เมื่อโจทย์ชีวิตคนรุ่นใหม่ คือ Intergeneration Family “Mulberry Grove” เปิดเกมเสิร์ฟ “ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่” มิติใหม่ที่อยู่อาศัยที่รวมทุก Gen!

  • 6.6K
  •  
  •  
  •  
  •  

แม้ว่าสถานะ “โสด” จะกลายเป็นเทรนด์ชีวิตที่คนจำนวนไม่น้อยเลือก แต่ลึก ๆ แล้ว การอยู่ร่วมกับ “ครอบครัว” ก็ยังเป็นสิ่งที่ผู้คนคาดหวังอยู่ดี เพราะทิศทาง Intergeneration Family Living หรือ การอยู่อาศัยของครอบครัวหลายช่วงวัย ยังคงเป็นความใฝ่ฝันของคนไทย! แม้จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่เร่งรีบ การทำงานในภาวะการแข่งขันสูง รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ แต่…

  • 70% ของคนไทย ต้องการที่อยู่อาศัยที่รองรับครอบครัวใหญ่ได้
  • เพราะการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว ช่วยให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้นและอุ่นใจว่ายามเจ็บป่วยจะมีคนดูแล รับกับแนวโน้ม Ageing Society ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
  • อยู่กันหลายรุ่นหลายวัยยิ่งดี! เพราะสถิติบอกว่า…คนไทยอยากอยู่ร่วมกันสูงสุดถึง 4 รุ่น รองลงมา คือ 3 รุ่น
  • การอยู่อาศัยแบบครอบครัว ส่งผลให้สุขภาพจิตของสมาชิกในครัวเรือนดีขึ้น เพราะสามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นได้

ข้อมูลเหล่านี้มาจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ซึ่งเป็นคนไทยอายุระหว่าง 15 – 65 ปี ที่ร่วมตอบแบบสำรวจกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของคนไทย และแน่นอนว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่จะต้องพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงใจ

จับตา “Intergeneration Family Living” ศึกกระดานใหม่ ธุรกิจอสังหาฯ

ภายใต้การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ประกอบการมีโจทย์พัฒนาและสร้างสีสันให้ที่อยู่อาศัยด้วยคอนเซปต์ใหม่ ๆ เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค เทรนด์ Intergeneration Family Living ก็เป็นอีกโจทย์ที่น่าจับตา เพราะหลาย ๆ โครงการที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน จะเน้นตอบโจทย์อยู่อาศัยแบบครอบครัวเดี่ยวตามไลฟ์สไตล์ First Jobber คนรุ่นใหม่ แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าความต้องการใช้ชีวิตแบบครอบครัวใหญ่ก็ยังคงมีอยู่ และดูจะไม่น้อยทีเดียว

เรื่องนี้ทำให้ MQDC หรือ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ต่อยอดแนวคิดดังกล่าวอย่างเข้มข้น โดยเลือกปั้นแบรนด์ใหม่ในชื่อ MULBERRY GROVE (มัลเบอร์รี่ โกรฟ) จากการสานต่อแนวคิดของบริษัทแม่อย่าง MQDC ที่ยึดปรัชญา For All Well Being ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า เพื่อมอบความสุขของการอยู่ร่วมกันในครอบครัว ถือเป็นการตอกย้ำและสอดคล้องกับเทรนด์ดังกล่าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวเอเชีย ในการใช้ชีวิตเป็นครอบครัวใหญ่รวมคนหลายวัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีความสุข

“ไทย” สังคมสูงวัยเต็มขั้น! อยู่เป็น “ครอบครัวใหญ่” ช่วยเรื่องสุขภาพจิต

อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า Ageing Society เป็น Global Trend ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงสังคมไทย จากข้อมูลปี 2561 พบว่ามีประชากรอายุมากกว่า 60 ปี ถึง 11.7 ล้านคน คิดเป็น 16.9% ของประชากรรวม ทั้งยังมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายออกมากระตุ้นและให้ความสำคัญกับการโมเดลการใช้ชีวิต การดูแล กลุ่มผู้สูงวัยอย่างจริงจัง เนื่องจากช่วงบั้นปลายชีวิตนั้น ผู้สูงอายุก็เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของครอบครัว ดังนั้น การรักษาความสัมพันธ์และดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุจึงเหมือนเป็นกระจกสะท้อนสังคม เพราะหากทุกช่วงวัยสามารถดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ก็จะส่งผลต่อเรื่องสุขภาพจิต รวมถึงความสัมพันธ์ของผู้คนในครอบครัว และขยายผลสู่สังคมคุณภาพ

