103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ 1 comment

เอไอเอส กับโครงการ “สานรัก” และ 3 เรื่องราวของแรงบันดาลใจ

posted by  4,792 views

sarnrak1

หลังจากที่ได้ยินว่าโครงการ “สานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัว” จากไอเอส เปิดตัวหนังสั้น 3เรื่อง ตอนแรกคิดว่าคงจะเป็น หนังสั้นทั่วไปที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กร แต่หนังสั้นชุดนี้กลับมีความหมายมากกว่านั้น เอไอเอสได้ถ่ายทอดแวคิด “แรงบันดาลใจจากครอบครัว สร้างการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ” แสดงให้เห็นพลังของแรงบันดาลใจจากครอบครัวผ่านเรื่องราวชีวิตจริงของเยาวชนในโครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง 3 คนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากครอบครัว ทำให้เกิดการเรียนรู้ในแง่มุมต่างๆ มาขับเคลื่อนชีวิตจนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่งที่ได้ทำขึ้นเพื่อขยายผลเรื่องครอบครัวนี้มีมานานแล้ว นานจนสามารถส่งเสียให้น้องๆ สามารถเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยได้แล้วกว่า 100 คน  และมีน้องๆ บางคน สามารถเรียนจนสอบชิงทุนและศึกษาจบในระดับด็อกเตอร์ หรือปริญญาเอกกันเลยทีเดียว  ยอมรับว่ารู้สึกดีใจจริงๆ ที่มีโครงการดีๆ แบบนี้และปลื้มแทนเอไอเอสกับความสำเร็จที่ทางบริษัทและทีมงานได้ตั้งมั่น จัดทำ และสานต่อโครงการจนได้เห็นความสำเร็จของเด็กทั่วประเทศ ไม่เชื่อต้องคลิกชมสักเรื่อง แล้วลองบอกเราว่าคุณได้แรงบันดาลใจจากเรื่องไหนมากที่สุด

“ลองดู” หรือ “We can try”

เรียนรู้จากการทดลอง ของจู้ น.ส.เนตรนภา แซ่หลี ที่มีแม่เป็นคนปลูกฝังวิธีการคิด การทดลองและลงมือทำ โดยไม่กลัวความล้มเหลว เริ่มต้นจากการทดลองปลูกถั่วงอกขาย ลองผิดลองถูก จนปัจจุบันน้องจู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์สมความตั้งใจ

“สับปะรด” หรือ “Pineapple”

เรียนรู้จากจากการสังเกต ของนิล น.ส.อัจฉรา พูนสวัสดิ์ ที่แม่มีวิธีการสอนโดยให้น้องนิลเรียนรู้ด้วยตนเอง รู้จักสังเกต ฝึกให้กล้าคิด กล้าทำ โดยมีแม่คอยดูและเป็นกำลังใจอยู่ห่างๆ ทำให้วันนี้นิลสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้เป็นคุณครูถ่ายทอดความรู้ให้เด็กๆต่อไป

“นางรำ” หรือ “Traditional Thai dance”

เรียนรู้จากการถ่ายทอดความรัก ของเล็ก น.ส.ระวีวรรณ เกลี้ยงทองคำ ที่ได้รับแรงบันดาลใจเรื่องการรำ ซึ่งถูกถ่ายทอดด้วยความรักจากแม่ที่ชื่นชอบและรักในงานนาฏศิลป์ไทยและส่งต่อให้เล็ก จนปัจจุบันประสบความสำเร็จในระดับปริญญาตรี และเป็นคุณครูสอนวิชานาฏศิลป์ตามต้องการ

เมื่อได้ชมหนังสั้นข้างต้นและมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส คุณวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ เพื่อทำความรู้จักกับ “โครงการสานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัว”ให้มากขึ้น ทำให้เราได้รู้ว่าโครงการสานรักนั้นดำเนินโครงการมานานถึง 15 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2542 และเป็นโครงการที่เอไอเอสจัดทำขึ้นเพื่อต้องการมีส่วนช่วยกระตุ้นให้คนไทยให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว เพราะด้วยความเชื่อว่าครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมคน ดังนั้นถ้าครอบครัวแข็งแรง ประเทศไทยก็แข็งแรงด้วย

wilai-6

จุดเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นว่า “ครอบครัว” เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไปสู่สังคมที่ดี

คุณวิไล พาเราย้อนอดีตกลับไป15 ปีเพื่อกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของโครงการสานรักว่ามาจากความต้องการคืนกำไรให้กับสังคม จนเกิดความคิดที่อยากจะทำโครงการสนับสนุนสถาบันครอบครัว “เมื่อย้อนกลับไป 15 ปีก่อน เราได้มองเห็นและพบว่าในสังคมไทยมีอัตราการเพิ่มของยาเสพติดและอาชญากรรมที่เกิดขึ้น นั้นเกิดขึ้นจากคนอายุน้อยลงเรื่อยๆ จนถึงเด็กวัยรุ่น เอไอเอสได้ตระหนักถึงปัญหานี้ และเริ่มมองว่าถ้าบริษัทอยากจะเข้าไปแก้ไปปัญหาตรงนี้ เราต้องทำอย่างไรบ้าง

