103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

Case Study ★ ผ่ากลยุทธ์ “Tasty” คลิปสอนทำอาหารยอดนิยมบนโซเชียล ทำเงินแตะหลักร้อยล้านเหรียญ ภายใน 15 เดือน

posted by  8,969 views

cover-tasty

คุ้นตากันบ้างไหมเอ่ย คลิปสอนทำอาหารสั้นๆ ดูเพลิน ที่เห็นกันอยู่ในหน้าฟีด Facebook
Tasty คือเพจต้นแบบที่ริเริ่มคอนเทนท์วิดีโอสอนทำอาหารสไตล์นี้ออกมา อันที่จริงแล้ว Tasty คือหนึ่งในพาร์ทวิดีโอคอนเทนท์ของเว็บไซต์ BuzzFeed ที่ทำเงินให้บริษัทไปได้กว่า 50% จากรายได้รวมทั้งหมด 250 ล้านเหรียญ หลังออกมาได้เพียง 15 เดือนเท่านั้น  สำหรับผู้ที่ไม่ทราบมาก่อนว่า BuzzFeed คืออะไร อธิบายสั้นๆ มันคือต้นฉบับของเว็บไซต์ข่าวแนวไวรัล (viral digital publisher) ที่ก่อตั้งโดย “Johan Peretti” แล้วมันไวรัลอย่างไร??

BuzzFeed เป็นเว็บแรกๆที่มีกลวิธีพาดหัวข่าวชวนให้คลิ๊กอย่างเช่น ’15 เมนูลับจากสตาร์บัคส์, 20 ภาพถ่ายที่คร่าชีวิตช่างภาพ, มาดูกันว่าหนุ่มจะแก้เผ็ดอย่างไรเมื่อจับได้ว่าแฟนนอกใจ’ เป็นพาดหัวแนว clickbait เรียกคนเข้าเว็บนั่นเอง ซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีใครครีเอทคอนเทนท์สไตล์นี้ออกมา BuzzFeed จึงได้รับความนิยมและโตอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยายสาขาไปในต่างประเทศ ที่ว่า BuzzFeed เป็นต้นฉบับเว็บข่าวไวรัลนี่คือเริ่มตั้งแต่ปี 2006 นะคะ ปีนี้ BuzzFeed มีอายุ 10 ปีพอดี

 

Tasty เป็นพาร์ทหลักในเว็บ BuzzFeed เวอร์ชั่น 3.0 ซึ่งโฟกัสไปที่การสร้างวิดีโอคอนเทนท์และนำไปเผยแพร่ใน Snapchat, Instagram, Facebook และ YouTube อันที่จริง Tasty เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 15 เดือนก่อน และเป็นพาร์ทที่ BuzzFeed ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

 

“เวลามีอะไรที่มันทำแล้วเวิร์คกับคนในประเทศ เราจะหาวิธีปรับเปลี่ยนมันให้ไปได้สวยในต่างประเทศด้วย และ อะไรก็ตามที่ทำบนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งแล้วเกิดเวิร์คขึ้นมา เราก็จะหาวิธีปรับคอนเทนท์นั้นไปสู่แพลตฟอร์มอื่นๆด้วยเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่แค่สร้างอะไรสักอย่างขึ้นมาแล้วเอาไปใส่ในทุกๆที่นะ แบบนั้นไม่ใช่ มันคือการสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมา จากนั้นคุณต้องสังเกตและเรียนรู้มันจากกลุ่มคนดู แล้วค่อยๆหาทางปรับเปลี่ยนเพื่อขยายสิ่งนั้นไปสู่พื้นที่อื่นๆ”  Jonah Peretti – ผู้ก่อตั้ง BuzzFeed

 

Tasty เป็นตัวอย่างที่ดีของ online publisher ที่วิ่งตามยุค video content ได้อย่างสุดโต่ง ด้วยปีนี้ที่มูลค่าของอุตสาหกรรม digital video นั้นแตะอยู่ที่ราวๆ 10.3 พันล้านเหรียญ และจะเพิ่มมูลค่าเป็น 12.5 พันล้านเหรียญในปี 2017 ตามการคาดการณ์จาก eMarketer ซึ่งภายใน 15 เดือน Tasty สามารถผลิตวิดีโอสอนทำอาหารออกมาเป็นจำนวนกว่า 2,000 ตอน

Facebook page ของ Tasty มีผู้กดไลค์ติดตามกว่า 73 ล้านยูเซอร์ (user) แต่ละเดือนมีการเข้าถึงวิดีโอจากผู้ชม (reach) เป็นจำนวนกว่า 500 ล้านคน เฉพาะเดือนกันยายนที่ผ่านมา วิดีโอทั้งหมดของ Tasty มียอดวิวรวมเกือบ 1.8 พันล้านครั้ง อ่านไม่ผิดค่ะ พันล้านครั้ง ในจำนวนนี้หากนับเฉพาะยอดวิวที่มาจาก Facebook นั้นอยู่ที่ 1.6 พันล้านครั้ง ซึ่งนับว่าเยอะมากสำหรับระยะเวลาเพียงเดือนเดียว (ข้อมูลจาก Tubalar video analytics)

เพียงไม่นานนัก online publisher อีกหลายเจ้าก็เริ่มทำคอนเทนท์วิดีโอสไตล์ใกล้เคียงกันกับ Tasty ออกมา  ซึ่งหากนับเฉพาะในสหรัฐฯ engagement ของ Tasty บนแพลตฟอร์ม Facebook, Twitter, Instagram และ Youtube เติบโตถึง 30% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนภาพล่างเป็นตารางเปรียบเทียบ 10 อันดับ online publisher ยอดนิยม (ข้อมูลอัพเดทล่าสุด)

