ถึงเวลาเอาจริง!! TrueCoffee พลิกโฉมครั้งใหญ่ เดินหน้าสู่ Leading Food Company ทั้งในไทยและเอเชีย

  • 3.9K
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ใครที่ได้ผ่านไปผ่านมาบริเวณเซ็นเตอร์พอยด์ ออฟ สยามสแควร์ คงสะดุดตากับโฉมใหม่ของ TrueCoffee หรือ True Space Centerpoint of Siam Square และอาจจะเกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับเชนร้านกาแฟดังแบรนด์นี้ เพราะเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ที่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนดีไซน์ หรือ Re brand เปลี่ยนโลโก้เท่านั้น แต่ได้มีเติมบริการด้านดิจิทัลและเพิ่มไฮไลท์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจแบบไม่เคยเห็นในร้านกาแฟไหนมาก่อน

 

 

แน่นอนคนที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุด ก็คือ ‘ดร. ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์’ ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะกรรมการบริหาร , กรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจอาหารและ คอฟฟี่เฮ้าส์ บริษัท เบคเฮาส์ จำกัด รักษาการ ผู้อำนวยการ True Branding Shop และ ทรูสเฟียร์ ผู้ที่ปลุกปั้นและสร้างชื่อให้กับทรู คอฟฟี่ ตั้งแต่วันแรกจนมาถึงปัจจุบัน

“ตอนเริ่มต้นทำ TrueCoffee เราเป็นร้านกาแฟที่มาเสริมการให้บริการของบริษัทแม่ นั่นคือ ทรู คอร์ปอเรชั่น ด้วยการเพิ่มไลฟ์สไตล์ให้กับเทคโนโลยีต่าง ๆ  ให้ลูกค้าเรียนรู้และเข้าถึงได้ง่าย มาถึงวันนี้ผ่านไป 15 ปี เราต้องการเป็น Key Player ในเรื่องเชนร้านกาแฟที่แข็งแรงทั้งในไทยและเอเชีย จึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันทั้งตลาดและผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลเนียลที่เราต้องการเข้าถึง เช่น ตอนนี้วงการกาแฟเข้ามาสู่ generation 3 คือ Specialty coffee เพราะคนเริ่ม educate พิถีพิถันในการดื่มกาแฟมากขึ้น เราต้องตามให้ทัน ซึ่งจริง ๆ ก่อนหน้านี้เราเคยนำ Drip coffee เข้ามาเป็นรายแรก ๆ ในไทยแต่พอไม่ใช่เวลาก็เลยต้องรอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งในช่วงนี้เรนการทำกาแฟแบบนี้มาเปลี่ยนแบบตีลังกาคิด

 

 

สำหรับไอเดียของการพลิกโฉมแบรนด์ครั้งนี้ ดร.ปพนธ์ เล่าว่า หลัก ๆ  เป็นการนำ compassion ที่ TrueCoffee มีในเรื่องกาแฟดี การส่งเสริมการกินดีอยู่ดี มาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเติมเต็มชีวิตของคนยุคนี้ สุดท้าย ทำแล้วต้องให้โลกยั่งยืนด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่ Re brand เปิดตัวโลโก้ใหม่สไตล์มินิมอลเท่านั้น

แต่ยังมีการปรับกลยุทธ์ และ Re-engineering  ใน 10 ด้าน เพื่อสื่อให้เห็นภาพและทิศทางใหม่ในการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ของ TrueCoffee อย่างชัดเจน นั่นคือ เน้นสร้าง Experience touch point  ให้กับลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการนำ Food science / Food tech และ Digitalisation เข้ามาเติมเต็มในการสร้างสินค้าและบริการ โดยการ  Re-engineering  ใน 10 ด้าน ประกอบด้วย

 

 

1. Physical Store : เพราะ Physical Store มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการสื่อสารให้ลูกค้าเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ได้สัมผัสของจริง โดยเลือกสาขาเซ็นเตอร์พ้อยด์ ออฟ สยามสแคร์มา สร้างเป็นแฟลกชิพ สโตร์ ตกแต่งในสไตล์มินิมอล มีบริการเครื่องดื่มทั้งเครื่อง Espresso Machine สำหรับเครื่องดื่ม Classic Beverage และ Slow Bar (Pourover) ทำเครื่องดื่ม Drip Coffee ให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรเมล็ดกาแฟได้ด้วยตนเอง รวมถึงมีเบเกอรี่และสินค้าอื่น ๆ ครบครัน

