สุกี้เดือดข้ามปี! ‘ลัคกี้’ รุก 7 กลยุทธ์สู้ศึก – ส่งโมเดลใหม่ ‘ลัคกี้ มาร์เช่’ ให้ลูกค้าเลือกหยิบเอง ตั้งเป้ายอดขาย 3.5 พันล้านบาท

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Lucky Suki

แม้สภาพเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมร้านอาหารในไทยปี 2569 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ระดับ 660,000 ล้านบาท เติบโต 4.6% เมื่อเจาะลึกมาที่เซ็กเมนต์ “ร้านอาหารประเภทสุกี้ชาบู” มีมูลค่าตลาดสูงถึง 35,000 – 40,000 ล้านบาท ยังคงเติบโตได้ 5-8% ต่อปี โดยมีกลไกขับเคลื่อนหลักคือร้านรูปแบบ “บุฟเฟต์” โดยเฉพาะตลาด Mass ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้าง

อย่างไรก็ตามตลาดร้านสุกี้-ชาบูขึ้นชื่อว่าเป็น Red Ocean ทั้งจำนวนผู้เล่น และการแข่งขันรุนแรง ความท้าทายของผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จึงไม่ใช่แค่ปัจจัย “ราคา” แต่เป็นการมอบ “ความคุ้มค่า” (Value for Money) และ “ประสบการณ์ใหม่” ควบคู่กับลงทุนขยาย “ช่องทางการให้บริการ” ทั้งสาขาและเดลิเวอรี่ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด และดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ

สำหรับ “ลัคกี้” ผู้ให้บริการลัคกี้ สุกี้ และลัคกี้ บาร์บีคิว ภายใต้การดำเนินงานโดยบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัดปัจจุบันเป็นหนึ่งใน Major Player ของตลาดร้านอาหารในไทย ใช้เวลาเพียง 4 ปีสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด และปีที่แล้วได้เป็นพันธมิตรร่วมทุนกับ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและความสามารถทางการแข่งขัน ทำให้ลัคกี้ พร้อมเดินเกมรุกอย่างเต็มกำลัง

Lucky Suki

 

เส้นทางการเติบโต 4 ปี ลัคกี้ จากผู้ท้าชิง สู่ผู้เล่นหลักในตลาดร้านสุกี้ชาบู

ตลอดระยะเวลา 4 ปีนับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจ ลัคกี้ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวนสาขา และยอดขาย

  • ปี 2565: มี 2 สาขา รายได้ 7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.6 ล้านบาท
  • ปี 2566: มี 6 สาขา รายได้ 409 ล้านบาท กำไรสุทธิ 46 ล้านบาท
  • ปี 2567: มี 20 สาขา และขยายธุรกิจสู่ร้านอาหารประเภทบาร์บีคิวในชื่อ “ลัคกี้ บาร์บีคิว” บริษัทมีรายได้รวมกว่า 1,014 ล้านบาท กำไรสุทธิ 108 ล้านบาท
  • ปี 2568: มี 42 สาขา ถือเป็นปีที่เกิด Turning Point สำคัญเมื่อเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือ CRG เข้าร่วมทุนในสัดส่วน 40% ในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด ทำรายได้ 2,154 ล้านบาท

การร่วมทุนกับ CRG ทำให้ ลัคกี้ สามารถติดสปีดขยายธุรกิจ เนื่องจาก CRG เป็นกลุ่มธุรกิจ Food Restaurant รายใหญ่ที่มีความพร้อมรอบด้าน จึงเข้ามาสนับสนุนธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น

  • งานระบบ
  • ร่วมกันพัฒนาโมเดลสาขาใหม่
  • ด้าน Customer Data
  • การบริหารจัดการระบบ Supply Chain

“รูปแบบตลาดร้านอาหารประเภทสุกี้–ชาบูในประเทศไทยที่เติบโตเด่น คือบุฟเฟต์ที่เน้นความคุ้มค่า มีเมนูหลากหลาย และมอบประสบการณ์มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แม้ช่องทางเดลิเวอรี่จะมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่การรับประทานที่ร้าน (Dine-in) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาด คุณรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เล่าภาพรวมตลาดร้านสุกี้-ชาบู

