บททดสอบง่าย ๆ เพื่อรู้ว่าแบรนด์คุณ “พร้อมขยายเติบโต” แล้วหรือยัง

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้ล้มเหลวตั้งแต่วันแรก แต่ความท้าทายที่แท้จริงมักเริ่มต้นในช่วงที่ทุกอย่าง “กำลังไปได้ดี” ยอดขายเริ่มเข้ามา ลูกค้าเริ่มตอบรับ และภาพของการเติบโตดูชัดเจนจากภายนอก แต่ภายในองค์กรกลับเริ่มรู้สึกตึงมือ การตัดสินใจหนักขึ้น ระบบที่เคยลื่นไหลต้องคอยแก้ไขซ้ำ ๆ และสิ่งที่เคยง่ายกลับกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังมากกว่าที่คิด

ในช่วงเวลานี้ หลายธุรกิจมักสรุปปัญหาเร็วเกินไปว่าเป็นเรื่องของการตลาดที่ยังไม่แรงพอ หรือเป็นเพียงเรื่องโครงสร้างที่ค่อยแก้ทีหลังได้ แต่ในความเป็นจริง ปัญหาหลักมักไม่ใช่ “การเติบโต” หากคือการพยายามขยาย ก่อนที่ธุรกิจจะพร้อมรับความรับผิดชอบหรือภาระของการขยายบริษัทนั้น

บทความนี้ไม่ใช่แบบประเมินคะแนน และไม่ใช่การตัดสินความสามารถของใคร แต่เป็นกรอบคิดเพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดมองเห็นอย่างชัดเจนว่า วันนี้แบรนด์ของตัวเองพร้อมจะขยายจริงหรือไม่ หรือการขยายในตอนนี้กำลังซ่อนความเสี่ยงระยะยาวเอาไว้โดยไม่รู้ตัว

 

ข้อที่ 1.  ความชัดเจน คือฐานรากของการขยาย

การเติบโตไม่เคยแก้ความสับสน ตรงกันข้าม มันจะขยายความไม่ชัดให้ใหญ่ขึ้น หากลูกค้ายังอธิบายเหตุผลที่เลือกแบรนด์ของคุณไม่เหมือนกัน หรือพนักงานสองคนเล่าเรื่องแบรนด์ด้วยมุมมองที่ต่างกัน นั่นสะท้อนว่าความชัดเจนยังสื่อสารไม่ลึกพอ หรือไม่ดี การเปลี่ยนข้อความสื่อสารบ่อย ๆ หรือการยังตอบไม่ได้ว่ามีสิ่งใดที่ธุรกิจจะไม่ยอมแลก ไม่ว่าจะแลกกับยอดขายหรือการเติบโต ล้วนเป็นสัญญาณว่า Core ของแบรนด์ยังไม่นิ่ง และเมื่อลอง เอา Logo หรือภาพลักษณ์ถอดออกแล้ว ปรากฏว่าประสบการณ์แบรนดืไม่สามารถถูกจดจำได้ การขยายจะกลายเป็นการเริ่มต้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ข้อที่ 2  โครงสร้าง คือสิ่งที่ทำให้การเติบโตไม่กลายเป็นความโกลาหล

ธุรกิจที่พร้อมขยายไม่ใช่ธุรกิจที่เก่งเฉพาะตัวบุคคล แต่คือธุรกิจที่กระบวนการถูกถ่ายทอดออกจากหัวของคนสู่ระบบที่ทุกคนใช้ร่วมกันได้ หากการทำงานยังพึ่งพาความจำ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการตัดสินใจตามบุคลิกของใครบางคน การขยายจะเปิดช่องว่างให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นเร็วและบ่อยขึ้น ธุรกิจที่ยังไม่สามารถเดินต่อได้ชั่วคราวโดยไม่มีเจ้าของอยู่ตรงหน้า หรือยังไม่สามารถเปิดสาขาใหม่ด้วยคู่มือที่ชัดเจน มักจะพบว่าการเติบโตเพิ่มความเครียดมากกว่าประสิทธิภาพ

 

ข้อที่ 3  Demand ที่แท้จริง ต่างจากการเร่งยอดขาย

การขยายที่ดีมักถูก “ดึง” ด้วยความต้องการของตลาด มากกว่าการ “ผลัก” ด้วยแคมเปญเร่งด่วน หากการเปิดตัวใหม่ต้องพึ่งความเร่งรีบตลอดเวลา หรือไม่สามารถคาดการณ์ผลตอบรับได้ใกล้เคียงความจริง นั่นอาจสะท้อนว่าความต้องการยังไม่แข็งแรงพอ การขยายเพราะแรงกดดันจากตัวเลขหรือการแข่งขัน มักมีต้นทุนสูงกว่าที่คาด และในหลายกรณีทำให้ตัวตนของแบรนด์ค่อย ๆ หายลงโดยไม่รู้ตัว

 

ข้อที่ 4  คนและวัฒนธรรม คือกระบอกเสียงของแบรนด์เมื่อคุณไม่อยู่

เมื่อธุรกิจเติบโต แบรนด์จะไม่ได้ถูกส่งต่อผ่านโฆษณาเท่านั้น แต่ผ่านการกระทำของคนในองค์กร หากทีมงานเข้าใจเพียงงานประจำวัน แต่ไม่เข้าใจทิศทางระยะยาว หากแรงจูงใจผลักให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าที่อยากรักษา หรือหากวัฒนธรรมพังทันทีที่ผู้นำหายไปไม่กี่สัปดาห์ การขยายจะขยายปัญหาเหล่านี้อย่างเงียบ ๆ วัฒนธรรมที่แข็งแรงจะคัดกรองคนที่ไม่เหมาะสมออกไปเอง ในขณะที่วัฒนธรรมที่อ่อนแอเปิดพื้นที่ให้ความธรรมดาเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

 

 

ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้อ่อนแอทุกด้าน แต่จะมีหนึ่งหรือสองจุดที่อ่อนแบบเดิม ๆ และเมื่อเวลาผ่านไป จุดอ่อนเหล่านั้นจะทบซ้อนกัน หากความชัดเจนไม่แข็งแรง การตลาดก็จะดูดีและดังแต่ไม่คม หากโครงสร้างยังไม่พร้อม การเติบโตจะรู้สึกเปราะบาง หาก Demand ไม่จริง การขยายจะมีต้นทุนสูง และหากคนไม่สอดคล้อง การเติบโตจะมาพร้อมความสับสนและการเปลี่ยนคนอย่างต่อเนื่อง

การไม่พร้อมขยายไม่ใช่ความล้มเหลว แต่การขยายเร็วเกินไปต่างหากที่สร้างความเสียหายระยะยาว การเติบโตที่ยั่งยืนไม่ใช่การทำให้มากขึ้น แต่คือการทำให้สิ่งที่เวิร์กอยู่แล้ว สามารถทำซ้ำได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพ ความเชื่อใจ และการควบคุม หากวันหนึ่งการเติบโตเริ่มรู้สึกหนักแทนที่จะเบา นั่นไม่ใช่ปัญหากำลังใจ แต่คือสัญญาณเชิงกลยุทธ์ และธุรกิจที่แข็งแรงจริง คือธุรกิจที่รู้จักฟังสัญญาณนั้นก่อนจะก้าวต่อไป


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