2. Digital Stores : การเติมเทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อนำเสนอโปรดักท์และบริการต่าง ๆ ในรูปแบบ O2O (online to offline) ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี สะดวกสบาย โดยไฮไลท์ที่ ดร.ปพนธ์ย้ำว่า ‘ห้ามพลาดเด็ดขาด’ ก็คือ True 5G Robot Barista หุ่นยนต์ Drip Coffee Barista ตัวแรกของโลกที่มีสองแขนกลสามารถชง Drip Coffee ได้อย่างบาริสต้ามืออาชีพ ทำความสะอาดแก้วในการชงและจัดการขยะในเวลารวดเร็ว  ด้วยการโปรแกรมการทำงานผ่าน True 5G ซึ่งหุ่นยนต์อัจฉริยะตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นเจ้าของร้านคอยให้บริการลูกค้าอยู่บริเวณชั้น 2

 

 

นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์อื่น ๆ อาทิ หุ่นยนต์อัจฉริยะในการเสิร์ฟให้ลูกค้า , Smart Cooler “A true Grab-and-Go shopping experience” ตู้อัตโนมัติให้เลือกซื้อสินค้าทั้งเครื่องดื่มและเบเกอรี่ได้แบบเรียลไทม์ ชำระเงินผ่าน TrueMoney Wallet  , IOT Mug แก้วอัจฉริยะที่สามารถอุ่นเครื่องดื่มให้อยู่ในอุณหภูมิที่ต้องการได้ ฯลฯ

3. Product : ได้มีการเปลี่ยนใหม่ทั้งในส่วนของเครื่องดื่ม และเบเกอรี่ โดยเครื่องดื่มมีเมล็ดกาแฟพิเศษที่คัดมาเฉพาะ ได้แก่ เมล็ดกาแฟจากบ้านสบขุ่น จังหวัดน่าน ที่ทาง TrueCoffee ร่วมกับ CP เข้าไปช่วยปลูกป่าและให้คนในพื้นที่ปลูกกาแฟเพื่อเสริมรายได้ ฯลฯ ส่วนเบเกอรี่ จะเป็นโฮมเมดสัญชาติฝรั่งเศสสไตล์ Artisan Boulange มีให้เลือกเกือบ 40 เมนู ซึ่งสำหรับสาขา Flagship store นี้ได้เพิ่มความหลากหลายรองรับมื้ออาหารตั้งแต่เช้าไปถึงเย็น เช่น Signature Ceasar Salad, Tom yum chicken wings, Spaghetti meat ball with mackarel, Ka-prao fried rice beef burger with quail egg เป็นต้น

 

 

4. People : อีกหนึ่ง touch point ที่สำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์ใหม่ที่ดีให้กับลูกค้า นอกจากมีการนำ ‘คนคุณภาพ มีความสามารถ เอาใจใส่ทั้งเรื่องของคุณภาพสินค้า และความต้องการของลูกค้า’ เข้ามาเสริมทีมแล้ว ยังเน้นการพัฒนาพนักงานให้มีศักยภาพ และมี mindset ในการบริการให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไปอยู่สม่ำเสมอ

5. Packaging : เมื่อภาพลักษณ์เปลี่ยน เมอร์ชัลไดร์ซิ่งและแพ็กเกจจิ้งก็จำเป็นต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะเน้นให้มีความน่ารักสไตล์มินิมอลตอบโจทย์ตัวตนของแบรนด์ที่มีความ humber และเข้ากับไลฟสไตล์ในปัจจุบันได้มากขึ้น

 

 

6. FMCG : การขยายเข้าสู่ธุรกิจใหม่อย่าง FMCG เริ่มต้นจากเปิดตัว TrueCoffee Cup กาแฟบรรจุแก้วพร้อมดื่มที่เหมือนบาริสต้าชงให้ทานสำหรับตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่เร่งรีบ มีด้วยกัน 2 รสชาติ ได้แก่ ทรูคอฟฟี่ซิกเนเจอร์ลาเต้ และ ทรูคอฟฟี่อเมริกาโน่ (ในอนาคตจะมีรสชาติใหม่ตามมาอีก) จำหน่ายในราคา 39 บาท ที่ TrueCoffee ทุกสาขาทั่วประเทศ, 7-Eleven , Lotus’s และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ส่วนโปรดักท์ต่อไปที่จะแนะนำสู่ตลาด ก็คือ น้ำดื่มผสมวิตามิน จากนั้นจะมีสินค้าตัวอื่นทยอยตามออกมาเพิ่มเติม

การ Re-engineering  ในเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ว่า ทำไม TrueCoffee ถึงตัดสินใจกระโดดเข้ามาในธุรกิจ FMCG ที่มีการแข่งขันดุเดือด และธุรกิจนี้จะส่งผลอย่างไรต่อการพลิกโฉมของ TrueCoffee

 

 