Lucky Suki-CRG
คุณรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด

 

รุก 7 กลยุทธ์ พิชิตยอดขาย 3,500 ล้านบาท

เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือด ลัคกี้ได้วางกลยุทธ์ทางธุรกิจ ทั้งลัคกี้ สุกี้ และลัคกี้ บาร์บีคิว ปี 2569 ดังนี้

1. ตอกย้ำความคุ้มค่า และราคาที่เข้าถึงง่าย (Value for Money): ลัคกี้ยังคงยึดมั่นในการเป็น Budget Buffet ราคามิตรภาพระดับ “3 แบงก์แดงทานอิ่ม ทานคุ้ม” โดยไม่มีนโยบายลดราคาเพื่อทำสงครามราคา แต่เน้นการเพิ่มความคุ้มค่า (Add on) ให้กับลูกค้าแทน

2. ยกระดับสินค้าและคุณภาพ: มีการเพิ่มรายการอาหารเมนูใหม่ๆ และเมนูพรีเมียมหมุนเวียนเข้ามา รวมถึงบาร์น้ำและของทานเล่นที่หลากหลายขึ้น เพื่อไม่ให้ลูกค้าจำเจและรู้สึกถึงความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น

 3. สร้างยอดขายทุกช่องทางแบบไร้รอยต่อ: มุ่งเน้นการสร้างยอดขายทั้งจากการทานที่ร้าน (Dine-in) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจร้านประเภทสุกี้-ชาบ-ปิ้งย่าง ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับช่องทางเดลิเวอรี่ (Delivery) มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกให้กับลูกค้า

4. บริหารต้นทุนมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ: ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ระบบงาน และการบริการให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา

Lucky Suki

5. ลุยขยายสาขา: เดินหน้าขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศมากขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้าง ซึ่งเป็นที่น่าจับตาว่าเวลานี้สมรภูมิการแข่งขันของร้านอาหารประเภทสุกี้-ชาบู เร่งสปีดขยายสาขาทั่วประเทศ เพื่อกระจาย Network สาขาให้ทั่วถึง

 6. พัฒนาโมเดลใหม่: นอกจากสาขาโมเดลเดิมแล้ว อีกกลยุทธ์ที่ลัคกี้ทำควบคู่กันคือ การพัฒนาโมเดลใหม่ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ล่าสุดเปิดตัวโมเดลใหม่ในชื่อ “ลัคกี้ มาร์เช่” (Lucky Marché) เพื่อให้ลูกค้าได้ enjoy กับการเลือกหยิบเอง ทั้งเมนูและปริมาณที่ต้องการ

 7. เดินหน้าสร้างความร่วมมือเชิงรุกกับ CRG: หลังจากร่วมทุนกับ CRG ช่วยให้แผนและเป้าหมายธุรกิจของลัคกี้ เติบโตอย่างก้าวกระโดดมากขึ้น โดยปี 2569 วางแผนเปิดเพิ่มอีก 25-30 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้มีสาขารวมอยู่ที่ 67-72 สาขา โดยตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 แตะ 3,500 ล้านบาท สร้าง New High นับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา

Lucky BBQ
ลัคกี้ บาร์บีคิว

 

เจาะลึกโมเดลใหม่ “ลัคกี้ มาร์เช่” (Lucky Marché)

อีกไฮไลท์สำคัญของปีนี้ คือ การเปิดตัวร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ ลัคกี้ มาร์เช่ (Lucky Marché) เพื่อต่อยอดแบรนด์ และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความหลากหลาย ความสนุก และอิสระในการเลือก เสมือนการเดินตลาด (Marché) โดยมีจุดเด่นคือ

