103.58.148.118

Opinion

Ξ Leave a comment

เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือหลัก ความต้องการด้านเทคโนโลยีจึงปรับตัวสูงขึ้น

posted by  134 views

Tech-Trend

เมื่อยุคปัจจุบันทุกคนเข้าถึงข้อมูล หลายคนเริ่มรู้เท่าทันแผนการตลาด แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนยังมองไม่เห็นคือสิ่งที่เรียกว่า “อนาคต” หลายหน่วยงานจึงต้องสร้างโอกาสในการทำธุรกิจด้วยการกำหนดอนาคตหรือ “เทรนด์” นั่นจึงทำให้หลายคนต่างให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีช่วยให้เห็นข้อมูลที่สำคัญที่จะช่วยให้สามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

หลายแห่งเริ่มมองอนาคตที่ไกลออกไปมากกว่าแค่ปี 2020 รวมไปถึงบริษัท เดลล์ อีเอ็มซี ประเทศไทย ที่มีการคาดการณ์เทรนด์การใช้เทคโนโลยีในประเทศไทยไปจนถึงปี 2030 เพื่อให้องค์กรเตรียมความพร้อมในการรับมือความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่เพียงแค่เรื่องของ Cloud, AI และIoT เท่านั้น โดย นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย จะมาชี้ให้เห็นเทรนด์เทคโนโลยี

Dell

 

ข้อมูลมหาศาลไหลผ่านคลาวด์

ผลพวงจากในปีที่ผ่านมา เมื่อเทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้ส่งผลให้ความต้องการรับส่งข้อมูลในปริมาณมากมายมหาศาลและความเร็วในระดับ Real Time ส่งผลให้เทคโนโลยี Cloud กลายเป็นเทคโนโลยีที่ต้องออกมารองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลเหล่านั้น แน่นอนว่า Cloud ช่วยให้ส่งข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็วผ่านรูปแบบของ Data Center แต่ก็ยังมีขีดจำกัดการทำงาน

Cloud Computing

เนื่องจากการใช้ Cloud ผ่าน Data Center  เพียงแห่งเดียว ทำให้ปริมาณข้อมุลมหาสาลไม่สามารถส่งผ่านได้อย่างสะดวก การสร้าง Data Center ในรูปแบบของการกระจายศูนย์ จึงเป็นการตอบสนองความต้องการรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเรียกรูปแบบของ Data Center แบบนี้ว่าData Center Multi-Tier และจะช่วยให้อุปกรณ์ปลายทางสามารถทำงานได้อย่างฉลาดมากยิ่งขึ้น

 

AI พูดคุยกับ AI มากขึ้น 

เทคโนโลยี AI เป็นที่รู้จักมากมายในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเทคโนโลยี AI จะเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาล เพื่อประเมินและวิเคราะห์ แต่ในอนาคตการสื่อสารกับ AI จะกลายเป็นเรื่องของ AI คุยกัย AI ด้วยกันเอง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าปริมาณข้อมูลจะมีปริมาณระดับ Setabytes (เซตาไบท์) หรือเทียบเท่ากับ 1 พันล้านเทราไบต์

AI

ทั้งนี้ การ์ทเนอร์ (Gartner) ยังมีการประเมินว่าในปี 2021 การขยายตัวของเทคโนโลยี AI จะสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้สูงถึงระดับ 2.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และช่วยให้คนทำงานประหยัดเวลาทำงานได้มากถึง 6,200 ล้านชั่วโมง

 

5G ช่วยให้เกิด IoT อย่างเป็นรูปธรรม

เทคโนโลยี 5G เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีได้รับการกล่าวถึงอย่างมากตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 ซึ่งจุดที่โดดเด่นของเทคโนโลยี 5G คือการให้แบนด์วิดธ์สูงแต่ความหน่วงต่ำ หนึ่งกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ คือมีการส่งข้อมูลในปริมาณมหาศาล เรียกว่าการรับส่งใกล้เคียงคำว่า Real Time มากที่สุด ช่วยให้การประมวลผลทำได้เร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างภาพเสมือนจริง รองรับการใช้เทคโนโลยี AR, VR, Game เป็นต้น

5G

สำหรับเทคโนโลยี IoT แล้ว เทคโนโลยี 5G จะช่วยให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ กับระบบอินเตอร์เน็ตทำได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งอาจจะได้เห็นการย้ายระบบการทำงานอุปกรณ์ต่างๆ ไปสู่เว็บแอปพลิเคชั่น

 

AR/VR ประสบการณ์เสมือนจริง

AR/VR (Augmented and Virtual Reality) เป็นเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วยให้เปิดโอกาสในการฝึกอบรมและช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีอิสระมากขึ้น โดยไม่ได้จำกัดว่าต้องอยู่ในที่ทำงานเท่านั้น ที่มากไปกว่านั้นก็คือการนำพาทุกคนไปสู่สภาพแวดล้อมเสมือนจริง ราวกับว่าทำงานอยู่ด้วยกันจริงๆ

Blockchain

บล็อกเชน จะก่อให้เกิดปฏิกริยาลูกโซ่

Blockchain เป้นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีการพูดถึงอย่างมาก แต่ยังไม่มีการใช้อย่างกว่างขวาง เนื่องจากหลายองค์กรยังประเมินกันอยู่ว่าBlockchain จะช่วยเสริมความปลอดภัยและสร้างมูลค่าได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ในปี 2019 จะเป็นปีที่มีการพัฒนาไปสู่การนำเทคโนโลยีBlockchain ไปใช้งานจริง เนื่องจากหลายองค์กรได้ทำการศึกษาเพื่อให้เข้าใจว่า Blockchain เหมาะสมสำหรับองค์กรหรือยัง และองค์กรสามารถรองรับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้หรือไม่

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

ความเร็วอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญ ถ้าพิถีพิถันกับความลึก มองมุมต่าง สร้างความคิด สะกิดต่อมอยากรู้

User Name: Watokung

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 5 = thirteen

Recent Posts

Facebook