สยามพิวรรธน์ชู 3 พลังขับเคลื่อน Global Luxury Community ต่อยอด Bangkok Watch Week 2026


 

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 งานรวบรวมแบรนด์นาฬิกาลักชัวรีระดับโลกที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน โดยตลอด 6 วัน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 40,000 คน รวมถึงนักสะสมนาฬิกาจากต่างประเทศกว่า 400 คน พร้อมการเข้าร่วมของแบรนด์นาฬิกาชั้นนำและผู้ผลิตนาฬิกาอิสระมากกว่า 45 แบรนด์

ความสำเร็จของงานในปีที่ 2 ยังสะท้อนถึงภาพความเป็นผู้นำ Luxury Retail ของสยามพิวรรธน์ และการเป็น Partner of Choice หรือพันธมิตรที่แบรนด์ระดับโลกให้ความไว้วางใจ สู่การสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงแบรนด์ระดับโลกเข้ากับผู้บริโภคและคอมมูนิตี้คนรักนาฬิกา พร้อมผลักดันให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมนาฬิกาลักชัวรีในระดับนานาชาติ

จากงานนาฬิกาสู่ Global Luxury Platform ที่เชื่อมแบรนด์และคอมมูนิตี้

หลังจากเริ่มจัดงานครั้งแรกในปี 2568 Bangkok Watch Week ได้ขยายขนาดการจัดงานอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนแบรนด์ที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นจาก 30 แบรนด์ในปีแรก เป็นมากกว่า 45แบรนด์ในปี 2569 ครอบคลุมทั้งแบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและผู้ผลิตนาฬิกาอิสระที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมทั้งผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงจากแบรนด์ต่างๆ บินมาร่วมงานด้วยตนเอง

 

 

การเติบโตดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของสยามพิวรรธน์ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นจุดหมายปลายทางของผู้บริโภคลักชัวรี ผ่านการสร้างประสบการณ์และกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับความสนใจของลูกค้า โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวเบื้องหลังสินค้า งานฝีมือ วัฒนธรรม และการได้พบปะผู้คนที่มีความชื่นชอบร่วมกัน

Bangkok Watch Week จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้จริง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พบปะผู้ก่อตั้งแบรนด์ ผู้บริหารระดับสูง ช่างทำนาฬิกา และนักสะสมจากนานาประเทศ ผ่านทั้งการจัดแสดงผลงาน การพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ และกิจกรรมที่เปิดให้สัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์นาฬิกาอย่างใกล้ชิด

แคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์โครงการและพัฒนาธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ให้มุมมองว่า กรุงเทพฯ มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการสะสมนาฬิกามาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของร้านจากแบรนด์ระดับโลกหลายแห่ง การจัด Bangkok Watch Week จึงเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของเมืองและส่งเสริมให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญด้านนาฬิกาของโลก

รวมกว่า 200 รุ่นใหม่ พร้อมการเปิดตัวครั้งแรกของโลกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ร่วมงาน คือการรวบรวมนาฬิกาเปิดตัวใหม่กว่า 200รุ่น ตั้งแต่นาฬิกาหายาก รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลงานกลไกซับซ้อนระดับสูง ไปจนถึงนาฬิกาดีไซน์ร่วมสมัยจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก

ภายในงานมีทั้งแบรนด์ที่กลับมาเข้าร่วมอย่าง Cartier, Bvlgari, Breitling, Grand Seiko, Hublot, IWC Schaffhausen, Jaeger-LeCoultre และ Vacheron Constantin รวมถึงแบรนด์ที่เข้าร่วมเป็นครั้งแรก เช่น Blancpain, Breguet, Greubel Forsey, MB&F, Oris, Roger Dubuis และ Tudor

 

 

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Roger Dubuis ที่เลือกเปิดตัวผลงานใหม่ในคอลเลกชัน Knights of the Round Table เป็นครั้งแรกของโลก ขณะที่ Oris นำเสนอ Aquis Bangkok Limited Edition ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร และผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน

 

 

นอกจากนี้ Universal Genève ยังใช้เวทีดังกล่าวเปิดตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก เปิดโอกาสให้นักสะสมและผู้สนใจในภูมิภาคได้ทำความรู้จักกับแบรนด์นาฬิกาสวิสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

