103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ 1 comment

เปิดอาณาจักรหลักพันล้าน OHO Punim จ้าวยุทธจักร Ads Facebook

posted by  5,235 views

20170324_153359

โซเชียลมีเดียเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยเข้ามาในฐานะเป็นพื้นที่ในการพบปะผู้คนและเพื่อนใหม่ โดยยุคแรกๆ ของ Social Media ที่รู้จักกันอย่างมาก เห็นจะหนีไม่พ้น Hi5 แต่ด้วยความที่มีรูปแบบซับซ้อนและใช้งานที่ยุ่งยากพอสมควร ทำให้ Hi 5 ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก จนเมื่อ Facebook ปรากฎขึ้น พลังแห่งโลกโซเชียลก็ถือกำเนิดขึ้นมาเช่นกัน

ปัจจุบันตลาดอาหารเสริมความงามในประเทศไทยมีมูลค่าราว 1.4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 21% ของมูลค่าตลาดเสริมอาหารทั้งหมด หากเอ่ยถึง OHO Punim หลายคนในตลาดธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ผ่าน Facebook หรือ Social Commerce คงไม่มีใครไม่รู้จักสาวงามที่ชวนท้าทายให้ลองสินค้าผลิตภัณฑ์ความงามที่รู้จักกันในชื่อ “ปูนิ่ม” ด้วยความที่มีรูปร่างดีและหน้าตาที่สวยงามจึงไม่แปลกที่หลายคนอยากจะมีรูปร่างและหน้าตาดีตามอย่างเธอ ผลิตภัณฑ์ของปูนิ่มจึงเป็นที่รู้จักและสนใจขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่แค่นี้คงจะไม่สามารถประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน

ผลิตภัณฑ์ของโอ้โห

Marketing Oops! ได้รับเกียรติในการร่วมพูดคุยกับ คุณศิรินทรา เส็งสิน หรือ “ปูนิ่ม” ประธานบริษัท โอ้โห คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถึงการเข้าสู่ธุรกิจ Social Commerce และทิศทางในอนาคตของ OHO Punim

นางสาวศิรินทรา เส็งสิน ประธานบริษัท โอ้โห คอร์ปอเรชั่น จำกัด

 

กว่าจะเป็น OHO Punim

“หากเรามองในภาพธุรกิจออนไลน์ จะเห็นว่ามีการเริ่มขายสินค้าออนไลน์แบบจริงจังเมื่อช่วง 3 ปีที่แล้ว แต่สำหรับปูนิ่มเริ่มเข้ามาขายสินค้าออนไลน์จริงๆ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการขายเสื้อผ้ามือสองของตัวเองก่อน เนื่องจากปูนิ่มเป็นแม่บ้านไม่มีรายได้จึงคิดจะหารายได้ก็เริ่มมีการนำเสื้อผ้าที่ไม่ใช้ของตัวเองออกมาขายผ่าน Social Media จนกระทั่งเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้ของปูนิ่มหมด ก็เริ่มหันไปหาซื้อตามตลาดนัด”

คุณปูนิ่ม ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจนพบว่า คนส่วนใหญ่ชอบซื้อเสื้อผ้า ชอบซื้อของ แต่ไม่อยากไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองตามตลาดนัด เพราะมีความรู้สึกอายที่ต้องใส่เสื้อผ้าซ้ำกับของคนอื่น นั่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ปูนิ่มลองใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโพสต์ขายสินค้า เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถซื้อได้อย่างสบายใจและใส่ได้โดยไม่ต้องอายว่าใส่เสื้อซ้ำกับคนอื่น เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็เริ่มขยายตลาดเข้ามาสู่กลุ่มอาหารเสริม

ผลิตภัณฑ์ของโอ้โหที่แพ็คเรียบร้อยรอรถไปรษณีย์มารับ

“การขายสินค้าผ่าน Social Media มีข้อดีคือความสะดวก สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เร็วมาก แต่ต้องศึกษาก่อนว่าลูกค้าในกลุ่มออนไลน์มีความชอบอะไร จากนั้นก็โพสต์ในสิ่งที่ลูกค้าชอบลงไป ก็จะทำให้เกิดการรับรู้ที่รวดเร็ว รวมถึงการแชร์ต่อที่ไวมาก ยกตัวอย่างเช่น หลายคนชอบใส่เสื้อผ้ามือสองมาก แต่ก็มักจะเขินอายเวลาที่เข้าร้านมือสอง เพราะคนอื่นจะเห็นว่ากำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าเก่า แต่การขายออนไลน์จะไม่มีใครทราบเลยว่าซื้อเสื้อผ้ามือสองมา เพราะเป็นการซื้อขายผ่านการแชท”