จากนั้นเราจึงเริ่มศึกษาถึงปัญหาและหาข้อมูลเพิ่มเติมจนพบว่ามีรายงานของกรมสุขภาพจิตที่อธิบายสาเหตุสำคัญของปัญหาเหล่านี้ว่ามาจากครอบครัว สภาพครอบครัวไทยเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวขยายไปเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น เด็กๆ ต้องอยู่กับพี่เลี้ยง อยู่กับเพื่อน หรืออยู่กับใครที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องตัวเอง จึงทำให้ความใกล้ชิดความผูกพันหายไป การปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวแย่ลงทุกวัน ตรงนี้เองที่ทำให้เด็กสุขภาพไม่แข็งแรงทางด้านจิตใจ พอสุขภาพจิตใจไม่แข็งแรง โอกาสที่จะถูกชักจูงให้ไปติดยาเสพติดและไปก่ออาชญากรรมก็มีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราเห็นแล้วว่าต้นเหตุของปัญหาคือเรื่องนี้  เราจึงหยิบเรื่องประเด็นของครอบครัวมาเป็นแกนในการทำโครงการ‘สานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัว’ให้เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมหลักของเอไอเอส

wilai-3

wilai-1

ภารกิจเพื่อสังคมของ “สานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัว”

sarnrak2 

1. จุดประกายความคิดของคนในสังคม

ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่เอไอเอสจัดทำโครงการสานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัว นอกจากจะจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบเพื่อเป็นสื่อกลางสร้างให้คนไทยทุกคนตระหนักในความสำคัญของครอบครัวแล้ว ในแต่ละปีเอไอเอสได้นำเสนอแนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับครอบครัว เพื่อถ่ายทอดมุมมองที่เป็นประโยชน์ในการสร้างความรักและความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวมาตลอด โดยแนวคิดแต่ละปีจะสะท้อนภาพสังคมและต่อยอดจากแนวคิดเดิมให้มีพลังในการสื่อสารไปถึงครอบครัวมากยิ่งขึ้น คุณวิไลเล่าเสริมว่า “ปีนี้เราออกแนวคิดใหม่ “แรงบันดาลใจจากครอบครัว สร้างการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ” ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้พ่อแม่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ครอบครัวถือเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดเช่นกันในการสร้างแรงบันดาลใจ และมีบทบาทในการกระตุ้นการเรียนรู้ให้แก่สมาชิกในครอบครัว เพราะทุกคนสามารถเรียนรู้ทักษะต่างๆ มาตั้งแต่แรกเกิด โดยมีพ่อแม่เป็นผู้เริ่มต้นสร้างการเรียนรู้ในหลากหลายวิธี ซึ่งพลังของการเรียนรู้จะก่อให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ต่อไป”

2.  ให้ความรู้กับสังคม

เพื่อทำให้ทุกคนเข้าใจแนวคิดที่เราต้องการสื่อสารถึงคนในสังคม เรายังสร้างองค์ความรู้ๆ อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมนาสานรักให้คุณพ่อคุณแม่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กัน โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดแต่ละปีมาร่วมพูดคุย รวมถึงการจัดพิมพ์วารสารสานรัก สำหรับจัดส่งให้สมาชิกโครงการทุกคนและเผยแพร่ออนไลน์เพื่อให้ผู้ที่สนใจดาวน์โหลดไปอ่านฟรีด้วย

sarnrak6

3.  กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว

เอไอเอสเล็งเห็นว่า การที่จะทำให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันเพื่อสานสายใยแห่งความรัก ความผูกพันของครอบครัว ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นจึงมีการจัดกิจกรรมขึ้น คุณวิไลเล่าถึงกิจกรรมว่า “เรามีกิจกรรมการกุศลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีคือ เอไอเอส แฟมิลี่ วอล์ค แรลลี่ และเอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่ทั้งสองกิจกรรมนี้ เปิดให้ทุกครอบครัวมีโอกาสเข้าร่วมโดยไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าเอไอเอส ขอเพียงเข้ามาเป็นสมาชิกในโครงการสานรัก โดยเราจะนำรายได้ทั้งหมดไปทำบุญร่วมกันโดยบริจาคให้กับ มูลนิธิอานันทมหิดลและมูลนิธิสายใจไทย ซึ่งกิจกรรม 2 รายการนี้ ครอบครัวที่ชนะจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพฯ และได้ได้ร่วมเข้าเฝ้าเพื่อรับรางวัลจากพระหัตถ์ของท่านเลย และทั้งหมดนี้คือสามส่วนที่เราทำเกี่ยวกับสถาบันครอบครัวค่ะ”

wilai-5 wilai-4

จากประสบการณ์อันยาวนานของโครงการสานรัก ทำให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของครอบครัวไทยมาโดยตลอด และสิ่งหนึ่งอยากจะฝากถึงทุกคนคืออยากให้ทุกๆ ครอบครัวให้ความสำคัญกับลูกหลาน เพราะต้นกำเนิดของการสร้างคนนั้นเริ่มต้นที่ครอบครัวเราจะสร้างคนไทยให้แข็งแรงได้ มันก็ต้องเริ่มต้นจากการสร้างครอบครัวไทยที่แข็งแรง โดยสร้างการเรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นในครอบครัว เพราะพลังของการเรียนรู้จะสร้างอนาคตให้พวกเขาและก่อให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบต่างๆต่อไป”  คุณวิไลกล่าวสรุป

ส่วน MarketingOops   ขอจบด้วยคำว่า “แรงบันดาลใจจากครอบครัว สร้างการเรียนรู้ไม่รู้จบ”

 wilai-7

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

1 Comment

Leave a Reply


4 + five =

Recent Posts

Facebook