7. Online: การเดินหน้าสู่ Online Social ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ และการให้บริการออนไลน์เดลิเวอรี่ โดยไฮไลท์ ได้แก่ TrueCoffee Application 2021 ที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ และยกระดับการดื่มกาแฟให้กับผู้ใช้ เพราะแอปฯนี้มีฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นมาจากการเข้าใจความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

 

 

ไม่ว่าจะเป็น ‘Subscription’ ฟีเจอร์สำหรับลูกค้าที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ โดยให้ลูกค้าจ่ายเป็นรายเดือน เจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย เริ่มต้นที่ 699 บาท สามารถซื้อกาแฟ TrueCoffee ได้ในราคาพิเศษ , ‘Order and Pay’ ให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อเครื่องดื่มเบเกอรี่ และชำระเงินได้ล่วงหน้า แล้วไปรับออเดอร์ได้ที่ TrueCoffee สาขาที่เลือกแบบไม่ต้องรอคิว และ ‘Collect Bean’ การสะสมคะแนนในการใช้จ่ายทุก 25 บาท จะได้รับ 1 บีน นำไปเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าต่าง ๆ ของ TrueCoffee

8. Catering Business : การรุกเข้าสู่ธุรกิจ Catering รองรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่เริ่มทำมาปีกว่า และได้รับผลตอบรับดีเป็นอย่างมาก

9. Sound &Smell : การนำเสนอบรรยากาศใหม่ ๆ ด้วยการร่วมมือกับ TrueID , Joox , apple music , spotify ในการสร้าง playlist และมิวสิคคอลเลคชั่นให้ลูกค้าได้ enjoy ภายในร้าน และที่บ้านให้บรรยากาศเหมือนนั่งที่ร้านของเรา

10. Communication : การสื่อสารถึงภาพลักษณ์ สินค้า และบริการที่เปลี่ยนไป ผ่านช่องทางต่างๆ ของ TrueCoffee ทั้งภายในสาขาและทางออนไลน์

ทั้งหมด ดร.ปพนธ์บอกว่า เป็นการเปลี่ยนแบบตีลังกาคิด เพื่อให้ TrueCoffee เป็นอีกธุรกิจที่เติบโตและขยายมากขึ้น จึงต้องมี Position และ Identity ชัดเจน ไม่ใช่แค่เพียงชอปที่ใส่เทคโนโลยีอย่างเดียว และ True Space Center Point of Siam Square จะเป็น Flagship Store ที่กำลังบอกว่า TrueCoffee ‘เอาจริง’ ในเรื่องของ การเป็น Roastery and bakery cafe แล้ว

สำหรับแฟลกชิฟสโตร์แห่งนี้ลงทุนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เป็นต้นแบบของ Digital Store และพื้นที่ชั้น 2 จะเปิดให้กาแฟแบรนด์ต่าง ๆ  มาใช้พื้นที่สร้างการรับรู้และพรีเซ็นต์กาแฟของตัวเอง เพราะเราไม่ต้องการเป็นแต่เชนร้านกาแฟ แต่ต้องการเป็น Knowledge Provider ที่ดี โดยเอาองค์ความรู้ที่มีแชร์เพื่อพัฒนาและสร้างการเติบโตให้กับคนอื่นด้วย เตรียมสร้าง Brand ให้แข็งแรงมีจุดยืนที่ชัดเจนในตลาดยกระดับสู่ Inter Brand

 

 

สำหรับกลยุทธ์ต่อไปของ True Coffee หลังจากดำเนินการเปลี่ยนโฉมแฟลกชิพ สโตร์แล้ว จากนี้จะทยอยนำโฉมใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่พัฒนาขึ้นมาขยายไปสู่สาขาต่าง ๆ โดยภายในปี 2564

นอกจากนี้ ยังจะเดินหน้าสู่การเป็น Leading Food Company ในการสร้าง food innovation ให้ตอบโจทย์เทรนด์ของโลกและความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงสร้างความยั่งยืนให้กับโลกด้วย เช่น เตรียมเปิดตัว Plant based ทั้งในส่วนของเครื่องดื่มและอาหาร ฯลฯ ขณะที่การเปิดสาขาใหม่นั้น ตอนนี้ต้องชะลอไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย  ‘การบุกธุรกิจขยายกิจการทั้งในและต่างประเทศ’ เป็นอีกกลยุทธ์ที่ ดร.ปพนธ์วางไว้เพื่อเดินหน้า TrueCoffee สู่การเป็น Key Player เชนร้านกาแฟที่แข็งแกร่งทั้งในไทยและเอเชีย ซึ่งนอกจากการเร่งขยายการเติบโตแล้ว ยังเป็นการยกระดับสู่ Inter Brand ของ TrueCoffee ด้วยสำหรับในไทยจะใช้ TrueCoffee Go ที่มีอยู่ และขยายอย่างต่อเนื่องรวดเร็วโดยการจับมือกับ partner ต่างๆ ซึ่งเปิดไว้รองรับบริการเดลิเวอรี่และเป็นตัวจุดระเบิดธุรกิจแฟรนไชส์เป็นหัวหอกสำคัญ