คุณปูนิ่มยังชี้ว่า เมื่อ 7 ปีที่แล้ว Facebook เป็นช่องทางที่กำลังได้รับความสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีไว้เพื่อ 3 สิ่งคือ การอวดว่าเล่น Facebook ตามกระแส อวดรูปกิจกรรมต่างๆ หรือสถานที่ที่ไปมา, การบ่นไม่ว่าจะเป็นการบ่นหัวหน้า แฟน เพื่อนหรือตัวเอง และการส่องดูเฟซของคนอื่นๆ เพื่อหาข้อมูลมาปรับใช้ หรือต้องการทราบว่าคนอื่นกำลังสนใจอะไรอยู่ เป็นต้น

20170324_170024

“การใช้ช่องทาง Social Media ในการซื้อของ ช่วยให้สามารถทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าผู้ซื้อเป็นใคร ที่สำคัญโลกออนไลน์ยังสามารถใช้งานเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องของเวลา อย่างเช่นทีวีจะมีช่วงเวลาในการออกอากาศ แต่ในโลกออนไลน์ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาใดๆ ทั้งสิ้น”

ระบบ IT บนการขาย Social Commerce

นอกจากด้านการขายแล้ว ในส่วนของระบบ IT นั้น OHO มีการนำเข้ามาใช้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เนื่องจากประสบปัญหาในการจัดส่ง ทำให้จัดส่งสินค้าไม่ทัน ซึ่งในอดีตจะต้องนำสินค้าไปให้ที่ไปรษณีย์เพื่อทำการติดบาร์โค้ดรหัส EMS ให้กับสินค้า หากมีสินค้า 700 ชิ้นไปรษณีย์ก็จะต้องใส่รายชื่อผู้รับและติดบาร์โค้ดรหัส EMS ทั้งหมด 700 ครั้ง เป็นสาเหตุที่ทำให้จัดส่งสินค้าล่าช้า โดยมีประสบการณ์ในการส่งสินค้าที่ไปรษณีย์ช่วงบ่าย 2 โมง แต่กว่าไปรษณีย์จะใส่ข้อมูลเสร็จครบถ้วนก็เกือบหลังเที่ยงคืน

พนักงานกำลังจัดเตรียมกล่องพัสดุของโอ้โห

“ปัจจุบันระบบ IT ของ OHO มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับไปรษณีย์ โดย OHO จะเป็นผู้ดูแลข้อมูลของผู้ซื้อสามารถออกบาร์โค้ดรหัส EMS ได้ภายใน 5 นาที และข้อมูลทั้งหมดก็จะถูกส่งเข้าสู่ระบบไปรษณีย์อัตโนมัติ ช่วยลดระยะเวลาทำงานของไปรษณีย์ ที่สำคัญไปรษณีย์ยังส่งรถมารับสินค้าถึงบริษัท ช่วยลดระยะเวลาขนส่งไปไปรษณีย์ ไม่เพียงเท่านี้ OHO ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับไปรษณีย์ไทย ทำให้ OHO กล้าการันตีได้ว่าสามารถส่งสินค้าถึงมือผู้รับได้ใน 2 ชม.ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลก่อนเป็นอันดับแรก

ไปรษณีย์ไทยจัดรถขนส่งมารับสินค้าของ บริษัท โอ้โห ถึงที่บริษัทฯ

ยิ่งไปกว่านั้น คุณปูนิ่มยังเตรียมขยายกรอบความร่วมมือกับไปรษณีย์ไปยังอีก 4 จุดกระจายสินค้าทั่วประเทศของ OHO ที่มีอยู่แล้วประกอบไปด้วย จ.นครราชสีมา, ศรีราชา จ.ชลบุรี, จ.พิษณุโลก และ ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานการจัดส่งสินค้าของ OHO ไม่เพียงเท่านี้ระบบ IT ยังสามารถช่วยป้องกันการผิดพลาดในการส่งสินค้า และยังรองรับการขยายตัวของตลาดออนไลน์ที่ปัจจุบันเริ่มมีสินค้าอาหารสดเข้ามาขายผ่านระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น

