
ร้านอาหารที่คนยอมเดินทางไปกิน จะเติบโตได้อีกแค่ไหนเมื่อขยับมาอยู่ใกล้ลูกค้ามากขึ้น? ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Rocks Group กับการนำ Sanmai Ramen จากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพฯ เป็นอีกกรณีที่ชวนจับตา ทั้งในแง่การขยายแบรนด์ร้านอาหาร และการเลือกเติมพอร์ตธุรกิจของ “พีช–พชร จิราธิวัฒน์”
หลังร่วมขยาย Khao-so-i ให้เข้าถึงลูกค้าในกรุงเทพฯ Rocks Group เดินหน้าจับมือกับ “เชฟวิน” ผู้ก่อตั้ง Sanmai Ramen เตรียมเปิดสาขาแรกในเมืองหลวง ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น G วันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 โดยวางแนวทางเป็นคราฟต์ราเมงในราคาที่เข้าถึงได้ เพิ่มอีกหนึ่งแบรนด์อาหารเข้าไปในพอร์ตที่มีทั้ง Potato Corner, UNO! Coffee และ Khao-so-i อยู่ก่อนแล้ว
เติมเมนูใหม่ พร้อมขยายโอกาสเข้าถึงลูกค้า
หากมองในมุมพอร์ตธุรกิจ Sanmai Ramen ช่วยเพิ่มทางเลือกอาหารอีกประเภทให้กับ Rocks Group จากของกินเล่นอย่างมันฝรั่งทอด เครื่องดื่มอย่างกาแฟ และอาหารมื้อหลักอย่างข้าวซอย มาสู่ราเมงที่มีวิธีปรุง รสชาติ และประสบการณ์การกินแตกต่างออกไป
ในเชิงการตลาด พอร์ตที่มีหลายประเภทอาหารเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจเข้าถึงลูกค้าในหลายจังหวะของวัน ตั้งแต่ซื้อเครื่องดื่มระหว่างทำงาน แวะหาของกินเล่น ไปจนถึงเลือกร้านสำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น แม้แต่ละแบรนด์ต้องสร้างฐานลูกค้าของตัวเอง แต่ความหลากหลายก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าไปอยู่ในตัวเลือกของผู้บริโภคได้บ่อยขึ้น
อีกประเด็นคือการเลือกทำงานกับร้านที่มีตัวตนและจุดขายอยู่แล้ว การนำ Sanmai Ramen เข้ามาขยายต่อ ทำให้ธุรกิจมีทั้งสินค้า เรื่องราวของผู้ก่อตั้ง และชื่อเสียงจากเชียงใหม่เป็นต้นทุนในการสื่อสาร ส่วนโจทย์ต่อจากนั้นคือจะเปลี่ยนความสนใจที่มีต่อร้าน ให้กลายเป็นการทดลองกินและการกลับมาซ้ำได้อย่างไร
จากอาหารฮีลใจของเชฟ สู่จุดขายของแบรนด์
เบื้องหลัง Sanmai Ramen เริ่มจากความผูกพันของเชฟวินกับอาหารหนึ่งชาม ระหว่างทำงานด้านอาหารญี่ปุ่นในสหรัฐอเมริกา ราเมงเป็นอาหารที่ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นในช่วงเวลาที่เหนื่อยและกดดัน ก่อนตัดสินใจศึกษาการทำราเมงอย่างจริงจัง และนำประสบการณ์กลับมาสร้างร้านของตัวเองที่เชียงใหม่
ร้านสาขาแรกเปิดในย่านสันติธรรม โดยให้ความสำคัญกับการทำเส้นสดเองและซุปกระดูกหมูรสเข้มข้น ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยอธิบายคำว่า “คราฟต์” ผ่านตัวอาหารได้ชัดเจน ลูกค้าสามารถสัมผัสความแตกต่างผ่านเส้น น้ำซุป และองค์ประกอบในชาม มากกว่ารับรู้จากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
