
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่างานโฆษณาของไทยยืนหนึ่งในโลกไม่แพ้ชาติใด นักครีเอทีฟโฆษณาไทยเต็มไปด้วยคนเก่งมากมาย ไม่ว่าจะเอเจนซี่เล็กหรือใหญ่มักจะสร้างชื่อเสียงในระดับโลกให้เราเห็นกันอยู่เป็นประจำ เช่นเดียวกับ บูทีคครีเอทีฟเอเจนซี่ไทยรายนี้ซึ่งล่าสุดได้ไปสร้างชื่อใน เวที THAILAND AGENCY OF THE YEAR 2025, Clio Sport 2025 รวมถึงได้ Gold, Silver, Bronze และ Short list และล่าสุด ยังถูกจัดอันดับเป็น TOP 5 THAILAND AGENCY OF THE YEAR 2025, THE WORK Campaign Brief Asia 2025 นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของรางวัลที่พวกเขาได้มาเท่านั้น แต่นอกเหนือจากรางวัลที่ไปได้มาแล้ว อีกจุดเด่นหนึ่งที่คือการสร้างงานในรูปแบบ Hijacking Campaign ที่สามารถเรียกความสนใจ Turn head ผู้คนให้หันมาสนใจได้ เอเจนซี่นี้ได้แก่ FLASH BOMBER วันนี้เราจะพาไปพูดคุยกับ คุณระเบิด ธนสรณ์ เจนการกิจ Creative Chairman & Founder FLASH BOMBER ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงผู้อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ “ระเบิดไอเดีย” ที่เปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็น Talk of the town มาสัมผัสแนวคิดเบื้องหลังความสำเร็จ วิธีการมองหาช่องว่างในกระแส และจุดเริ่มต้นของเอเจนซี่แห่งนี้ที่พร้อมจะเขย่าวงการครีเอทีฟไทยให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ครีเอทีฟผู้คร่ำหวอดในวงการ ตั้งแต่ยุคสื่อดั้งเดิมจนถึง New World
ชื่อเสียงเรียงนามของ “ระเบิด” เป็นที่รู้จักกันในวงการเป็นอย่างดี จุดเริ่มต้นของเขาก่อนจะมาเปิดเอเจนซี่เป็นของตัวเอง ก็มีเส้นทางสายครีเอทีฟมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นที่ McCANN, CJ WORX (ติดตามคุณสหรัฐ สวัสดิ์อธิคม มาในช่วงก่อตั้งบริษัทใหม่) ซึ่งทำตั้งแต่สื่อดั้งเดิมมาจนถึงยุคเปลี่ยนผ่านสู่สื่อดิจิทัล ในยุคที่เรียกว่า New World ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการการตลาดและการโฆษณาเลยก็ว่าได้
“สมัยก่อนการทำดิจิทัลมันอยู่ Below the Line แต่พอมาถึงยุคนี้ มันไม่ใช่แค่การทำแบนเนอร์หรือเว็บไซต์ มันคือการทำแคมเปญ” ระเบิดอธิบายถึงความแตกต่างของการทำงานในยุคดิจิทัล “เวลารับบรีฟไม่ได้เริ่มจากมีเดียมอีกต่อไป แต่เริ่มจากไอเดีย แล้วค่อยมีมีเดียมอีกร้อยล้านมีเดียมให้เลือกใช้ว่าอันไหนเหมาะ”
เรียกได้ว่าระเบิดเป็นทีมงานครีเอทีฟชุดแรกของ CJ WORX ก็ว่าได้และทำงานอยู่ที่นั่นกว่า 10 ปีก่อนที่จะตัดสินใจออกมาเปิดเอเจนซี่เป็นของตัวเอง โดยมาก่อตั้ง FLASH BOMBER ราวเดือนกุมภาพันธ์ 2023 โดยที่มีคุณสหรัฐ เป็นเมนเตอร์และผู้ให้คำแนะนำในการพัฒนาเส้นทางอาชีพ
“สิ่งหนึ่งที่ผมสนใจเลยคือเรื่องของคน” เบิร์นบอกถึงแนวคิดในการสร้างองค์กร “การเริ่มต้นทำในยุค Post-COVID ทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ชัดเจน” มากไปกว่านั้นเขามองเห็นโอกาสในตลาดไทยที่ยังขาดเอเจนซี่บูทีค แม้ว่าจะมี Independent Agency เกิดขึ้นมากมายหลัง COVID แต่ตลาดยังต้องการมากกว่านั้น “แบรนด์ใหญ่ๆ เริ่มกลับมามองที่คนและวัฒนธรรมมากขึ้น ไม่ใช่แค่ Mass Market อีกต่อไป”
“วันนี้ไม่มีพี่เบิร์ด ธงไชยขนาดที่คนทั้งประเทศจะรัก Generation ขนาดนั้นยังมีอยู่ แต่มันก็มี Sub-culture ที่หลากหลายมากขึ้น” เขาเปรียบเปรียวงการโฆษณากับความดังและแมสของพี่เบิร์ด ธงไชย