ภายในโซน The Exhibition ยังมีการจัดแสดงผลงานหายากและนาฬิกาสำคัญจากแบรนด์ต่างๆ รวมถึงการนำเสนอของ Breguet เพื่อร่วมรำลึกวาระครบรอบ 225 ปีของ Tourbillonหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของประวัติศาสตร์นาฬิกากลไก

การนำผลงานระดับโลกและรุ่นพิเศษเหล่านี้มาจัดแสดงในกรุงเทพฯ ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์กับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา Bangkok Watch Week ให้เป็นเวทีที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ผลิตและนักสะสมในต่างประเทศ

ยกระดับ The Symposium เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

นอกเหนือจากการจัดแสดงนาฬิกา Bangkok Watch Week ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่าน The Symposium เวทีพูดคุยที่รวบรวมผู้บริหารแบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ช่างทำนาฬิกา และนักสะสมมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์

ในปีนี้มีการจัดกิจกรรมทั้งหมด 18 เซสชัน และมีผู้เข้าร่วมฟังรวมกว่า 4,000 คน ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่ประวัติศาสตร์และมรดกของแบรนด์ การออกแบบนาฬิกา เทคนิคงานฝีมือ นวัตกรรม ไปจนถึงอนาคตของอุตสาหกรรมเรือนเวลา

ตัวอย่างเซสชันที่น่าสนใจ ได้แก่ การพูดคุยเกี่ยวกับ Crazy Hours จาก Franck Muller และ Historiques American 1921 จาก Vacheron Constantin ซึ่งเปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์

 

ขณะเดียวกัน Georges Kern ผู้บริหารของ Breitling ยังร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของแบรนด์และวัฒนธรรมนาฬิกา ส่วน Emmanuel Breguet จาก Breguet ร่วมเล่าประวัติศาสตร์และความสำคัญของกลไก Tourbillon

ความพิเศษเพิ่มเติมในปีนี้ คือ การที่มีองค์กรระดับโลกด้านการศึกษาและวัฒนธรรมนาฬิกา อย่าง Fondation Haute Horlogerie (FHH) เข้ามามีส่วนร่วมกับ The Symposium และเปิดตัว FHH Academy Lounge ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก

 

 

พื้นที่ดังกล่าวมีกิจกรรมเวิร์กช็อปและการเรียนรู้แบบอินเทอร์แอ็กทีฟ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทำความเข้าใจพื้นฐานการผลิตนาฬิกา พร้อมเข้าร่วมการทดสอบเพื่อรับประกาศนียบัตร FHH Watch Advisor Certification

ด้าน The Experience ยังจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสขั้นตอนการสร้างสรรค์นาฬิกา ตั้งแต่การออกแบบและตกแต่งหน้าปัด การตกแต่งกลไก ไปจนถึงเทคนิคและนวัตกรรมต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังนาฬิกาแต่ละเรือน

ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ สยามพารากอน สยามพิวรรธน์ อธิบายว่า การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ผ่าน The Symposium และกิจกรรมที่เปิดให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมผ่านThe Experience เป็นองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้ Bangkok Watch Week และมีส่วนดึงดูดแบรนด์ต่างๆ ให้เข้ามาร่วมงานมากขึ้น

เดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้ลักชัวรี พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ สู่ Global Watch Destination

 

จากผลตอบรับของงานในปีนี้ สยามพิวรรธน์มีแผนต่อยอด Bangkok Watch Week ให้มีบทบาทในระดับนานาชาติมากขึ้น โดยอาศัยเครือข่ายพันธมิตรแบรนด์ลักชัวรี ความพร้อมของพื้นที่ค้าปลีก และความเข้าใจผู้บริโภค เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงแบรนด์ นักสะสม และผู้สนใจวัฒนธรรมนาฬิกาเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง

แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายการสร้าง Global Luxury Community ของสยามพิวรรธน์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค ผ่านกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะกลุ่มและเปิดโอกาสให้ผู้คนมีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างใกล้ชิด

การจัดงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวของสยามพิวรรธน์ในการพัฒนาศักยภาพด้าน Luxury Retail และสร้างพื้นที่สำหรับคอมมูนิตี้คนรักนาฬิกา โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มบทบาทของกรุงเทพมหานครบนแผนที่อุตสาหกรรมนาฬิกาลักชัวรีระดับโลก