สำหรับการสร้างแบรนด์ เรื่องราวของเชฟมีคุณค่าเมื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่ลูกค้าได้รับจริง ความผูกพันกับราเมงช่วยอธิบายแรงตั้งต้นของร้าน ขณะที่คุณภาพอาหารต้องทำหน้าที่ต่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านนี้มีเหตุผลมากพอที่จะเลือกกินอีกครั้ง
‘คราฟต์’ กับ ‘ราคาเข้าถึงได้’ ต้องไปด้วยกัน
การวางตำแหน่งเป็นคราฟต์ราเมงในราคาที่เข้าถึงได้ เป็นโจทย์สำคัญของการเข้าตลาดกรุงเทพฯ เพราะแบรนด์ต้องสื่อสารให้เห็นว่าความพิถีพิถันของอาหารคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย และอยู่ในระดับที่ลูกค้าสามารถกลับมากินได้ตามโอกาสของตัวเอง
คำว่า “เข้าถึงได้” จึงมีผลต่อความคาดหวังตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน ทั้งเรื่องราคา ปริมาณ และประสบการณ์ที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม ราคาสำหรับสาขากรุงเทพฯ ยังต้องรอการประกาศจากแบรนด์ จึงยังประเมินไม่ได้ว่าจะวางระยะห่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างไร
ในมุมวิเคราะห์ ความท้าทายของร้านคราฟต์เมื่อขยายสาขาคือการรักษารายละเอียดที่ทำให้ลูกค้าชอบร้านตั้งแต่ต้น พร้อมจัดการงานหน้าร้านให้รองรับลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งความสม่ำเสมอของอาหาร ระยะเวลารอ และบริการ สิ่งเหล่านี้จะมีส่วนตัดสินว่าชื่อเสียงจากเชียงใหม่สามารถต่อยอดเป็นฐานลูกค้าในกรุงเทพฯ ได้มากเพียงใด
ใช้ความพิเศษของสาขาใหม่ สร้างเหตุผลให้คนอยากลอง
ภาพเชิญร่วมงานเปิดตัวที่เผยแพร่ระบุวันที่ 11–12 พฤศจิกายน 2569 ก่อนกำหนดเปิดให้บริการวันที่ 13 พฤศจิกายน พร้อมชูเมนู “Bangkok Exclusive” สำหรับสาขากรุงเทพฯ
ในเชิงการสื่อสาร เมนูเฉพาะสาขาช่วยเพิ่มเหตุผลในการมาเยือนให้ทั้งคนที่ยังไม่เคยกิน Sanmai Ramen และลูกค้าที่รู้จักร้านจากเชียงใหม่อยู่แล้ว กลุ่มแรกได้ลองแบรนด์ที่เคยได้ยินชื่อ ส่วนกลุ่มหลังมีอาหารใหม่ให้ค้นหา เป็นการสร้างความสนใจที่ต่อยอดจากชื่อเสียงเดิมของร้านได้อีกทางหนึ่ง
การเติม Sanmai Ramen เข้าพอร์ตครั้งนี้จึงน่าติดตามในฐานะการต่อยอดแบรนด์อาหารจากเชียงใหม่สู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น สำหรับ Rocks Group ราเมงเพิ่มทางเลือกใหม่ให้พอร์ตธุรกิจ ส่วน Sanmai ได้โอกาสเข้าถึงลูกค้าอีกกลุ่มผ่านสาขาในกรุงเทพฯ
หลังเปิดร้าน คำถามสำคัญจะอยู่ที่ว่า ความพิถีพิถันแบบคราฟต์ ราคา และประสบการณ์หน้าร้าน จะลงตัวพอให้ลูกค้าเปลี่ยนจาก “อยากลองร้านดังเชียงใหม่” มาเป็น “ร้านที่อยากกลับมากิน” ได้หรือไม่