จุดแข็ง ทีมเล็กที่เต็มไปพลังและประสบการณ์
FLASH BOMBER มีทีมงานทั้งหมด ไม่เกิน 20 คน ซึ่งระเบิดมองว่าเป็นจำนวนที่ขนาดคอมแพ็คกำลังดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีจุดแข็งสำคัญคือ ทีมงานที่มีประสบการณ์ แม้จะเป็นคอมแพ็คไซส์ ไม่เล็กไม่ใหญ่มากเกินไป ซึ่งไซส์แบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เรียนรู้ในช่วงโควิดว่าขนาดเท่านี้ก็ทำงานที่ดีมีประสิทธิภาพออกกมาได้ นอกจากนี้ ยังมั่นใจในความสามารถของทีมงานทุกๆ คน เพราะถ้าดูผลงานในพอร์ตที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่างานของ FLASH BOMBER ทำงานบนความเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นได้
“ไอเดียของ FLASH BOMBER มุ่งเน้นไปที่การ Turn Consumer Head หรือการทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจ เราไม่สามารถไปหยิบเงินในกระเป๋าคนมาได้ แต่เราทำให้เขาหันมามอง หรือเวลาเขาไปยืนหน้าเชลฟ์ เขาตัดสินใจเลือกเราได้” ระเบิดอธิบายเป้าหมายของการทำงาน
นอกจากนี้ ระเบิดยังเชื่อว่าการทำงานครีเอทีฟที่ดีต้องเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง “ทุกคนอยากโปรโมท ทุกคนอยากให้งานดีนี่คือ Mindset ของลูกค้า ดังนั้น เราต้องเข้าใจว่าลูกค้าอยากเห็น Product ของเขาดีขึ้น อยากเห็นมันถูก Promote” ดังนั้น ถ้าเพียงเราทำความเข้าใจลูกค้าให้ดี การคิดงานครีเอทีฟก็จะไม่ยาก

DNA ของ Flash Bomber การ Hijack moment
เมื่อถูกถามถึง DNA ของทีม เบิร์นใช้คำว่า “กองโจร” เพื่ออธิบาย เวลาเราทำงาน เราจะคิดถึงการ Hijack moment ทำให้คนไม่รู้ตัวมาก่อน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือแคมเปญ Night Sampling ให้กับดัชมิลค์ ซึ่งเป็นการพลิกมุมมองความคิดใหม่ ของวิธีการแจก Sampling แบบปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะไปแจกในช่วงพักกลางวันของย่านออฟฟิศบิวดิ้ง แต่เมื่อโปรดักส์คือการทำให้ลำไส้ดีในช่วงค่ำ ดังนั้น เราจึงเปลี่ยนเวลาในการแจกใหม่เป็นช่วงเย็นหลังเลิกงาน ซึ่งคนยังเยอะเหมือนเดิม แต่มันสามารถดึงคาแรคเตอร์ของโปรดักส์ให้ออกมาเด่นขึ้นได้ นี่คือากkร Hijack moment
อีกหนึ่งตัวอย่างคือ แคมเปญ “มีBUDมั้ย” ให้กับ Budweiser ผ่านคอนเสิร์ต Bruno Mars ซึ่งบัตรขายหมดเกลี้ยงเลย ดังนั้นเวลาบัตรหมดคนจะพิมพ์ตามหาว่า “มีBUDมั้ย” จึงนำคำนี้มาเล่นพ้องกับชื่อแบรนด์ Bud-weiser ด้วย โดยการเล่นก็อปปี้ไรทติ้งว่า “มีBUDมั้ยถ้าไม่มีบัตรBUDมีบัตร” พร้อมกับนำไปเล่นในโซเชียลมีเดียของแบรนด์แล้วให้ผู้โชคดีมารับบัตรที่งาน แต่มากไปกว่านั้นยังทำการ Hijack moment ด้วยการมีคนใส่มาสคอตบูธครึ่งตัวเดินไปแจกบัตรที่งานเรียกความสนใจได้จากคนที่มาดูคอนเสิร์ตเป็นหมื่นๆ โดยที่ทางแบรนด์เองไม่ได้เป็นสปอนเซอร์หลักเลย และที่สำคัญคือเกิดขึ้นในบัดเจ็ทที่ถูกมาก