ดันจุดเด่น “Nurturing Intergeneration Happiness” แจ้งเกิด MULBERRY GROVE

แน่นอนว่าการทำบ้านให้เหมาะกับการอยู่อาศัยร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่นั้น MULBERRY GROVE ไม่ได้เป็นแบรนด์แรกในตลาดอสังหาฯ ที่เห็นโอกาสจากความต้องการดังกล่าว ดังนั้น แบรนด์จึงเลือกนำเสนอและสร้างความแตกต่างด้วยจุดเด่นในการเป็น Super Luxury Residence แบรนด์แรกของประเทศไทย รวมถึงแนวคิดแบบ Nurturing Intergeneration Happiness ซึ่ง MULBERRY GROVE ได้ศึกษาวิจัยร่วมกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) รวมถึงงานวิจัยชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อนำประโยชน์และ Pain Point ของผู้อยู่อาศัยแบบหลากหลายช่วงวัยในบ้าน มาพัฒนาสู่แนวทางในการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อความสุขของสมาชิกทุกรุ่นในครอบครัว

บ้านยุคใหม่ต้อง “Multi Platforms” รับไลฟ์สไตล์ทุกช่วงวัย

จากแนวทางของ MULBERRY GROVE ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ทุกวัย ทำให้โครงการฯ เอาใจใส่กับรายละเอียดตั้งแต่งานออกแบบ ตัวอาคาร ส่วนอยู่อาศัย และการตกแต่ง โดยนำความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกทุกวัยภายในบ้านมาผสมผสานกันให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข ความสะดวกสบายที่ลงตัว และสวยงามอย่างไร้กาลเวลา ตามหลัก Well Building Standard และ Well Community Standard ที่เหมาะสมกับชาวเอเชีย เพื่อสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการสร้างที่อยู่อาศัยแบบ Multi Platforms ทั้งสถานที่ วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมถึงสนับสนุนเรื่องสุขภาพ จากนวัตกรรมและบริการเสริมที่โครงการฯ คัดสรรเอาไว้เป็นอย่างดีและเหมาะกับการสร้างสุขภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับแนวคิดของแบรนด์ MULBERRY GROVE จะให้ความสำคัญกับ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่

Designed for Intergenerational Harmony : การออกแบบเพื่ออยู่อาศัยเป็นครอบครัว Intergeneration สนับสนุนการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว จากการนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาสร้างที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวก

Caring Community : สร้างสายสัมพันธ์ทั้งในระดับครอบครัวและสังคมในโครงการฯ ด้วยการออกแบบพื้นที่รองรับการจัดหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมถึงแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีทั้งในครอบครัวและชุมชน

Value Creation Neighborhood : การสร้างคุณค่าให้ครอบครัวหลากหลายช่วงวัย โดยเชื่อมโยงคุณค่าวัฒนธรรมการอยู่อาศันของไทยในอดีตแบบครอบครัวใหญ่ที่กตัญญูเกื้อกูลต่อกัน รวมกับสังคมผู้สูงอายุ และการขยายตัวของสังคมเมือง ภายใต้การออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและจิตใจแก่ครอบครัวและสังคมได้

5 Dimensional Well-Being : ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของครอบครัวในทุกมิติ สู่ความสุขอย่างยั่งยืนจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม สอดคล้องกับความสัมพันธ์ทางสังคมและธรรมชาติให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จากการก่อสร้างที่ทันสมัย วัสดุคุณภาพที่ปลอดภัยไม่ก่อมลพิษแก่ผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ Universal Design การออกแบบอย่างเหมาะสมกับทุกคน ทุกช่วงวัย พร้อมด้วยการรับประกันนานถึง 30 ปีของโครงการฯ

ตรึงทำเลศักยภาพ! ปักหมุด “บ้าน คอนโด” 3 โครงการแรก

เร็วๆนี้  MULBERRY GROVE เตรียมเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแบบ Cluster Villa และ Condominium ซึ่งมีทั้ง High Rise และ Low Rise รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ บนที่ดินฟรีโฮลด์ 2 ทำเล มูลค่าโครงการกว่า 19,900 ล้านบาท โดยโครงการแรก ได้แก่ MULBERRY GROVE Sukhumvit ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท เพียง 250 เมตร จาก BTS เอกมัย กับรูปแบบโครงการ High Rise สูง 37 ชั้น จำนวน 286 ยูนิต

ส่วนโครงการอื่น ๆ จะตั้งอยู่ในโครงการ The Forestias บนเนื้อที่ 300 ไร่ ช่วงถนนบางนา – ตราด กม. 5 – 7 โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โครงการบ้านเดี่ยว จำนวน 37 ยูนิต กับรูปแบบ Super Luxury และโครงการ Condominium แบบ Low Rise จำนวน 283 ยูนิต โดยทุกโครงการจะเน้นการตอบสนองความต้องการของสมาชิกครอบครัวทุกรุ่นทุกวัย ให้สามารถมีคุณภาพชีวิตและความสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน


  • 6.6K
  •  
  •  
  •  
  •