทยสำหรับ ‘TikTok’ จากบริษัท ByteDance ยูนิคอร์นด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติจีน พูดได้ว่าประสบความสำเร็จเกินคาด ด้วยตัวเลขของผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นกว่า 100% ทั้งยังขึ้นแท่นอยู่ใน Top 3 ของประเทศที่มีการเติบโตสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนึ่งในปัจจัยผลักก็เพราะว่าตลาดในไทยมีความพร้อมของตลาดที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาค ตามข้อมูลของ Mpire

สำหรับปี 2020 เดินหน้าสู่ปีที่ 2 แห่งการเติบโตของ TikTok ประเทศไทย ทีมผู้บริหารคนไทยพร้อมใจกันประกาศวิสัยทัศน์ในวันนี้ (24 ก.พ.) เกี่ยวกับแผนเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

 

สร้าง Ecosystem ให้ TikTok ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตยั่งยืน

นายปกรณ์ วัฒนเฉลิมวุฒิกร หัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย ของ TikTok ได้กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญสำหรับการเติบโตในปีที่ 2 ของ TikTok ว่าจะเน้นไปที่การสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิมโดยผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่

  1. Content Diversification คือ การสร้างความหลากหลายให้กับ content เน้นเนื้อหาวิดีโอสั้นที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในทุกกลุ่มอายุ ที่สำคัญต้องมีเนื้อหาครบทุกประเภทความสนใจ ไม่ใช่ประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น
  2. Monetization คือ การพัฒนาโมเดลเพื่อสร้างรายได้ให้กับ Tiktok มากขึ้น ผ่านการขายโฆษณาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์แบรนด์ต่างๆ และสร้างมิติใหม่ให้กับวงการ digital marketing ในไทยมากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้อาจจะมีอยู่บ้างแล้ว แต่ TikTok ชี้ว่าการตลาดแบบ digital ในบางรูปแบบยังไม่มีในไทย หรืออาจจะไม่ชัดเจน
  3. Brand Safe คือ การพัฒนาด้านความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแบรนด์และผู้บริโภคผ่านการสร้าง Digital Wellbeing เช่น การเปิดกว้างให้ผู้ปกครองเด็กที่ยังมีอายุน้อย สามารถตั้งค่าได้เพื่อควบคุมประเภท content หรือ ระยะเวลาในการใช้แอพพลิเคชั่นไม่ให้นานเกินไป เช่น ฟีเจอร์ Family Safety Mode เป็นต้น

 

ผู้ใช้หลักจาก Gen Y และ Gen Z เติบโตมีจำนวนใกล้เคียงกัน

นางสาวลักศมี จง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาคอนเทนท์และแคมเปญ ของ TikTok กล่าวถึงข้อมูลล่าสุดที่น่าสนใจของผู้ใช้ TikTok ในไทยพบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่พบตอนนี้เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z (อายุระหว่าง 17-22 ปี) และกลุ่ม Gen Y (อายุระหว่าง 22-38 ปี) เทียบกับในปี 2019 ที่กลุมผู้ใช้ฐานใหญ่กว่า คือ ช่วงอายุระหว่าง 25-34 ปี โดยปัจจุบันพบว่าสัดส่วนผู้ใช้ในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z มีจำนวนใกล้เคียงกันมากขึ้น

กลุ่มผู้ใช้ TikTok ขยายช่วงอายุมากขึ้นจากปีที่แล้ว นับว่าประสบความสำเร็จไปอีกขั้น ทั้งยังสอดคล้องกับกลยุทธ์หลักที่พยายามจะสร้างความหลากหลายของ content ขณะที่กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังเป็น ผู้หญิง คิดเป็นสัดส่วน 75% และอีก 25% เป็น ผู้ชาย โดยผู้ใช้ TikTok ในไทยสัดส่วนใหญ่ยังอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

 

 

สถิติใหม่คนไทยใช้ TikTok เพิ่มขึ้นเป็น 35 นาทีต่อวัน

‘ไทย’ ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีกลุ่มคนใช้เวลาไปกับอินเทอร์เน็ตค่อนข้างสูงของโลก โดยสถิติในปี 2019 พบว่าอัตราการเข้าใช้งานของผู้ใช้ TikTok ในไทยเฉลี่ยราวๆ 26 นาที/ครั้ง แต่ล่าสุดพบว่า คนไทยใช้เวลามากขึ้นเฉลี่ยในแต่ละวันเพิ่มเป็น 5 นาที ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการเปิดใช้ TikTok ถึง 4 ครั้งต่อวันด้วย โดย peak time มีอยู่ 2 ช่วง ได้แก่ ก่อนนอน และ ช่วงพักกลางวัน