“การทำตลาด SocialCommerce หัวใจคือเรื่องของความเร็ว ส่วนใหญ่ผู้ซื้อสินค้าผ่าน Facebook ต้องการความสะดวกรวดเร็ว กรณีที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เราเชื่อว่า Alibaba มีความเชี่ยวชาญในเรื่อง e-Commerce และสินค้าของเขามีราคาถูกกว่า ซึ่งไม่สามารถเข้าไปแข่งขันในเรื่องของราคาได้ แต่เรามีจุดแข็งในเรื่องการจัดส่ง โดยในอนาคตมีการตั้งเป้าหมายให้สินค้าสามารถถึงมือผู้รับได้ภายใน 30 นาที นอกจากนี้ยังสามารถทำระบบเรียกเก็บเงินปลายทางได้อีกด้วย”

20170324_173019

 

OHO ให้บริการด้านโฆษณาผ่าน Facebook

ด้วยความร่วมมือกับ Facebook ในการแชร์ข้อมูลการซื้อขายสินค้า โดย Facebook ยอมรับว่าประเทศไทยมีการใช้ Facebook เป็นช่องทางในการขายสินค้าใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก และเป็นการขายสินค้าให้ในลักษณะผู้ผลิตพบผู้บริโภค Facebook จึงให้สิทธิ์ในด้านการดูแลโฆษณาพร้อมคำปรึกษาผ่าน Facebook แก่ บริษัท โอ้โห คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผ่านการให้บริการ JPN Marketing

“บริการ JPN Marketing ทำมาได้ 1 ปีมีหน้าที่ในเป็นตัวแทนลงโฆษณาผ่าน Facebook และจำหน่ายสินค้า โดยเปิดให้แบรนด์ต่างๆ เข้ามาใช้บริการ ซึ่ง JPN จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาว่า ควรจะทำอย่างไรบ้างกับสินค้า นอกเหนือจากการโฆษณาใน Facebook ลูกค้าจะเป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้นจึงค่อนข้างเลือกลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ JPN และต้องเป็นผู้ที่ตั้งใจในการสร้างแบรนด์ของตัวเอง”

พนักงานฝ่าย Admin กำลังตอบคำถามลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์

 

เวลาคือเรื่องสำคัญของ Social Commerce

เรื่องสำคัญในการขายสินค้าออนไลน์ คุณปูนิ่มเชื่อว่าคือการตอบปัญหาของลูกค้า โดยโฆษณาจะช่วยให้ลูกค้าอยากได้สินค้านั้นๆ 50% ขณะที่เจ้าหน้าที่ตอบคำถามลูกค้ามีส่วนสำคัญมาก เพราะจะทำให้ลูกค้าอยากซื้อจากการตอบคำถามอีก 50% ปัจจุบันจึงมีข้อกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องตอบคำถามลูกค้าภายใน 5 นาทีหลังเกิดคำถาม

20170324_170339

“ความสำเร็จของ OHO มีอยู่ด้วยกัน 3 จุดหลัก ประกอบไปด้วย การใช้สื่อโฆษณาผ่าน Facebook โดยจะเป็นการเชิญชวนและให้ทดลองใช้ ผ่านตัวปูนิ่มเองซึ่งจะเป็นคนการันตีว่าสินค้านี้ใช้ได้จริง นอกจากนี้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา OHO ได้สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าด้วยการรับประกันการใช้สินค้า หากเกิดปัญหาจากการใช้สินค้าของ OHO สามารถเรียกร้องประกันเพื่อชดใช้ความเสียหาย จุดต่อมาคือเรื่องของการขายที่พนักงานทุกคนผ่านการอบรมถึงศักยภาพในตัวเอง โดยเฉพาะในด้านการขาย และจุดสุดท้ายคือเรื่องของเทคโนโลยีในการบริหารจัดการด้านการส่งสินค้า ที่สามารถจัดส่งได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน”

พนักงานกำลังตรวจสอบรายการสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อทางออนไลน์

Social Commerce อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่สำคัญการขายผ่าน SocialCommerce กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง และเป็นที่ยอมรับว่า OHO Punim คือผู้บุกเบิกและเรียกได้ว่าเป็นผู้นำในตลาด Social Commerce โดยคุณปูนิ่มยังทิ้งท้ายว่า แม้ว่าแบรนด์ OHO Punim จะผูกติดกับปูนิ่มไปแล้ว แต่ในอนาคตปูนิ่มเตรียมที่จะใช้ตัวการ์ตูนเป็นตัวแทนของปูนิ่ม รวมไปถึงทีมงานที่พร้อมจะขึ้นมาเป็นปูนิ่มได้ทุกคน

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

1 Comment

  • ใช่ยี่ห้อที่เคยโดนจับเพราะใส่ยาลดความอ้วนหรือเปล่า ชื่อคล้ายกัน

Leave a Reply


three + 5 =

Recent Posts

Facebook

PR News