 

march2016pubrankingchart1

 

FOOD + ART = TASTY

จุดเด่นของ Tasty คือการนำ Food มาบวกกับ Art ซึ่งคอนเทนท์อาหารเป็นเรื่องที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนดูได้ไม่ยาก แต่วิธีการเล่าสไตล์ Tasty ที่ใส่เข้ามานั่นเอง ที่เป็นอาวุธอันแยบยลในการผลิตวิดีโอสอนทำอาหารในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และด้วยความยาวของแต่ละคลิปที่ออกมาช่วงแรกๆ จะยาวสูงสุดไม่เกิน 2 นาที  เป็น tactic ที่สามารถตรึงคนดูได้อยู่หมัด และหากคุณสังเกตดีๆ ‘มือ’ ที่อยู่ในเฟรมมีบทบาทอย่างมากในการดำเนินซีเควนท์แบบช็อตต่อช็อต ง่าย เพลิน ย่นย่อขั้นตอนการปรุงเมนูอาหารให้จบได้ภายในเวลาไม่เกิน 2 นาที แต่ช่วงหลังก็มีคลิปความยาว 2 นาทีครึ่ง ไปจนถึง 5 นาที ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคลิปที่รวมสูตรอาหารมากกว่าหนึ่งสูตร  แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอยู่ดี เพราะความยาที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้คนดูน้อยลงเลย อย่างคลิปด้านล่างนี้เป็นคลิปที่ Tasty ภูมิใจนำเสนอมาก เพราะสามารถทำยอดวิวในเฟซบุ๊คได้กว่า 12 ล้านวิว ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ เป็นเมนูที่เอาดอกกะหล่ำมาปรุงเป็นข้าวผัด 4 สูตร

ต้นกำเนิดไอเดียนี้มาจาก “Alvin Zhou” เขาเป็นคนคิดค้นรูปแบบวิดีโอสอนทำอาหารสไตล์ Tasty ออกมาเป็นคนแรก โดย Zhou จะโฟกัสที่ความต่อเนื่องในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้คนดูรู้เรื่องและสามารถทำตามได้ไม่ยาก โดยขั้นตอนนั้นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เขาจะคิดค้นเมนูและออกแบบวิธีการทำอาหารที่น่าสนใจในแบบฉบับของตัวเองออกมา โดยเน้นที่ความง่าย ไม่ซับซ้อน  จากนั้นก็หาวัตถุดิบ (ทั้งหมดหาซื้อได้ในซูเปอร์มาร์เก็ต) มาเตรียมสำหรับการถ่ายทำในสตูดิโอ  ซึ่งก็ไม่ใช่ครัวใหญ่โตอะไร มีเพียงกล้องที่แขวนอยู่เหนือโต๊ะที่ถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับปรุงอาหาร มีสลับมุมกล้องบ้างเพื่อให้เห็นขั้นตอนอย่างชัดเจน จบแล้วก็มาสู่ขั้นตอนสำคัญ Post-production ตัดต่อให้ออกมาเป็นคลิปดูสนุก เข้าใจง่าย ความยาวไม่เกิน 2 นาที ก่อนจะอัพโหลดขึ้นเว็บ BuzzFeed และบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆทั้ง Facebook, Twitter, Instagram และ Youtube

 

ไม่ได้จบแค่นั้น เพราะ ‘Zhou’ จะคอยเช็คฟีดแบ็คจากคนดูอย่างต่อเนื่อง เก็บข้อมูลทางสถิติ และข้อคิดเห็นต่างๆไปปรับเปลี่ยน เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียการผลิตวิดีโอแบบใหม่ๆที่ถูกใจคนดูออกมา ซึ่งในระยะเวลา 15 เดือนที่ผ่านมา ‘Zhou’ อัพโหลดวิดีโอ Tasty ไปแล้วกว่า 2,000 ตอน

 

screen-shot-2016-03-14-at-18-30-19

 

buzzfeed-video-fea-01-2016_0

buzzfeed-video-fea-02-2016

จุดที่น่าสนใจคือ แม้จะเป็นวิดีโอสอนทำอาหาร แต่คนดูกลับไม่ได้คาดหวังในรสชาติอาหาร หรือความพิถีพิถันในแต่ละขั้นตอน เพราะ Tasty ไม่ได้มีเซนส์ของความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร หรือเชฟมือหนึ่ง แต่ Tasty คือ online publisher  ที่ผลิตคอนเทนท์ออกมาได้สวยงาม สร้างสรรค์ และเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ผู้คน

 

คนดูในสื่อโซเชียลรับบทเป็น ‘Active Audience’ โดยสมบูรณ์ เมื่อคอนเทนท์สามารถสร้างความประทับใจให้พวกเขาได้ positive feedback ก็จะเกิดขึ้น แน่นอนว่ามันสามารถนำไปสู่การเติบโตของ engagement ไม่ว่าจะมาจากการ Like Comment หรือ Share ซึ่ง Tasty ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคอนเทนท์ดี  ที่มาพร้อมรูปแบบการนำเสนอที่สร้างสรรค์ และเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ผู้คน สามารถสร้างความสำเร็จให้ online publisher ได้ขนาดไหน

 

Reference: Tasty
Reference: Social Times
Reference: Adweek
Reference: Alvinzhou

Source: Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: mellow yellow

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ six = 14

Recent Posts

Facebook

PR News