 

content 5 ประเภทที่ได้รับความนิยมมากสุดใน TikTok

ด้วยความที่ราว 80% ของผู้ใช้ TikTok จัดอยู่ในกลุ่ม นักเรียน/นักศึกษา/วัยทำงานเริ่มต้น ดังนั้นจึงถือว่าเป็น ‘future spending users’ ซึ่งประเภทของ Top content มักจะออกมาในรูปแบบที่ค่อนข้างทันสมัยและมีความสร้างสรรค์ โดยเนื้อหาวิดีโอสั้น 5 ประเภทที่กระแสตอบรับดีตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ได้แก่

  1. Talent คือ การแสดงความสามารถพิเศษ หรือทักษะต่างๆ
  2. Comedy คือ การแสดงตลก หรือ วิดีโอสั้นที่เรียกสีสันความเฮฮา
  3. Food & Drink & Travel คือ การกินโชว์ หรือการทำอาหาร การทำเครื่องดื่ม หรือจะเป็นการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวหรือโรงแรมต่างๆ
  4. Basic Dance คือ การเต้นโชว์ไม่ว่าจะเป็นเต้นแบบ full skill หรือหัดซ้อมเท่านั้น ก็เรียกกระแส popular ตลอดกาล
  5. Beauty & Fashion คือ การรีวิว/แชร์แฟชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์เสื้อผ้าที่กำลังมา รองเท้า กระเป๋า และ เครื่องสำอางต่างๆ

นอกจากนี้ ในปี 2020 มีแคมเปญมากมายที่ TikTok ต้องการสนับสนุนต่อเนื่องต่อจากปี 2019 มากขึ้น เช่น “เก่งภาษากับ TikTok หรือ “ฟิตรัวๆ” เชิญชวนและกระตุ้นให้คนออกกำลังกายมากขึ้น แม้กระทั่ง TikTok ติวเตอร์” ที่เป็นลูกครึ่ง หรือ เจ้าของภาษาที่มาสอน content ภาษาต่างประเทศสนุกๆ เช่น ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการออกเดทแรกที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยปลูกฝังให้คนไทยรักในการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมากขึ้นและสนุกไปกับมัน

 

 

ปี 2020 TikTok จะมุ่งแผนสร้างรายได้บนแพลตฟอร์ม

นายธนพล อาภาสิทธินันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนารายได้ เปิดเผยถึงแผนการสร้างรายได้ของ TikTok ในปีนี้ ระบุว่า รายได้ที่มาจากการขายโฆษณาจะเพิ่มสัดส่วนมากขึ้น โดยได้มีการเปิดขายพื้นที่โฆษณาบน TikTok ตั้งแต่ปลายปี 2019 เป็นรูปแบบการซื้อโฆษณาแบบเหมาพื้นที่ และยิงโฆษณาตามพฤติกรรมและความสนใจของลูกค้า

ทั้งนี้ ในปัจจุบันพื้นที่โฆษณาของ TikTok แบ่งเป็น 5 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

  1. Brand Takeover จะเป็นวิดีโอสั้นแนะนำแรกๆ ซึ่งผู้ใช้งานจะเห็นทันทีที่เปิดใช้งานแพลตฟอร์มเปิด
  2. TopView เป็นวิดีโอที่มีความยาวมากกว่าปกติสูงสุด 60 วินาที
  3. In-Feed Ads ระบบหลังบ้านที่จะแทรกเข้าไประหว่างการใช้งาน
  4. Hashtag Challenge เป็นการสร้างกระแส viral มากขึ้น ด้วยการสร้างโจทย์ challenge กระตุ้นผู้ชมมากขึ้น
  5. Branded Effect นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานเพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์ต่างๆ เป็นการเล่าเรื่องผ่านเอฟเฟกต์ช่วยให้การโฆษณาไม่จงใจเกินไป


  • 207
  •  
  •  
  •  
  •