 

 

ส่วนในต่างประเทศ จะโฟกัสไปยังตลาดจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2565 เตรียมยกรูปแบบทั้งหมดของแฟลกชิพ สโตร์ ที่สาขาเซ็นเตอร์ พอยด์ ออฟ สยามสแควร์ ไปเปิดที่เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อเป็นต้นแบบการบริหารแฟรนไชส์ของ TrueCoffee ในต่างประเทศ

“ที่ผ่านมาเรามีการทำแฟรนไชส์ไปบ้างที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา ฯลฯ

แต่รูปแบบการไปเป็นการให้สิทธิ์แล้วให้ผู้ได้รับแฟรนไชส์ไปบริหารเองทั้งหมด ทำให้ที่ผ่านมาการควบคุมคุณภาพ และการบริการไม่เป็นไปตามที่ต้องการ แต่ที่จีนเราจะลงทุนเอง บริหารเอง สำหรับเป็นต้นแบบให้เห็นว่า ควรทำและพัฒนาอย่างไรให้เป็นไปตามคอนเซปต์ของเรา” ย้ำทุกวิกฤตมีโอกาส เพียงหาให้เจอ

ส่วนทำไมถึงเลือกใช้จังหวะนี้มาเดินหน้าภารกิจใหญ่ในการพลิกโฉม TrueCoffee  ซึ่งจากบรรยากาศและสถานการณ์ต่าง ๆ ในภาพรวม ดูแล้วไม่น่าจะเอื้ออำนวยนัก

ทาง ดร.ปพนธ์ให้คำตอบว่า ต้องการจะสร้างโอกาสในวิกฤตนี้ และหลาย ๆ อย่างเป็นการเตรียมความพร้อมในอนาคต เพราะเมื่อวิกฤตผ่านไปทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เราต้องการเดินต่อด้วยการเอาสิ่งที่สะสมมา 15 ปี มาเทิร์นหาโอกาสหรือตลาดใหม่ ๆ เป็นสาเหตุให้ต้อง Re brand ควบคู่ไปกับ Re-engineering เพื่อให้เกิดอิมแพค

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของร้านกาแฟในสถานการณ์ปัจจุบันยอมรับเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะผู้ประกอบ SME  โดยสิ่งสำคัญที่จะให้อยู่รอดได้นั้นเป็นเรื่องของ economy of scale , การบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับรายได้,การเดินสู่ออนไลน์ และสร้างความร่วมมือกับรายใหญ่ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ

“หลายคนอาจบอกว่า ให้พุ่งไปที่เดลิเวอรี่ แต่จริง ๆ เรื่องนี้เดลิเวอรี่สร้างรายได้เก่งสุดคือ 20% ของรายได้ทั้งหมด ไม่สามารถช่วยพยุงทราฟฟิกได้ และยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่างๆ แบรนด์ SME ต้องดูจุดแข็งของตัวเองมาบริหารต้นทุนกับรายได้ให้ดี หาทางสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ทั้งไปออนไลน์หรือจับมือกับทุก partner เพื่อให้ทุกธุรกิจเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

สำหรับ TrueCoffee นั้นถือว่า โชคดี เพราะอยู่ในตลาดมานาน 15 ปี และมี True ecosystem ที่มีฐานลูกค้ามหาศาลมาเป็นแรงส่งเสริม จึงสามารถใช้วิกฤตครั้งนี้มาสร้างโอกาสได้ โดยเป้าหมายที่ ดร.ปพนธ์ ในฐานะผู้ปลุกปั้น TrueCoffee ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันต้องการให้ TrueCoffee เป็นนอกจากขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำเชนร้านกาแฟที่แข็งแกร่งทั้งในไทยและเอเชียแล้ว ยังต้องการให้ Knowledge Provider ที่ดี ด้วยการนำองค์ความรู้ innovation ที่มีไปแชร์ให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เพื่อพัฒนาและสร้างการเติบโตไปด้วยกัน

 

 

“ลึก ๆ เราอยากเป็นผู้นำในธุรกิจร้านกาแฟ และต้องเป็นผู้นำที่ดี มีความใจกว้าง ช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือสังคม และเราไม่ได้ตั้งเป้าจะไปแข่งกับคนอื่น”

ข้อมูลเพิ่มเติม https://linktr.ee/truecoffee
ดาวน์โหลด TrueCoffee Application ได้ที่ https://bit.ly/34c8Yli

Copyright © MarketingOops.com


  • 3.9K
  •  
  •  
  •  
  •