ผงาดคว้าผลงานระดับโลก รางวัล Clio Sport
ความสำเร็จครั้งสำคัญของ FLASH BOMBER คือการได้รับรางวัล Clio Sport Awards ด้วย แคมเปญ The Air Pollution Jersey ซึ่งร่วมกับ “สภาลมหายใจภาคเหนือ” (Northern Thailand Breath Council) โดยเป็นแคมเปญที่มุ่งเน้นสร้างการตระหนักถึงภัยของมลพิษฝุ่น PM 2.5 ซึ่งนอกจากจะเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชนทั่วไปแล้ว แต่มากไปกว่านั้นสำหรับนักกีฬาที่ต้องเล่นต้องวิ่งและฝึกซ้อมกลางแจ้งถือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพอย่างมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการสื่อสารถึงผู้คนทางทีมครีเอทีฟ จึงออกแบบ เสื้อทีมฟุตบอลลำพูน ให้สื่อถึงระดับค่าฝุ่น PM 2.5 ผ่านสีเสื้อของนักฟุตบอล
“สำหรับคนทั่วไปอาจจะมองว่า ก็แค่เปลี่ยนสีเสื้อเท่านั้น แต่ต้องบอกว่าสำหรับทีมฟุตบอลการเปลี่ยนสีเสื้อทีมมันมีอะไรมากกว่านั้น สีเสื้อฟุตบอลมันเป็น Identity ทีมจะไม่เปลี่ยนสี แม้จะเตะกับทีมที่มีสีคล้ายกัน แต่ทางสโมสรกลับกล้าที่จะให้เราทำสิ่งนี้ โดยเราใช้สิ่งนี้เพื่อลงสนามด้วยสีที่ตรงกับค่าฝุ่น เพื่อบอกว่าอยากให้ปัญหานี้มีการเร่งปรับแก้” ระเบิดอธิบายแนวคิด
และแน่นอนว่า ด้วยความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง และอิมแพคต่อผู้คนมาก แคมเปญนี้จึงได้รับ 1 Gold, 1 Silver, 1 Bronze และ 1 Shortlist จาก Clio Sport Awards ซึ่งเป็นครั้งแรกที่งานจากประเทศไทยได้รับรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเวทีนี้ นอกจากนั้น ทางทีมลำพูนยังได้รับการเสนอชื่อเป็น Team of the Year ด้วย
“ผมว่ามันเป็นงานที่การแสดงออกที่ Simple และมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน และฟุตบอลเป็นเรื่อง Universal และการที่ทีมเล็กๆ ออกมาแอคชั่นเกี่ยวกับเรื่องสังคม มันไม่ได้หยุดแค่ในประเทศ มันถูกพูดออกไปทั่วโลก” ระเบิดวิเคราะห์ความสำเร็จ
(คลิกดูผลรางวัลทั้งหมดของ CLIO SPORTS)

การสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า
สำหรับเอเจนซี่อายุ 3 ปีกว่า ในขนาดกะทัดรัดที่เสนอไอเดีย “ว้าว” ซึ่งมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยง การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ระเบิดเผยเคล็ดลับว่า “คือการที่เราเข้าใจการตัดสินใจของลูกค้า ในสิ่งที่ลูกค้าแบกรับ ทั้งความฝันและความกลัว” ซึ่งหมายถึงการทำงานที่เราต้องเข้าใจหัวใจของลูกค้าไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายต่างๆ เช่น ยอดขาย KPI หรือความกังวลในเรื่องต่างๆ ถ้าเราใช้หัวใจฟังเราก็จะสามารถช่วยเขาได้ในทิศทางที่ถูกต้อง
สำหรับลูกค้าที่เข้ามาหา FLASH BOMBER มักต้องการให้แบรนด์ของตน “เด็กลง” หรือ “ทันสมัยขึ้น” หรือต้องการแหวกแนวจากสิ่งที่เคยทำ การที่เข้าใจทั้งเป้าหมายและความกังวลของลูกค้า ทำให้ FLASH BOMBER สามารถสร้างความไว้วางใจและกล้าที่จะรับความเสี่ยงร่วมกับลูกค้าได้
ในเรื่องของงบประมาณ FLASH BOMBER ไม่ได้ทำงานด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำ แต่ก็ไม่ได้แพงจนเกินไป พวกเรามองว่าต้องนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมกับผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการ แม้ว่าอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าตั้งธงไว้ในตอนแรกก็ตาม แต่ถ้าเรารู้ข้อจำกัดต่างๆ ก็จะร่วมกันหาทางออกหาวิธีในการนำเสนอที่เหมาะสม

ทิศทางอนาคต ความชัดเจนและความหลากหลาย
เมื่อถูกถามถึงทิศทางใน 3 ปีข้างหน้า ระเบิดกล่าวว่า อยากทำให้งานโฆษณามีสีสันและมีความสนุกสนานมากขึ้น ส่วนตัวก็อยากเห็นงานในลักษณะ Hijack กันไปมาระหว่างแบรนด์ต่างๆ ก็คงสนุกดี
“แต่ในอีกทางหนึ่ง ถ้ามันมีการไฮแจ็คกันไปเรื่อยๆ ก็คงเฝือเกินไป ดังนั้น สิ่งที่คิดว่าสำคัญที่สุดในวงการโฆษณาก็คือ อยากเห็นการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ วิธีคิดใหม่ๆ ท่าใหม่ๆ ของวงการครีเอทีฟไทยต่อไปเรื่อยๆ จะช่วยยกระดับความคิดของวงการโฆษณาไทยให้ดียิ่งขึ้นแน่นอน”
สำหรับ FLASH BOMBER ในวัย 2 ปีกับประสบการณ์ 20 ปีของผู้นำ กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเอเจนซี่ขนาดเล็กสามารถสร้างผลงานระดับโลกได้ ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่กล้าท้าทาย ความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และการ Hijack moment ในวิธีที่ไม่เหมือนใคร น่าติดตามการเติบโตไปข้างหน้าของเอเจนซี่บูธีครายนี้ต่อไป