  • คอนเซ็ปต์ Food Market Experience: รวมสุกี้ วัตถุดิบ อาหาร เครื่องดื่ม และเมนูพิเศษไว้ในพื้นที่เดียวแบบ Self-service ที่ให้ลูกค้าเดินเลือกวัตถุดิบ อาหาร และเครื่องดื่มได้อย่างอิสระด้วยตัวเอง รวมทั้งการออกแบบ Flow ร้านที่ช่วยลดเวลารอ เพิ่มความสะดวก และคล่องตัว

นอกจากนี้สามารถตักปริมาณอาหารได้เองตามต้องการ ไม่ต้องรับแบบจัดเซ็ต อย่างจากเดิมสั่งลูกชิ้น 1 ถาดมี 3 ลูก แต่ลูกค้าอยากรับประทานแค่ 2 ลูก หรือเดิมทีสั่งชุดผักรวม ลูกค้าบางท่านไม่รับประทานผักบางชนิด เมื่อให้เลือกตักเอง ลูกค้าจึงสามารถเลือกวัตถุดิบผักสดได้ตามที่ต้องการจริงๆ

Lucky Suki-Lucky Marché
ลัคกี้ มาร์เช่ (Lucky Marché)
  • เพิ่มความหลากหลายของเมนู: ขยายไลน์สินค้าและเมนูพิเศษ เช่น เพิ่มเครื่องดื่มสลัชชี่จาก 3 เป็น 6 รายการ, เพิ่มของทานเล่นจาก 6 เป็น 9 รายการ พร้อมเตรียมเปิดตัวเมนูพิเศษเฉพาะสาขาในอนาคต
  • สเกลร้านขนาดใหญ่ รองรับลูกค้าได้มากขึ้น: ด้วยการมีบาร์วัตถุดิบ เมนูอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่ ทำให้ โมเดลลัคกี้ มาร์เช่จึงต้องใช้พื้นที่ร้านใหญ่ขึ้น โดยเฉลี่ยขนาด 600 – 700 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าสาขาปกติที่ใช้พื้นที่ราว 400 ตารางเมตร และรองรับที่นั่งได้ประมาณ 200 ที่นั่ง
  • ตอบโจทย์ลูกค้า Young Gen: ทดลองเปิดลัคกี้ มาร์เช่สาขแรกที่ตลาดอมรพันธุ์ แถวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นทำเลใกล้มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ชอบการเดินเลือกเอง สอดคล้องกับแนวคิดของร้านโมเดลใหม่นี้

Lucky Suki-Lucky Marché

  • แก้ปัญหา Food Waste แบบ Win-Win: เมื่อลูกค้าตักอาหารเฉพาะสิ่งที่อยากรับประทานในปริมาณที่พอดี ช่วยลด Food Waste และลดต้นทุนวัตถุดิบลง ในขณะที่บริการรูปแบบใหม่ที่ให้ลูกค้าเลือกอาหารได้อย่างอิสระ ช่วยให้ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มขึ้น
  • ตั้งเป้าขยายลัคกี้ มาร์เช่ เพิ่มอีกประมาณ 10 สาขา: การขยายสาขาจะพิจารณาจากความเหมาะสมของพื้นที่และพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหฃัก เน้นทำเล Community Mall และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 600 ตารางเมตรขึ้นไป สำหรับสาขาที่ 2 เตรียมเปิดที่วี สแควร์ นครสวรรค์ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และในเดือนมีนาคม เตรียมเปิดสาขา 3 และ 4 ตามมา

Lucky Suki-Lucky Marché

“ภาพรวมการแข่งขันในตลาดสุกี้ยังคงรุนแรง จากจำนวนผู้เล่นทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแข่งขันช่วยขยายตลาด และทุกรายต้องการเข้าถึงผู้บริโภค เราประเมิฯว่าในอนาคตไมว่าจะระยะสั้น หรือระยะกลาง ผู้เล่นในตลาดเน้นขยายสาขา เพื่อเข้าถึงผู้บริโคทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันในฝั่งผู้บริโภค มีการตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยไม่ได้พิจารณา ราคาเป็นปัจจัยเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ประสบการณ์ และความหลากหลายของเมนูมากขึ้น” คุณวิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด สรุปทิ้งท้าย

Lucky Suki
คุณวิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