103.58.148.118

Marketing How To

Ξ Leave a comment

7 เทรนด์ Online Marketing ที่จะเห็นในปี 2016

posted by  61,153 views

ThinkstockPhotos-Higlight
ว่ากันว่าปีนี้ Online Marketing มีความซับซ้อน และผันผวนอย่างมาก แต่ก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เพราะความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้งฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ บริษัทหน้าใหม่ กลุ่มผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป ทำให้ Online Marketing หยุดนิ่งไม่ได้

และในปี 2016 ที่กำลังจะมาถึงนี้ อาจจะเป็นปีที่ดีสำหรับการทำตลาดออนไลน์ เมื่อคุณได้รู้จัก 7 เทรนด์นี้

1. วิดีโอจะไร้ขีดจำกัดมากขึ้น

สำหรับวิดีโอ คงไม่มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นนัก แต่สิ่งที่ทำให้ในปีหน้าวิดีโอจะเป็นคอนเทนต์ที่ยิ่งใหญ่คือ แพลทฟอร์มต่างๆ ทั้ง Facebook, YouTube, Instagram และ Bing ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับการทำโฆษณาวิดีโอมากมาย รวมถึงการทำ Search Engine Results Page (SERP) เพื่อเพิ่มอันดับการค้นหาในหน้า Google

ซึ่งนี่เป็นสัญญาณว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตให้การยอมรับโฆษณาวิดีโอ และยังคงเป็นเทรนด์ต่อเนื่องจากปีนี้ ในอนาคตเราจะเห็นโฆษณาในรูปแบบวิดีโอมากกว่าเดิม และอาจเจอในจุดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อ Google และ YouTube ถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว การใช้วิดีโอก็จะยิ่งไร้ขีดจำกัดมากขึ้น

2. แบรนด์ต้องมีแอพฯ

ในปี 2016 ที่กำลังจะมาถึง เจ้าของธุรกิจ หรือแบรนด์สินค้าต่างๆ ต้องเริ่มคิดตั้งแต่ตอนนี้แล้วว่า ต้องการแอพพลิเคชั่นหรือไม่ และถ้าพิจารณาแล้ว พบว่าแอพฯ มีความสำคัญหรือจำเป็น ก็เริ่มลงมือได้เลย เพราะตอนนี้อัตราการใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไม่แน่ว่าเร็วๆ นี้ แอพฯ ก็จะเข้ามาแทนที่เว็บไซต์ เพราะสามารถทำได้ทุกอย่างเหมือนกัน แถมยังสะดวกสบายมากกว่า ทำให้ในปี 2016 จะเป็นปีที่สำคัญสำหรับธุรกิจ ผู้ประกอบการพร้อมจะก้าวต่อไปด้วยแอพฯ รึยัง

3. สมาร์ทโฟนจะเข้ามาแทนที่เดสก์ทอป

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าปี 2015 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับ “สมาร์ทโฟน” เห็นได้จากการที่ Google ได้ประกาศใช้ระบบวิเคราะห์การค้นหา หรืออัลกอริธึมของระบบการค้นหาข้อมูล ที่มีชื่อว่า “Mobilegeddon” ซึ่งจะมีหน้าที่คอยบอกว่าเว็บไซต์ไหนเหมาะกับการใช้งานบนอุปกรณ์พกพา ซึ่งเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะก็จะถูกดันไปอยู่ข้างล่าง

ทั้งนี้ แบรนด์เองก็ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ที่ดีที่สุด แต่ต้องมีเว็บไซต์ที่รองรับกับทุกอุปกรณ์ และ Google ยังระบุอีกว่า การเปลี่ยนอัลกอริธึมในครั้งนี้ จะมีผลต่อการค้นหาข้อมูลบนอุปกรณ์พวกทุกภาษาทั่วโลก ดังนั้น แบรนด์ก็ควรพัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับกับทุกการใช้งาน เพื่อไม่ให้แบรนด์สูญเสียจำนวนทราฟฟิกเข้าเว็บนั่นเอง

4. เมื่อค้นหา ต้องเจอ!!

สำหรับนักการตลาดคงทราบกันดีว่าตอนนี้ จะให้ผู้บริโภคพิมพ์ชื่อเว็บเพื่อเข้ามายังเว็บไซต์โดยตรงคงเป็นเรื่องยาก เพราะคนส่วนใหญ่จะเข้าเว็บผ่าน Facebook หรือจากลิ้งก์ต่างๆ ที่พวกเขาเห็น บางครั้งอาจถึงขั้นจำชื่อเว็บไม่ได้ด้วยซ้ำ

แต่เมื่อพวกเขาอยากเข้า สิ่งแรกที่ทำคือ Google แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ดอะไรสักอย่างเพื่อให้เจอเว็บของคุณ การใช้กลยุทธ์ SEO และ pay-per-click (PPC) จึงได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการดึงคนเข้าเว็บ เพราะแบรนด์จะได้เจอกลุ่มผู้ที่ไม่เคยรู้จักเว็บมาก่อน ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีคนที่ชอบใช้ผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Siri และ Cortana เพื่อค้นหาข้อมูลบางอย่าง อย่าลืมคำนึงถึงจุดนี้ด้วย

5. Virtual reality มาแน่ๆ

ในปีนี้มีหลายค่ายที่เปิดตัวแว่น 3 มิติ หรือเทคโนโลยี VR (Virtual reality) ซึ่งก็คือการจำลองบางอย่างให้ออกมาเสมือนจริง เรียกง่ายๆ ว่าเป็นแว่นที่ให้ผู้ใช้สวมใส่แล้วมองเห็นภาพข้างในได้เหมือนของจริง บางรุ่นเหมาะสำหรับการเล่นเกม บางรุ่นก็เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป

สำหรับแบรนด์ที่น่าสนใจคือ Oculus บริษัทผลิตแว่น 3 มิติในเครือ Facebook ได้เปิดตัว Oculus Rift รุ่นสำหรับวางขายจริงอย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมกับตัวคอนโทรลเลอร์แบบใหม่ Oculus Touch และ จอยไร้สายของ Xbox ด้วย เตรียมส่งของในต้นปี 2016 ไม่แน่ว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง แว่น 3 มิติสุดล้ำก็จะกลายเป็นแฟชั่นที่หลายๆ คนต้องมีก็ได้

6. Wearable technology และ the Internet of Things (IoT)

นอกจากแว่น 3 มิติแล้ว Wearable technology ก็เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในปีหน้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่เหล่านี้ จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น อีกทั้ง ผู้ผลิตแต่ละค่ายต่างก็แข่งขันกันอย่างดุเดือด มีให้เลือกตั้งแต่สินค้าจากยุโรป ไปจนถึงสินค้าจากจีน และยังมีราคาถูกลงอีกด้วย

ด้วยแนวคิดของ Internet of Things ที่จะเชื่อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ตู้เย็น โทรทัศน์ และอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน จะสามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกันได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งในนอนาคตผู้บริโภคจะเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่ทำให้พวกเขา สามารถควบคุมสิ่งของต่างๆ จากที่ไหนก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกยิ่งขึ้น

7. การทำโฆษณาจะมีราคาแพงขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราคงก็เห็นกันแล้วว่าการแข่งขันบนโลกออนไลน์นั้นดุเดือดมากแค่ไหน และในปี 2016 ก็จะยิ่งมากขึ้น ยิ่งมีความต้องการสูงเท่าไร ราคาการทำโฆษณา การทำตลาดก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เตรียมใจไว้ได้เลย

จากทั้ง 7 เทรนด์ที่นำเสนอไปนี้ ในปีหน้าเราคงได้เห็นความเคลื่อนไหวของบางสิ่งบางอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการยอมรับของผู้บริโภค แต่จากทั้งหมดนี้ รู้ไว้ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะรู้ก่อนย่อมได้เปรียบ

 

Source

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

ประสบการณ์อาจไม่โชกโชน แต่ก็ยึดคติที่ว่า "อะไรที่คิดว่ายาก ถ้าไม่เสียเวลา ก็ลองใช้เวลากับมันดู" ถ้าพร้อมจะเรียนรู้เรื่อง Digital Marketing หรือการทำธุรกิจในโลกออนไลน์ มาค้นหาคำตอบไปด้วยกันด้วยกันนะคะ

User Name: Fayossy

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


five + = 14

Recent Posts

Facebook